Valentino Balboni คือชายคนหนึ่งซึ่งทั้งชีวิตอุทิศให้กับตราสัญลักษณ์กระทิงเปลี่ยวของ Lamborghini การทุ่มเททั้งกำลังสมองและเวลาทั้งหมดให้กับบริษัทรถสปอร์ตที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานก็เพื่อสร้างสรรค์และคงไว้ซึ่งตำนานของการเป็นรถยนต์ที่ผู้ชายส่วนใหญ่บนโลกใบนี้หมายปองที่จะได้ครอบครองสักคันหนึ่ง
Balboni ใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ผ่านมากว่า 41 ปีทดสอบและพัฒนารถ Lamborghini ตั้งแต่รุ่นแรกๆจนถึงรถรุ่นใหม่ล่าสุด โดยผ่านช่วงเวลาอันยาวนานที่มีทั้งความสุขสมหวัง ความทุกข์จากสถานภาพอันสั่นคลอนของบริษัทในบางช่วงเวลา จนมาถึงยุคที่ Lamborghini ตกไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของ Audi ยักษ์ใหญ่จากเยอรมัน ผู้ชายคนนี้ก็ยังคงไว้ซึ่งความสามารถอันล้นเหลือจากมันสมองที่ถ่ายทอดออกมา เป็นรถยนต์คันล่าสุดของ Lamborghini นั่นก็คือ Gallardo LP550-2 Valentino Balboni รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางขับเคลื่อนโดยล้อคู่หลังคันสุดท้ายของค่าย Lamborghini ที่บรรจงสร้างขึ้นเพื่อให้เกียรติและยกย่องในความจงรักภักดีที่มีต่อบริษัท ของ Valentino Balboni 
บ่ายวันอาทิตย์ของเดือนตุลาคมเมื่อ 43 ปีมาแล้วในสนามแข่งขันรถยนต์มทางเรียบของอิตาลี Valentino Balboni ชายหนุ่มซึ่งเฝ้ามองรถแข่ง Lamborghini Miura ที่จอดเสียอยู่ข้างแทรคของสนามแข่งรถรีบวิ่งลงไปช่วยทีมแข่งเข็นรถ Miura ให้กลับเข้าสู่พิทได้อย่างปลอดภัยและเนื่องจากความช่วยเหลือในคร้ังนั้น นั่นเองที่ทำให้เด็กหนุ่ม Balboni ที่หายใจเข้าออกเป็นกลิ่นน้ำมันได้งานใหม่จากบริษัท Lamborghini งานที่ตัวเขาเองก็ไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะได้รับมอบหมายให้ทำงานกับสิ่งที่ชอบมาตั้งแต่เด็กๆ และนับจากวันนั้นจนถึงทุกวันนี้ ความแปรเปลี่ยนต่างๆ ของ Lamborghini ก็ไม่สามารถทำให้คนอย่าง Balboni เสียกำลังใจจนออกไปจากบริษัท กลับทำให้เขามุ่งมั่นและทุ่มเทในการพัฒนาตัวรถและเครื่องยนต์ของ Lamborghini ให้บรรลุถึงเป้าหมายในการดำรงค์ไว้ซึ่งสายพันธุ์ของรถสปอร์ตชั้นดีที่ประทับตราสัญลักษณ์กระทิงเปลี่ยว
ตลอดเวลาที่ผ่านมาภายใต้สายตาของผู้บริหารสูงสุดที่เห็นความสำคัญของ Balboni โดยเป็นเหมือนจักรเฟืองกลไกชิ้นพิเศษที่ร่วมกันนำพาบริษัทผ่านอุปสรรคต่างๆ นานา จนมาถึงทุกวันนี้ จึงได้ทำการสร้างรถยนต์เพื่อเป็นเกียรติประวัติในความมานะพยายาม ความมุ่งมั่นอดทนต่ออุปสรรคและความจงรักภักดีของลูกจ้างคนหนึ่งในบริษัท Lamborghini 
