การเดินตามกระแสแฟชั่นของวงการรถยนต์เพื่อต้องการนำเสนอรูปแบบใหม่ๆ คือ การต้องคอยติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามและคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยแบบก้าวกระโดดของสิ่งของที่มีอยู่ในยุคนี้ เกิดจากความต้องการครอบครองสินค้าที่มีความแปลกใหม่ในการนำเสนอ ไม่เว้นแม้แต่บริษัทอย่าง BMW ที่ผลิตเจ้าแห่งตำนานของรถยนต์คันจิ๋วนาม MINI มาตั้้งแต่ปี 2001



จนถึงทุกวันนี้ รถ MINI ที่ผลิตโดย BMW ถูกขายไปแล้วกว่า 1.5 ล้านคันทั่วโลก ด้วยการประกอบที่โรงงานในอังกฤษ แต่มีดีไซน์และรูปแบบที่ทันสมัยจากมันสมองของพวกวิศวกร BMW หลังจากผ่านมา 9 ปีก็ถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเจ้าจิ๋วคันนี้ ให้มีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยการออกแบบรูปทรงขึ้นใหม่ทั้งหมดแต่ยังคงกลิ่นไอที่ประสบความสำเร็จในโมเดลแรกเอาไว้ ผู้บริหารของ BMW ต้องการให้มันกลายเป็น Baby BMW ด้วยการเพิ่มเติมรุ่น Crossover, Roadster, และ Coupe ด้วยการนำเสนอผลงานการดีไซน์รถ MINI ทั้ง 3 รุ่นแบบใหม่หมดจดซึ่งทั้งหมดจะเริ่มทำตลาดในยุโรปอีกสองปีที่จะถึงนี้ (2011)



รถ MINI รุ่น Coupe และ Roadster จะทำการเปิดผ้าคลุมและจำหน่ายในปี 2011 ซึ่งเป็นการเวียนมาครบรอบ 10 ปีอีกครั้ง สำหรับการให้กำเนิดรถ MINI ขึ้นในปี 2001 ตลอดเวลาที่ผ่านมา รถยนต์ขนาดเล็กที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของบริษัท BMW ยี่ห้อนี้สร้างชื่อเสียงและความประทับใจเอาไว้มากมาย จากการเป็นรถยนต์คันเล็กขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้าที่มีความยอดเยี่ยมของรูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน มีแชสซีส์ที่เกาะถนนคล้ายกับรถโกคารท์ตลอดจนเครื่องยนต์ที่มีให้เลือกหลากหลายจนกลายเป็นรถยนต์คันจิ๋วที่มีผู้คนยอมทุ่มเงิน(จำนวนมิไช่น้อย)เพื่อจะได้ครอบครอง กลไกในการทำตลาดของรุ่นแรกๆ ตั้งแต่ปี 2002-2008 ประสบความสำเร็จอย่างสูง จนผู้บริหารของ BMW มองเห็นลู่ทางของกำไรจึงทำการวางเป้าหมายและกำหนดทิศทางรูปแบบของรถ MINI ในอีกสองปีที่จะถึงนี้



MINI Coupe และ Roadster รุ่นใหม่ที่จะออกจำหน่ายในเร็วๆ นี้ ถูกวางกฎเกณฑ์ให้มีรูปทรงที่สวยงามโดยมีความกระทัดรัดและคล่องตัวขึ้น ช่วงล่างที่พัฒนาโดย BMW ขึ้นชื่อในเรื่องของการยึดเกาะและขับได้สนุกเหมือนกับรถแข่งโกคารท์คันเล็กๆ ที่มีโอเวอร์แฮงค์สั้นรวมถึงการคงเอกลักษณ์ในรูปทรงของตัวถังที่มองครั้งเดียวก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือรถ MINI ตัวถังจะถูกลดความสูงลงอีก 50 มิลลิเมตร ด้านหน้าของตัวรถมีความลาดเอียงมากขึ้น แต่กระจังหน้าและไฟหน้ายังคงรูปทรงของตัวแรกเอาไว้ ฐานล้อจะถูกยืดออกให้ยาวและกว้างขึ้นกว่าเดิม เพื่อการทรงตัวที่ดีขึ้น เครื่องยนต์ถูกปรับแต่งและเพิ่มระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบทำให้มันมีแรงม้าถึง 208 แรงในราคาประมาณ 23,000 ปอนด์ ซึ่งอาจแพงกว่ารถยนต์ทั่วๆไป ที่มีลักษณะคล้ายกับมัน แต่เจ้าของผู้ควักเงินจำนวนมากในการเข้าครอบครองเจ้า MINI คันใหม่นี้ จะได้การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและรูปทรงที่เป็นอมตะจากฝีมือการประกอบที่น่าประทับใจจากรถยนต์ในค่ายของ BMW



