รถยนต์ขนาดเล็กที่มีราคาถูกที่สุดในโลกขณะนี้ต้องยกให้กับรถสัญชาติอินเดีย นาม Tata Nano รถเล็กราคาถูกแห่งศตวรรษที่ 21 ถึงแม้ว่าขนาดของมันจะเล็กแต่ด้วยราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อทำให้ความฝันของคนทั่วไปที่ไม่เคยคิดว่าสักวันจะมีรถยนต์เป็นของตัวเองกลับเป็นความจริงขึ้นมาได้ และเนื่องจากภาวะราคาน้ำมันซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงไปยังเศรษฐกิจทำให้มูลค่า ของสินค้าที่จำเป็นต่อการอุปโภคและบริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ เว้นแม้แต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทำให้รถ Tata Nano จากแดนภารตะกลายเป็นทางเลือกชั้นดีสำหรับผู้มีรายได้น้อยแต่ต้องการมีรถยนต์ ส่วนตัวไว้ใช้งาน

Tata Nano มีกำเนิดมาจากกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของอินเดียที่มีประวัติความเป็นมากว่า 150 ปีในการบริหารงานของบริษัทแบบครอบครัวซึ่งปัจจุบันนี้ Ratan Tata รับหน้าที่เป็น CEO ชายผุู้แข็งแกร่งและมีความคิดที่กว้างไกลคนนี้เองที่มีไอเดียอยากให้ชาว อินเดียได้เป็นเจ้าของรถยนต์ส่วนตัวแทนการเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์เพราะรถ Tata Nano บรรจุคนไปได้ทั้งครอบครัว ( 4 คน) และมีราคาเพียง100,000 รูปี รถ Tata Nano มีความโด่ดเด่นตรงที่ค่ายรถ Tata Motors สามารถสร้างโรงงานและลงมือผลิตได้ทันทีในทุกมุมโลกเนื่องจากมันไม่ต้องการ เทคโนโลยีชั้นสูงสำหรับการประกอบแต่อย่างใด โรงงานผลิตรถยนต์ที่มีอยู่แล่้วในจีน สหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศลาตินอเมริกาและยุโรป รวมไปถึงดีทรอยต์แห่งเอเซียอย่างประเทศไทยก็สามารถผลิตมันออกมาขายได้ทันที ส่วนลูกค้าของมันคือคนที่ชอบความประหยัดและมีครอบครัวขนาดเล็กรวมกันแค่สี่ ชีวิตและพวกหัวอนุรักษ์นิยมที่เห็นว่าโลกใบนี้กำลังถูกทำให้แย่ลงไปเรื่อยๆ จากการเผาผลาญพลังงานของรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ใหญ่โตมโหฬารซึ่งมีความคิด อยากจะทำอะไรที่มันดีกว่าที่เป็นอยู่เพื่อช่วยโลกสีเขียวใบนี้



ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มสดใสขึ้นจากการมาถึงของมัน บริษัท Tata Motors ต้องปรับตัวเองให้เข้ากับสภาวะขาดทุนและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่นับวันจะ เพิ่มสูงขึ้นจากการกู้เงินมาลงทุนรวมไปถึงการเข้าไปควบรวมกิจการของบริษัท รถยนต์ในอังกฤษที่หวังเอาไว้ว่าจะสามารถทำกำไรได้แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากบริษัทอย่าง Jaguar และ Land Rover ที่ Tata Motors เข้าไปทำการเทคโอเว่อร์ก็ประสบกับสถานะการณ์ตกต่ำในยอดขายของผลิตภัณฑ์รุ่น ใหม่ๆที่ทยอยออกมาในช่วงเศรษฐกิจโลกซบเซาจนดึงให้ Tata Motors ต้องรัดเข็มขัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และโรงงานประกอบรถในอินเดียของ Tata Motors เองก็พบกับปัญหาในการใช้งานพื้นที่กับมลภาวะที่ส่งผลกับชาวนาในบริเวณนั้นจน ต้องย้ายโรงงานใหม่มาอยู่ที่ Gujarat ซึ่งทำให้หมดเงินไปถึง 300 ล้านปอนด์ โรงงานแห่งใหม่นี้มีกำลังการผลิตเพียง 50,000 คันต่อปีแต่ความต้องการของผู้บริหารที่ตั้งเป้าหมายไว้ถึง 200,000 คันต่อปีทำให้โครงการของ Tata Nano สะดุดไปบ้างแต่ก็ไม่ยากเย็นเกินกว่ามันสมองของ Ratan Tata ที่จะปรับปรุงและเร่งไลน์การประกอบให้เร็วขึ้นด้วยการขยายโรงงานและเพิ่ม จำนวนคนงานให้มากขึ้นกว่าที่มีอยู่



