หากจะนับรวมรถ BMW ใน Series M ทั้งหมดทุกคันคงจะมีพื้นที่ไม่พอสำหรับการบรรยาย ด้วยสาเหตุนี้จึงคัดเอามาเฉพาะรุ่นที่ได้รับความนิยมและมีสมรรถณะที่โด่ด เด่นเป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักเลงรถ M-Power ว่าสามารถสะท้อนตัวตนออกมาได้ดีที่สุด มีพลังการขับเคลื่อนที่สูงกว่าและเชื่อมโยงไปกับจิตวิญญาณของรถแข่งที่ส่ง ต่อสายพันธ์ุมานานกว่า 40 ปี ไม่ว่าพวกมันจะมีเครื่องยนต์ขนาดไหนก็ตามเช่น สี่สูบ หกสูบแถวเรียงหรือเครื่องยนต์ขนาดใหญ่อย่างวี 8 หรือวี 10 รถ BMW รุ่น M ทุกคันล้วนแล้วแต่เป็นที่สิงสถิตย์ของเหล่าปีศาจแห่งความเร็วที่พร้อมจะเล่น งานรถทุกคันที่อาจหาญมาทาบรัศมีของมัน

BMW M1(1978-1981)
จากหน้า ประวัติศาสตร์ของ BMW Motorsport ได้บันทึกเอาไว้ว่ารถ BMW M1 เครื่องยนต์วางกลางลำเป็นรถสปอตร์สำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นจากแผนก Motorsport เป็นคันแรกจากความพยายามที่จะสร้างรถแข่งแบบ Roadcar ตามแผนงานที่วางไว้ตั้งแต่ปี 1972 แต่โครงการนี้ก็ล่าช้าไปหลายปีเนื่องจากปัญหาบางประการของการร่วมมือกัน ระหว่าง BMW และ Lamborghini ดีไซน์ของรถ M1เกิดขึ้นจากมันสมองของสำนักออกแบบรถยนต์ Giugiaroและวิศวกรของ BMW ชื่อ Paul Bracq และเนื่องจากมันเป็นรถเครื่องยนต์วางกลางที่บริษัท BMW ไม่มีความชำนาญในรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์วางอยู่ในลักษณะนี้ โครงการพัฒนารถ M1 จึงถูกส่งต่อไปให้กับเจ้ากระทิงเปลี่ยวจากอิตาลี Lamborghini รับหน้าที่ด้านโครงสร้างและตัวถัง แต่โชคไม่ดีที่ Lamborghini ในขณะนั้นเกิดปัญหาทางการเงินและสภาวะของความตกต่ำBMW จึงนำโครงการ M1กลับมาพัฒนาเองจนสำเร็จ นับได้ว่าM1เป็นรถเครื่องวางกลางที่ดีที่สุดในยุคนั้น เครื่องยนต์ทวินแคมหกสูบถูกออกแบบมาเพื่อให้มีแรงม้าที่เข้ากันได้ดีทั้งรูป ทรงและน้ำหนัก โทนเสียงของเครื่องยนต์หกสูบไม่เหมือนกับเครื่องวี 8 หรือวี12 ของพวกอิตาเลี่ยน พวงมาลัยหนักกว่ารถปกติแต่มีความมั่นคงเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงและมีความ แม่นยำมาก อาการของตััวรถยามเข้าโค้งด้วยความเร็วในสนามแข่งขันมีความเป็นกลางมากกว่า รถเครื่องวางหน้าอย่างเห็นได้ชัด กำลังของเครื่องและการยึดเกาะของช่วงล่างประสานงานกันเป็นอย่างดี BMW M1 ถูกสร้างขึ้นเพียง 450 คันทำให้ในปัจจุบันนี้กลายเป็นรถยนต์คลาสสิกที่หาได้ยากมาก รวมถึงยังเป็นรถยนต์เครื่องวางกลางคันแรกและคันสุดท้ายของBMWอีกด้วย