Lamborghini Gallardo LP550-2 คือ รถที่เหล่าบรรดาวิศวกรชั้นหัวกระทิของ Lamboghini ร่วมกันออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อลบเสียงวิจารณ์ที่มักจะพูดกันอยู่เสมอๆว่า หลังจากตกไปอยู่ในมือของ Audi แล้ว Lamborghini ก็ผลิตแต่รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อโดยอาศัยเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนจาก Audi โดยไม่มีรูปแบบของรถสปอร์ตที่ดิบเถื่อนเหมือนอย่างเมื่อคราวที่ก่อตั้ง บริษัทขึ้นมาในปลายยุค 1950 ซึ่งในช่วงนั้นรถ Lamborghini ทุกรุ่นยังคงขับเคลื่อนด้วยล้อหลังและมีความเป็นธรรมชาติมากกว่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ควบคุมได้ง่ายดายกว่า Gallardo LP550-2 ถูกผลิตขึ้นเพื่อลบคำสบประมาทนั้นให้จางหายไปโดยการใช้ตัวถังและเครื่องยนต์ ของรถรุ่น Gallardo ในตระกูล LP มาใช้งานและจะผลิตขึ้นในรูปแบบลิมิเต็ดอิดิชั่นเพียง 250 คันตามใบสั่งจองแบบหมดแล้วหมดเลย โดยใช้การขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังที่ให้อารมณ์และความรู้สึกในการควบคุม เป็นธรรมชาติมากกว่า การเอาชุดขับเคลื่อนที่ล้อหน้าออกทั้งหมดช่วยในการลดทอนน้ำหนักลงกว่า 30 กิโลกรัมทำให้ประสิทธิภาพของตัวรถเพิ่มขึ้นจากน้ำหนักที่ลดลง ถึงแม้ว่า Gallardo LP550-2 จะมีแรงม้าน้อยกว่ารุ่น Gallardo LP560-4 อยู่ถึง 10 ตัวเนื่องจากวิศวกรต้องการให้มันควบคุมได้ง่ายขึ้นและต้องการให้ Gallardo LP560-4 ยังคงเป็นรุ่นท็อปสุดของรถ Lambo ในตระกูล Gallardo
หลังจาก เกษียนตัวเองจากภาระและหน้าที่การงานด้วยอายุที่มากขึ้น Balboni ยังคงมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาและบูรณะรถยนต์คลาสสิกของ Lamborghini จากการถือกำเนิดของรถ Gallardo LP550-2 ทำให้ Balboni กลับมาเป็นนักขับทดสอบรถยนต์ที่ใช้ชื่อของตัวเองเป็นชื่อรุ่นอีกครั้งโดย ร่วมกับวิศวกรรุ่นใหม่ช่วยกันปรับแต่งให้รถ Gallardo LP550-2 มีความสมบูรณ์ในสมรรถนะของพลังและการขับเคลื่อน การที่มีระบบช่วงล่างที่ออกแบบใหม่เพื่อรองรับกับแรงม้ากว่า 500 ตัวและระบบขับเคลื่อนสองล้อหลังทำให้ต้องปรับเปลี่ยนโช๊คอัพ สปริง และเหล็กกันโครง รวมถึงเฟืองท้ายแบบ ESP ขึ้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งทำได้อย่างง่ายดายกว่ายุคก่อนด้วยคอมพิวเตอร์ประมวลผล รุ่นก้าวหน้าของ Lamborghini ที่ใช้งานร่วมกับ Audi ทำให้การสร้างรถสปอร์ตในยุคนี้มีความเป็นไปได้และเที่ยงตรงแม่นยำกว่าการปรับตั้งด้วยความรู้สึกในแบบเก่า
การตกแต่งภายในด้วยหนังแท้คุณภาพสูงโทนสีดำสลับขาวทำให้ดูมีความดุดันสมกับ เป็นรถสปอร์ตชั้นดี ตัวถังถูกคาดด้วยเส้นสีขาวขนาดใหญ่ตั้งแต่กลางฝากระโปรงหน้าไปจนจรดกึ่งกลาง ของท้ายรถ ล้อแม็กลายซุปเปอร์เลคกูลล่าแบบซี่น้ำหนักเบาและยางแก้มเตี้ยตามยุคสมัยยัง คงถูกนำมาใช้ ส่วนสวิตช์บางตัวที่อยู่ภายในคอนโซลซึ่งนำมาจาก Audi ก็ยังคงดูดีอยู่จากการออกแบบของพวกเยอรมัน ฝากระโปรงแบบโปร่งใสปิดอยู่ด้านหลังที่สามารถเห็นเครื่องยนต์แบบวี10ได้ อย่างชัดเจนและท่อไอเสียท้ายรถทรงย้อนยุคทำให้มันมีเลือดเนื้อของ Lamborghini ในยุคใหม่อยู่อย่างเต็มเปี่ยมและงานประกอบตัวถังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปราณีตบรรจง
Gallardo LP550-2 สามารถทำความเร็วในโค้งได้ดีขึ้นจากการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนและการปรับแต่ง ค่าความแข็งของช่วงล่าง อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ใช้เวลาไป 3.9 วินาทีซึ่งช้ากว่ารถ LP560-4 อยู่เพียง 0.2 วินาที เป็นผลมาจากการไม่มีระบบขับเคลื่อนที่ล้อคู่หน้ามาช่วยในการตะกุยตัวรถให้ พุ่งทะยาน เครื่องยนต์ของ Gallardo LP550-2 Valentino Balboni เป็นเครื่องวี 10 สูบที่มีระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบไดเรค อินเจคชั่นเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดเครื่องหนึ่งของยุคนี้ Gallardo LP550-2 มีเพียงเกียร์ธรรมดา 6 ตำแหน่งให้ใช้งานโดยไม่มีเกียร์แบบเซมิออโต้อย่างในรถ LP560-4 เนื่องจาก Balboni ต้องการให้มีระบบส่งกำลังย้อนยุคไปในช่วงปี 1960 ที่รถส่วนใหญ่ยังคงมีแต่เกียร์ธรรมดาให้เลือก ส่วนเกียร์อัตโนมัตแบบ E-Gear จะตามออกมาในปี 2010 เพื่อเอาใจพวกชอบสบาย หัวเกียร์ทรงกลมและคันเกียร์แบบอลูมิเนียม รวมไปถึงร่องเกียร์แบบซี่ที่อาจทำให้รู้สึกว่าใช้งานได้ไม่คล่องตัวเหมือนเกียร์ออโต้ แต่วัตถุประสงค์ของ Gallardo LP550-2 ต้องการสื่อความรู้สึกของผู้ขับขี่ให้ย้อนไปในอดีตมากกว่าการใช้งานจริงของการปรับเปลี่ยนสับโยกตำแหน่งเกียร์มีความเบาสบายและเข้าเกียร์ได้อย่างแม่นยำในทุกย่านความเร็ว ระบบเบรคของ Gallardo LP550-2 ใช้วัสดุจากเซรามิคและอัลลอยด์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรค และเพิ่มความมั่นคงให้กับตัวรถโดยการตัดปัญหาเรื่องเบรคเฟรดไปได้มากพอสมควร 
เจ้าของรถที่ได้ครอบครอง Gallardo LP550-2 จะได้รถยนต์ที่มีการขับขี่ควบคุมในระดับยอดเยี่ยม งานตกแต่งภายในห้องโดยสารขั้นสูงสุดและการประสานไปกับพลังของเครื่องยนต์และผู้ขับขี่ที่เป็นธรรมชาติโดยไม่มีระบบอิเลคโทรนิคเข้ามาแทรกแซง น้ำหนักของพวงมาลัยไม่เบาจนเกินไปแบบรถเครื่องยนต์วางกลางลำตัวทั่วๆ ไป ระบบขับเคลื่อนที่ล้อคู่หลังทำหน้าที่ได้ดีถึงขนาดอาจคิดไปว่ามันเป็นรถ Gallardo รุ่นปกติที่ขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่อาการโอเว่อร์สเตียร์ก็ยังคงอยู่ซึ่งก็ไม่ได้มากมายนัก ถ้ากดคันเร่งกันแบบหนักๆ ท้ายรถอาจเกิดอาการขึ้นบ้างเล็กน้อยไม่ถึงกับน่ากลัวจนเสียรสชาติของรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังที่ Lamborghini เลิกผลิตไปเสียนาน
ราคาค่าตัวที่แพงเว่อร์เกิดจากการจงใจที่จะให้มันเป็นรถยนต์รุ่นพิเศษที่ ผลิตขึ้นแค่ 250 คันเท่านั้น ราคา 163,000 ปอนด์ทำให้มันมีคู่ต่อสู้เป็นรถ Ferrari F430 Scuderia รุ่นที่มีความพิเศษคล้ายกับ Gallardo LP550-2 ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของลูกค้าว่าจะเลือกเอาคันไหน แต่ถ้าเลือกไม่ถูกก็คงจะต้องย้อนกลับไปดูความเป็นมาของการสร้างรถ Gallardo LP550-2 ซึ่งคนที่จะตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือผู้ชายที่ชื่อว่า Valentino Balboni นั่นเอง 