Tata Nano
กำลังสร้างความประหลาดใจให้กับพวกวิศวกรจากญี่ปุ่นด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบ 624 ซีซี ที่ใครต่อใครพากันดูถูกว่ามันเหมาะกับรถตัดหญ้ามากกว่านำมาใช้กับรถยนต์ของ ครอบครัว เกียร์ธรรมดา 4 จังหวะกับภายในที่แทบจะไม่มีอะไรมาให้เลยทำให้มันโดนมองว่าเป็นรถยนต์ที่มี อุปกรณ์น้อยที่สุดแต่ราคา 1400 ปอนด์ของมันกลับทำให้เสียงต่อว่าต่างๆนาๆจางหายไปกับสายลมแทบจะในทันทีที่ มันถูกส่งออกมาวางจำหน่าย รูปทรงโดยรวมของตัวรถทั้งคันใน Nano ถูกทำให้มีความสลับซับซ้อนน้อยที่สุด แม้แต่ตำแหน่งของการเติมน้ำมันยังต้องเปิดฝากระโปรงและเติมทางท่อพลาสติกเอา เอง ที่ปัดน้ำฝนแบบอันเดียวโด่ดๆและที่ประหลาดที่สุด(ในสายตาของพวกคู่แข่ง) คือมันมีน็อตล้อมาให้แค่ 3 ตัวเท่านั้น (พวกชอบขับรถเร็วๆคงต้องเลิกมองมันไปเลย) แต่รูปทรงของมันก็มิได้เป็นรองรถยนต์ขนาดเล็กของค่ายดังๆที่พยายามดึงเอาจุด ขายของรถยนต์ในบริษัทตนเองออกมาข่มขวัญเจ้า Tata Nano เนื่องจากมันเป็นรถแบบสี่ประตูซึ่งดูไปแล้วมันเหมือนกับมีห้าประตูมากกว่า แต่สาเหตุเดียวของการที่ประตูหลังบานที่ห้าไม่สามารถเปิดออกได้ก็คือการ ประหยัดต้นทุนในการประกอบนั่นเอง



เข้ามาดูภายในห้องโดยสารคุณก็จะพบ กับความว่างเปล่าแบบไม่มีอะไรเลยจริงๆ บริเวณคอนโซลกลางมีมาตรวัดความเร็วมาให้แค่ตำแหน่งเดียวโดยไม่มีอะไรอีกแล้ว ที่นอกเหนือไปจากนั้นเช่น มาตรวัดรอบ ระบบปรับอากาศ วิทยุติดรถยนต์ คุณก็จะไม่มีวันได้เห็นสิ่งต่างๆเหล่านี้ใน Nano รุ่นปกติซึ่งระบบอำนวยความสะดวกเหล่านี้ต้องเสียเงินเพิ่มเอาเองสำหรับการ เลือกซื้อในรุ่นที่สูงกว่า เบาะนั่งออกแบบมาในงบที่จำกัด มีเพียงแอ่งบริเวณคอนโซลที่ไว้สำหรับเก็บของกระจุกกระจิกเล็กน้อยเท่านั้น คุณภาพของวัสดุที่นำมาใช้อยู่ในขั้นที่พอจะรับกันได้ แต่ถ้าคุณเป็นพวกมาตรฐานสูงละก็ลืมมันซะดีกว่า การขับขี่และควบคุมคงไม่อาจคาดหวังกับเครื่องยนต์แค่ 624 ซีซี 33แรงม้าที่มีสมรรถนะแค่ไปได้เรื่อยๆ ระบบเกียร์ 4 จังหวะแบบซิงโครเมชสามารถส่งต่อแรงบิดจากเครื่องยนต์ลงสู่พื้นถนนได้ดี เนื่องจากน้ำหนักตัวของเจ้า Nano เบาหวิวเพียงแค่ 600 กิโลกรัมทำให้มันเป็นรถที่เบาที่สุดแล้วในบรรดาไมโครคาร์ขนาดเล็กและเบากว่า คู่ต่อสู่ทั้งฝั่งญี่ปุ่นและยุโรปที่มีรถเล็กประเภทนี้ออกมาจำหน่ายเหมือน กันถึง 250-300 กิโลกรัม