BMW M1
เครื่องยนต์...........................แถวเรียงหกสูบ ทวินแคม24วาว์ล วางกลางลำตัวรถ ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ....................3453 ซีซี.
แรงม้าสูงสุด.........................280 แรงม้า ที่ 6500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................243 ปอนด์/ฟุต ที่ 5000 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง...............................0-100 กิโลเมตรใน 5.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด.....................160 ไมล์ต่อชั่วโมง

BMW M3 (e30) Sport Evolution (1989-1990)
จาก ตัวถังของรุ่น Series 3 รหัส e30 ถูกวิศวกรของ BMW Motorsport นำมาปรับปรุงตัวรถทั้งคันขึ้นมาใหม่ให้กลายเป็นสายพันธุ์ของรถแข่งที่ดี ที่สุดในรุ่นเครื่องยนต์ขนาดเล็กไม่เกินสี่สูบโดยการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบเบรค ให้ดีขึ้น รอบตัวรถมีซุ้มล้อที่โป่งนูนออกมาจนเห็นได้ชัดและติดตั้งชุดสปอยเลอร์หลัง แบบปรับตั้งองศาได้ เครื่องยนต์สี่สูบ 2.5 ลิตร 238 แรงม้าที่มีกำลังพอเหมาะพอดีกับตัวรถมาก จุดเด่นของ M3 e30 Sport Evolution อยู่ที่ช่วงล่างของมันที่ได้รับการเซ็ตมาอย่างลงตัวทำให้มันเป็นรถยนต์ ที่รักทางโค้งมากกว่าทางตรงและผิวสัมผัสของแซสซีส์จะส่งตรงอาการต่างๆของตัว รถได้อย่างดีเยี่ยม เครื่องยนต์สี่สูบขนาดเล็กวางด้านหน้าขับเคลื่อนล้อหลังที่ยังคงเอกลักษณ์ ของ BMWเอาไว้ด้วยการวางเครื่องเอียง และมีแรงบิดที่ไม่ต้องแบกน้ำหนักตัวรถมากจนเกินไปซึ่งทำงานได้อย่างเต็ม กำลังในย่าน 5000-7500 รอบต่อนาที บริษัท BMW ผลิตเจ้า M3 e30 Sport Evolution ออกมาเพียง 600 คันเท่านั้นและเจ้าของรถที่มีรถรุ่นนี้อยู่ในครอบครองมักไม่ยอมขายมันไป ง่ายๆทำให้ M3 e30 Sport Evolution กลายเป็นรถหายากในยุคนี้ไปโดยปริยาย



BMW M3 Sport Evolution

เครื่องยนต์...........................แถวเรียงสี่สูบ ทวินแคม16วาว์ล วางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ....................2467 ซีซี.
แรงม้าสูงสุด.........................235 แรงม้า ที่ 7000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................177 ปอนด์/ฟุต ที่ 4750 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง...............................0-100 กิโลเมตรใน 6.1 วินาที
ความเร็วสูงสุด.....................154 ไมล์ ต่อชั่วโมง

BMW M5 (e34) (1992-1995)