หลังคาทรงลู่ลมในรุ่น Coupe 2011 เกิดจากความตั้งใจของนักออกแบบที่ต้องการให้รถ MINI ในรุ่นนี้มีรูปแบบที่เพรียวลมมากขึ้น มันมีความคล้ายคลึงกลับฝาครอบของห้องนักบินในเครื่องบินขับไล่ สติกเกอร์เส้นคู่ถูกแปะติดเอาไว้ตั้งแต่หน้ากระจังยาวจรดหลังคาและไปสุดที่ ฝากระโปรงหลังเหมือนกับตัวแข่งในยุค 60' โดยรวมภาพของหลังคาแบบใหม่ดูคล้ายกับคนใส่หมวกแก็ปแต่หันปีกหมวกไปทางด้านหลัง ตัวกระจกรอบรถถูกออกแบบให้ห่อหุ้มส่วนของหลังคาทั้งหมดอย่างลงตัว สปอย์เลอร์เหนือกระจกหลังที่ทำจากโพลีคาบอร์เนตและยื่นออกไปจากแนวกรอบระจก หลังเล็กน้อยเพื่อไล่ละอองน้ำไม่ให้เกาะที่กระจกหลังในระหว่างที่ขับขี่กลางฝน ทำให้ไม่ต้องติดตั้งที่ปัดน้ำฝนในบริเวณกระจกหลัง ตัวหลังคาทำจากอลูมินัมอัลลอยด์เพื่อให้มีน้ำหนักเบาและจะเป็นรูปแบบของหลังคา ในรถ MINI อีกหลายๆรุ่นที่จะตามออกมาในอนาคต



วิศวกรของ BMW เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของรถ MINI เพื่อคงเอกลักษณ์ทางจิตวิญญาณและถ่ายทอดออกมาเป็นรถ MINI ในยุคใหม่ได้อย่างหมดจดสวยงาม การมีรูปทรงและรุ่นที่เพิ่มมากขึ้นทำให้มันมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่น่าอิจฉา หลังจากรุ่น Coupe และ Roadster ออกวางขายแล้ว BMW ก็ยังมองไปที่รถ MINI ในรูปแบบของ Micro SUV ขนาดเล็กที่เอาตัวถังปกติของเจ้า MINI มายืดออกจนกลายเป็นรถห้าประตูขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่น MINI Crossover คันแรกของบริษัท ตัวถังขนาดเล็กถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ใหญ่จนน่าเกลียด ไฟหน้าและกระจังหน้าจะมีความแตกต่างจากรถ MINIในรุ่นปกติ ความสูงของตัวรถจะถูกยกให้สูงขึ้นกว่าเดิมและขยายห้องโดยสารให้มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงขยายที่เก็บสัมภาระบริเวณฝากระโปรงหลัง เพื่อลดเสียงต่อว่าจากลูกค้าจำนวนมาก ที่มักจะบ่นว่ามันมีห้องโดยสารเล็กเกินไปจนทำตัวได้แค่เพียงรถขับเล่นในวันหยุดเท่านั้น



ส่วนพละกำลังในการขับเคลื่อนของเจ้า MINI 2011 ทั้งสามรุ่นจะเป็นเครื่องยนต์ที่มีรูปแบบที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วในรุ่นแรกๆ ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลแบบสี่สูบ 16 วาว์ล ความจุ 1.4 ถึง 1.6 ลิตร รวมถึงเครื่องยนต์มอเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่ปล่อยมลภาวะและอาจใช้ชื่อรุ่นว่า MINI -E ซึี่งมีแนวโน้มของโครงการที่จะเป็นไปได้ถึง 80% จากสถานการณ์ของพลังงานในปัจจุบันนี้ ในขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่พลัง 150 แรงม้าของ MINI Cooper S จะถูกนำมาวางลงในเร็วๆ นี้ ส่วนเครื่องยนต์ของรถ MINI Crossover ก็จะหายใจด้วยเทอร์โบและมีสมรรถนะที่ใกล้เคียงกับ Toyota RAV-4 หรือ Suzuki Vitara แต่มีขนาดที่เล็กกระทัดรัดและคล่องตัวกว่า รวมถึงพละกำลังที่มากกว่าเล็กน้อย

...

มิติ ของMINI 2011จะมีขนาดที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างแต่ก็ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยมีรถ MINI รุ่นแรกๆ และรถที่เคยประสบความสำเร็จในการขายมาเป็นต้นแบบของการพัฒนาในครั้งนี้ ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับแผนการตลาดที่ออกมาในยุคนี้ ยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังบ้าแบรนด์และใช้สินค้าที่มีภาพลักษณ์ในการนำเสนอทันสมัยอยู่ตลอดเวลาโดยสามารถพบเห็นมันวิ่งหรือจอดอยู่ตามถนนของเมืองหลวงทั่วโลก การเกิดใหม่อีกครั้งภายใต้ร่มเงาของ BMW เมื่อกว่าสิบปีที่ผ่านมาทำให้เกิดการพัฒนารูปแบบในการใช้สอยครอบคลุมแทบจะทุกเซกเมนท์ของโมเดล และมันคงยังไม่หยุดการเติบโตอยู่เพียงแค่นี้อย่างแน่นอน ด้วยมาตรฐานขั้นสูงในการออกแบบและผลิตของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง BMW คอยกำกับดูแลบริษัทย่อยอย่าง MINI เพื่อสร้างผลิตภัทฑ์ที่มีรูปแบบและการใช้งานโดนใจคนรุ่นใหม่มากที่สุดในอนาคต.



arcom roumsuwan

chang.arcom@thairath.co.th

Photo By
www.jdpower.com
www.zcars.com.au
www.carsuk.net
www.webwombat.com.au