สภาพอากาศแบบเมืองร้อนในแถบเอเซียใต้ ทำให้การมีเครื่องปรับอากาศเป็นอุปกรณ์เสริมของรถ Tata Nano เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีอุณหภูมิสูงในตอนกลางวัน และทำให้การเดินทางมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ 624 ซีซีของมันสามารถผลักดันตัวเองให้ไปถึงความเร็ว 105 กิโลเมตรต่อซั่วโมงได้ แต่ถ้ามากไปกว่านั้นไฟแจ้งเตือนของอุณหภูมิเครื่องยนต์จะกระพริบทันทีเพื่อ เตือนผู้ขับให้ทราบถึงการทำงานของเครื่องยนต์ในขีดจำกัดที่จะต้องระมัดระวัง ไม่ให้เครื่องยนต์ขนาดเล็กอยู่ในสภาวะที่ร้อนจัดจนเกินไป เครื่องยนต์ 2 สูบ33 แรงม้าวางตำแหน่งเครื่องไว้ด้านหลังของตัวรถติดตั้งระบบแคตตาไลติกคอนเวอร์ เตอร์เพื่อลดมลภาวะ ระบบหัวฉีดจากบริษัท Bosch ทำหน้าที่จ่ายเชื้อเพลิงและ Bosch ยังเป็นบริษัทที่ร่วมกับ Tata Motors ทำการปรับปรุงและพัฒนารถ Nano โดยทำตั้งแต่เครื่องยนต์ เบรค และอัลเทอร์เนเตอร์ พวงมาลัยแบบแรคแอนพีเนียร์ไม่มีพาวเว่อร์ช่วยผ่อนแรงแต่วงเลี้ยวที่แคบของ ตัวรถทำให้สามารถกลับรถในตรอกซอกซอยเล็กๆของอินเดียได้อย่างสบาย



การเป็นรถยนต์ราคาถูกทำให้มันไม่ต้องออกไปต่อสู้กับบรรดารถเล็กๆทั้งจากญี่ปุ่น และยุโรป ซึ่ง Ratan Tata CEO ของ Tata Motors ตั้งใจไว้ว่าจะต้องทำยอดขายได้อย่างถล่มทลายทั้งในอินเดียและทั่วโลกที่ กำลังต้องการรถยนต์ประหยัดในลักษณะนี้อย่างมากจากปัญหาราคาของพลังงาน หลายๆคนที่พอจะรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของรถยนต์เชื่อว่ามันอาจกลายเป็นรถ โฟล์คเต่าทองจากเยอรมันที่ในยุคหนึ่งเคยทำยอดสูงสุดในการผลิตถึง 21.5ล้านคันก็เป็นได้และ CEO ของ Tata Motors ก็ไมใช่ผู้ชายที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆเสียด้วย

Tata Nano Specifications
เครื่องยนต์.............................................624 ซีซี 2 สูบ ระบบหัวฉีดเอ็มพีเอฟไอ
ลักษณะการวางเครื่องยนต์.....................เครื่องยนต์วางด้านหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง
แรงม้าสูงสุด..........................................35 แรงม้า ที่ 5250 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.........................................48 นิวตัน/เมตร ที่ 3500 รอบต่อนาที
ความเร็วสูงสุด......................................105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เกียร์......................................................เกียร์ธรรมดาแบบซินโครเมต 4 จังหวะ
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า................................................โลเวอรวิชโบน แม็คเฟอร์สันสตัคท์ และโช็คอัพแบบแก็ซ
ด้านหลัง................................................เซมิเทอร์ลิ่งอามส์ คอยสปริง และโช็คอัพแบบแก็ซ
ระบบเบรค............................................ดรัมเบรคทั้งสี่ล้อ ขนาด 180 มิลลิเมตร
ล้อและยาง
ขนาดล้อ...............................................4 B x 12นิ้ว
ขนาดยางด้านหน้า...............................135/70/ R 12
ขนาดยางด้านหลัง...............................155/65/ R 12
ขนาดยางอะไหล่..................................135/70/ R 12
มิติของตัวรถ
ความกว้าง...........................................1620 มิลลิเมตร
ความยาว.............................................3099 มิลลิเมตร
ความสูง...............................................1652 มิลลิเมตร
ปริมาตรความจุน้ำมัน...........................15 ลิตร
น้ำหนักรถ
รุ่นNano...............................................600 กิโลกรัม
รุ่น Nano CX.......................................615 กิโลกรัม
รุ่น Nano LX.......................................635 กิโลกรัม (รวมอุปกรณ์เสริมเช่น ระบบปรับอากาศและวิทยุติดรถยนต์ ยางอะไหล่)
ราคา...................................................100,800 บาท (ในอังกฤษ)

arcom roumsuwan [chang]
chang.arcom@thairath.co.th
Photo By
www.autoden.org
www.indianautosblog.com
www.carfever.blogspot.com
www.motorbeam.com
www.cartype.com
www.dayuhan.livejournal.com

...