จาก รถยนต์ซีดานสี่ประตูขนาดกลางในรุ่นe34ถูกบรรดาพ่อมดในแผนก BMW Motorsport ทำการปรับแต่งจนมีความลงตัวทั้งกำลังของเครื่องและช่วงล่าง รถ M5 e34ในโมเดลแรกถูกเผยโฉมครั้งแรกในปี 1988 ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องยนต์หกสูบแถวเรียงปริมาตรความจุ 3.6 ลิตร 315 แรงม้าแต่ก็เกิดปํญหาขึ้นจากกำลังที่มีอยู่กลับไม่พอเพียงและสมดุลย์กับน้ำ หนักของตัวรถที่มากกว่า 1500 กิโลกรัม เครื่องยนต์ตัวใหม่ที่มีความจุและกำลังรวมถึงแรงบิดที่ดีกว่าจึงถูกพัฒนาและ นำลงมาวางในห้องเครื่องยนต์ของ M5 e34 ในโมเดลที่สอง โดยมีขนาดความจุ 3.8 ลิตร 340 แรงม้าพร้อมกับเกียร์รุ่นใหม่ที่มีอัตราทดถึงหกตำแหน่งเพื่อส่งต่อแรงบิดไป ยังล้อทั้งสี่ให้มีย่านของพลังกว้างกว่ารถ M5 ในโมเดลแรกสุด การติดตั้งระบบอิเลคโทรนิคที่ทันสมัยลงไปในตัวรถก็ได้เริ่มต้นขึ้นในโมเดล ที่สองของ M5 นี่เองซึ่งประกอบไปด้วย ระบบปรับค่ากันสะเทือน EDC (Electronic Damper Control) ทำให้ผู้ขับสามารถปรับตั้งความสูงของตัวรถได้ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และยังคงอยู่ในรถ BMW M Series ทุกๆคันก็คือช่วงล่างและแชสซีส์ชั้นเยี่ยมที่สมดุลย์กับกำลังและส่งให้มัน กลายเป็นรถซีดานสี่ประตูขนาดกลางที่มีความเหมาะสมมากที่สุดในยุคนั้น



BMW M5 e34 (3.8
)
เครื่องยนต์...........................แถวเรียงหกสูบ ทวินแคม24วาว์ล วางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ....................3795 ซีซี.
แรงม้าสูงสุด.........................340 แรงม้า ที่ 6900 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................295 ปอนด์/ฟุต ที่ 4750 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง...............................0-100 กิโลเมตรใน 5.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด.....................155 ไมล์ ต่อชั่วโมง

BMW M3 (e36) Evolution 1995-1999

มีรถยนต์ชั้นเยี่ยมเกิดขึ้นมากมายในยุค 90' และรถ BMW M3 e36 Evolution ก็เป็นหนึ่งในรถยนต์ชั้นเยี่ยมเหล่านั้นด้วย รถ e36 รุ่นปกติทั้งรุ่นสี่ประตูและสองประตู BMW ทำการออกแบบได้อย่างไร้ที่ติและถือได้ว่าเป็นรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับ BMWมากที่สุดจากจำนวนการผลิต รูปทรง ความทนทานและกำลังของเครื่องยนต์ รถ BMW M3 e36 Evolution ถูกผลิตขึ้นมาในยุคที่เทคโนโลยีของรถยนต์กำลังก้าวไปข้างหน้า แต่ก็ก่อนหน้าที่ระบบอีเลคโทรนิคจะเข้ามาครอบงำทุกสิ่งทุกอย่างเช่นในยุค ปัจจุบันนี้ เครื่องยนต์หกสูบแถวเรียง 3201 ซีซี มาพร้อมกับชุด Vanos สองตัวที่สวยงามทั้งรูปทรงของตัวเครื่องและพรั่งพร้อมไปด้วยพลังถึง 321 แรงม้าทำให้ M3 Evo แบบสองประตู แบบเปิดประทุนและแบบซีดานสี่ประตูทะยานไปสู่ความสำเร็จได้อย่างสบายๆทั้งใน สนามแข่งรถและบนท้องถนนทั่วไป แต่รุ่นสี่ประตูจะหารถได้ยากมากในปัจจุบันนี้เนื่องจากมันถูกสร้างขึ้นใน จำนวนเพียงน้อยนิดและประโยชน์ของการใช้สอยแบบรถสี่ประตูที่สะดวกสบายกว่า รุ่นสองประตู จุดอ่อนของ M3 e36 Evolution อยู่ที่การควบคุมตัวรถในขณะที่ใช้ความเร็วสูง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้ขับขี่ว่าจะปราบมันให้เชื่องมือและตกอยู่ภายใต้การ ควบคุมหรือลนจนออกอาการและอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ทุกขณะในระหว่างที่ ขับขี่ด้วยความเร็วสูง โดยภาพรวมแล้วมันเป็นรถใน Series M ที่สมบูรณ์แบบและมีความพิเศษอยู่ในตัวตนของมันเองจนถึงทุกวันนี้รถ M3 Evo e36 ก็ยังได้รับความนิยมจากนักสะสมอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย



BMW M3 e36 Evolution
เครื่องยนต์...........................แถวเรียงหกสูบ ทวินแคม24วาว์ล วางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ....................3201 ซีซี.
แรงม้าสูงสุด.........................321 แรงม้า ที่ 7400 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................258 ปอนด์/ฟุต ที่ 3250 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง...............................0-100 กิโลเมตรใน 5.6 วินาที
ความเร็วสูงสุด.....................155 ไมล์ ต่อชั่วโมง

BMW M5 (e39) 1998-2003

รถยนต์ซีดานสี่ประตูที่มีความสมบูรณ์ทั้งรูปทรงของการออกแบบและสัมผัสที่ยอด เยี่ยมยามขับขี่เกิดขึ้นไม่มากนักในวงการยนต์กรรม และในบรรดารถยนต์ชั้นเยี่ยมเหล่านั้นต้องมีรถ BMW M5 e39 รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน สายพันธุ์แห่งความแรงถูกผลิตขึ้นเป็นรุ่นที่สามของตระกูล M5 และการมาถึงของเครื่องยนต์ขนาดใหญ่แบบวี 8 400 แรงม้าที่ทำให้เกิดเสียงคำรามทุ้มๆยามผลักดันมันขึ้นสู่รอบเครื่องสูงๆได้ อย่างเร้าใจ ไม่มีที่ติสำหรับห้องโดยสารและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทำให้มันก้าวเข้าสู่จุด สูงสุดของรถซีดานขนาดกลางแรงม้าสูง รูปแบบในการจัดวางอุปกรณ์ถือได้ว่าลงตัวที่สุดแล้วและมีความงดงามน่าใช้ มากกว่ารุ่น M5 e60 เสียอีก ตำแหน่งของผู้ขับขี่ถูกจัดวางไว้อย่างดีบนเบาะนั่งแบบสปอตร์เพื่อความแม่นยำ ในการควบคุม รถ M5 e39 มีน้ำหนักมากกว่า 1700 กิโลกรัม แต่ก็ไม่ได้สร้างภาระให้กับเครื่องยนต์รอบจัดแบบวี 8 เลยแม้แต่นิดเดียวและก็อีกตามเคยที่ช่วงล่างของมันถูกทำให้เชื่อมโยงไปกับ ตัวรถจนทำให้การควบคุมง่ายดายราวกับเล่นเกมส์ ถึงแม้ว่าตัวรถจะมีขนาดใหญ่และถูกเหมารวมอยู่ในรุ่นซีดานสี่ประตูขนาดกลาง แต่มันก็มีความคล่องตัวและปราดเปรียวอย่างที่รถในตระกูล M Series ทุกคันสมควรจะมี



BMW M5 e39
เครื่องยนต์............................วี 8 สูบ ทวินแคม 32 วาว์ล วางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ....................4941 ซีซี.
แรงม้าสูงสุด.........................400 แรงม้า ที่ 6600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................369 ปอนด์/ฟุต ที่ 3800 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง...............................0-100 กิโลเมตรใน 4.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด.....................155 ไมล์ ต่อชั่วโมง