Gallardo LP550-2 Valentino Balboni Specifications
แบบ........................................รถสปอร์ตสองประตู
ลักษณะการวางเครื่องยนต์.....เครื่องยนต์วางกลาง ขับเคลื่อนล้อหลัง
เครื่องยนต์..............................วี 10 ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคม 40 วาว์ล วางทำมุม 90องศา
กระบอกสูบxช่วงชัก................84.50x92.80 มิลลิเมตร
ปริมาตรความจุ......................5204 ซี.ซี.
ลูกสูบและฝาสูบ.....................อลูมินัมอัลลอย
ระบบหล่อลื่น.........................Dry-Sumped
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง................ไดเรค พิสตอล อินเจ็คชั่น
อัตราส่วนกำลังอัด................12:5:1
แรงม้าสูงสุด.........................543 แรงม้าที่ 8000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................530 นิวตันเมตรที่ 6500 รอบต่อนาที
ระบบระบายความร้อน.........หม้อน้ำและพัดลมไฟฟ้า
อัตราเร่ง..............................0-100 กิโลเมตรใน 3.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด....................320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนัก..358แรงม้า/ตัน
ระบบเกียร์............................6 MT
พวงมาลัย............................แร็คแอนพีเนี่ยน พร้อมระบบ PSA
ความจุถังน้ำมัน...................90 ลิตร
ระบบกันสะเทือน.................ดับเบิ้ลวิชโบน เหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ล้อและยาง
ด้านหน้า..............................8.5x19 นิ้ว Pirelli P-Zero 235/35 ZR 19
ด้านหลัง..............................11x19 นิ้ว Pirelli P-Zero 295/30 ZR 19
ระบบเบรค..........................ดิสเบรค คาลิเปอร์หกลูกสูบ พร้อม ABS
ด้านหน้า..............................จานดิสเบรคเซรามิคขนาด365 มิลลิเมตร
ด้านหลัง..............................จานดิสเบรคเซรามิคขนาด356 มิลลิเมตร
มิติตัวถัง
ความกว้าง...........................1900 มิลลิเมตร
ความยาว.............................4345 มิลลิเมตร
ความสูง...............................1165 มิลลิเมตร
น้ำหนักตัวรถ.......................1380 กิโลกรัม
ราคา(ในอังกฤษ)................163,000 ปอนด์(เกียร์ธรรมดา 6สปีด)
...........................................170,000 ปอนด์(เกียร์อัตโนมัตแบบ E-Gear)
Arcom Roumsuwan
chang.arcom@thairath.co.th
Photo By
www.carsuk.net
www.sacarfan.co.za
www.exoticcars.about.com
www.classicandperformancecar.com
www.localkicks.com
...