BMW Z4 M Coupe 2006-2008

หลัง จากที่ผู้คนในวงการรถยนต์เริ่มลืมรูปทรงของหลังคาอันอัปลักษณ์และความตกต่ำ ในการทำตลาดของ Z3 M Coupe ก็ถึงเวลาแล้วที่อนุกรมใหม่ของ Z -M Seriesจะออกสู่สายตาของนักเลงรถทั่วโลก การหยิบยืมเอาเครื่องยนต์ของรถ M3 e46 ส่งผลต่ออัตราเร่งแซงโดยตรงทำให้รถ Z4 M Coupe มีสมรรถนะที่ดีกว่า Z3 M Coupe อย่างเห็นได้ชัด การปรับปรุงแซสซีส์และระบบกันสะเทือนใหม่ทั้งหมดทำให้การยิงตัวรถจากทางโค้ง สู่ทางตรงมีความสมบูรณ์และเที่ยงตรงมาก แต่มันก็ไม่ถึงกับเป็น Roadcar ที่ดีที่สุดและอาจก่อปัญหาขึ้นได้ในบางครั้งจากสภาพเส้นทางที่มีความคด เคี้ยวแบบทางขึ้นลงเขาเนื่องจากโอเวอร์แฮงค์ของตัวรถ มีแต่เพียงรูปทรงที่สวยงามของหลังคาแบบใหม่ที่มีความลงตัวและลาดเอียงรับกับ ท้ายรถได้ดีรวมถึงพละกำลังจากเครื่องยนต์เท่านั้นที่ช่วยมันไว้ไม่ให้กลับไป เหมือนกับรุ่นพี่ที่เคยผจญกับความยากลำบากในการทำตลาดมาแล้ว แฟนๆของรถ M Series ต่างก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอกที่หลังคาทรงอัปลักษณ์ของรถ Z3 M Coupe ไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ใน Z4 M Coupe หลังคาแบบนั้นทำให้มันขึ้นทำเนียบรถสปอร์ตที่มีรูปทรงน่าเกลียดอยู่นานเลยที เดียว



BMW Z4 M Coupe
เครื่องยนต์............................แถวเรียงหกสูบ ทวินแคม 24 วาว์ล วางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ....................3246 ซีซี.
แรงม้าสูงสุด.........................338 แรงม้า ที่ 7900 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................269 ปอนด์/ฟุต ที่ 4900 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง...............................0-100 กิโลเมตรใน 4.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด.....................155 ไมล์ ต่อชั่วโมง

BMW M5 (e60) 2005-2009
กระจังหน้าและไฟด้านหน้าทำให้ M5 e60 ได้รับชัยชนะในการออกแบบรถซีดานของยุคนี้ รวมไปถึงวิวัฒนาการทางรูปทรงและรายระเอียดมากมายที่ประกอบขึ้นเป็นตัวรถทั้ง คันจากมันสมองของผู้ชายที่ชื่อว่า Chris Bangle ที่ทำให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นทั่วไปในวงการการออกแบบรถยนต์และแฟนๆของ BMWที่มีทั้งเสียงชื่นชมและก่นด่า หลังจากเวลาผ่านไปได้ไม่นานนักกลับกลายเป็นว่าบรรดาค่ายรถทั่วโลกต่างก็ได้ นำเอาเส้นสายที่ Bangle เคยดีไซน์ไว้มาใส่ยังรถยนต์รุ่นใหม่ๆของตนเองเต็มไปหมด รถ M5 e60ถูกเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทำให้ตัวถังและภายในมีความแตกต่างจากรุ่นที่แล้ว อย่างสิ้นเชิง อุปกรณ์ที่ใช้ระบบอีเลคโทรนิคควบคุมในรถ M5 e60 มีมากเสียจนอาจทำให้ช่างเครื่องยนต์ที่ทำการลงมือซ่อมแซมมันถึงกับฆ่าตัวตาย ได้ง่ายๆ ปุ่มควบคุมแบบ I Drive ,ระบบปรับอัตราทดเกียร์แบบ EDC ,DSC สวิท Power และปุ่ม M บนพวงมาลัย ก่อให้เกิดความสับสนและต้องการการเรียนรู้จากประติสัมพันธ์ในระหว่างการใช้ งาน ส่วนกำลังของเครื่องยนต์ก็ยกเอาเทคโนโลยีจากเครื่องยนต์ของรถ Formula 1 มาทั้งยวง เครื่องยนต์ 5.0 ลิตร วี 10 500 แรงม้าพร้อมติดตั้งแป้นแพดเดิลชิฟที่จะทำงานควบคู่ไปกับเกียร์แบบ SMG เจ็ดตำแหน่งทำให้มันกลายเป็นรถซีดานสี่ประตูขนาดกลางที่ไม่อาจจะล้อเล่นได้ อีกต่อไปยามดูดติดท้ายรถสปอตร์ซุปเปอร์คาร์จากแดนมักโรนี รถ M5 e60 คันนี้มีน้ำหนักถึง 1830 กิโลกรัมซึ่งหนักกว่า M5 e28รุ่นแรกถึงกว่า 400 กิโลแต่อย่าลืมว่ามันมีกำลังถึง 500 แรงม้าจากเครื่องยนต์วี 10 ที่คอยรองรับอยู่ทำให้น้ำหนักตัวของ M5 e60 ไม่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะของมันเท่าใดนัก แรงบิดจากเครื่องยนต์ตัวนี้ในโหมด M เพิ่มพูนความดิบเถื่อนของตัวรถได้อย่างสะใจพวกตีนผีที่ชอบบูชาความเร็ว แต่การเชื่อมโยงตัวรถและผู้ขับขี่ถูกกั้นเอาไว้ด้วยระบบต่างๆที่มีมากเสียจน ทำให้การทำงานประสานกันระหว่างคนและเครื่องจักรในรถ M Series รุ่นเก่าๆที่เคยมีอยู่หายไปทันทีที่เปลี่ยนมาขับขี่รถ M5 e60



BMW M5 e60
เครื่องยนต์............................วี 10 สูบ ทวินแคม 40 วาว์ล วางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ....................4999 ซีซี.
แรงม้าสูงสุด.........................500 แรงม้า ที่ 7750 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................383 ปอนด์/ฟุต ที่ 6100 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง...............................0-100 กิโลเมตรใน 4.6 วินาที
ความเร็วสูงสุด.....................155 ไมล์ ต่อชั่วโมง

BMW M3 CSL And CS (e46) 2003-2005

การนำ เอารถสองประตูในรุ่น e46 มาทำการปรับปรุงเพื่อให้เกิดใหม่ในร่างของ M3 e46 เป็นเรื่องที่ไม่เกินความสามารถของวิศวกรจากแผนก BMW Motorsport สักเท่าไหร่ แต่การที่จะทำรถ M3 e46 ให้ดีกว่าเดิมและกลายสภาพมาเป็นรุ่นที่ใช้รหัสต่อท้ายว่า CSL กลับทำได้ยากยิ่งกว่าเนื่องจากคำต่อท้าย CSL ที่รถ BMW ทุกรุ่นที่เคยใช้ต่างก็ประสบความสำเร็จและแสดงตัวตนให้เห็นได้ว่ามันมีความ เหนือกว่ารุ่นปกติอยู่มากทีเดียว การลดทอนน้ำหนักลงเป็นเป้าหมายแรกๆที่วิศวกรของ BMW Motorsport กระทำต่อตัวรถ M3 e46 ซึ่งเริ่มต้นโดยเอาหลังคาโลหะออกแล้วแทนที่ด้วย หลังคาแบบคาร์บอนไฟเบอร์ ฝากระโปรงทั้งด้านหน้าและหลังก็ถูกกระทำแบบนั้นด้วยเช่นกัน เปลี่ยนแปลงขนาดของสปริงและคารลิปเปอร์เบรคใหม่ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่า เดิม เบาะนั่งในสไตล์รถแข่งแบบกระชับตัวผู้ขับที่เมื่อใดได้เข้าไปนั่งก็จะเหมือน กับเตรียมพร้อมที่จะแข่งในทันที เจ้าของรถ M3 CSL-CS ส่วนใหญ่มักไม่แน่ใจกับน้ำหนักของแป้นเบรคและระบบเบรคที่ติดตั้งมาจากโรงงาน จึงมักจะนำรถ CLS ไปติดตั้งระบบเบรคใหม่จากบริษัทที่ผลิตเบรคคุณภาพสูงอย่าง



AP Racing และ Brembo เพื่อเพิ่มความมั่นใจและสยบม้าทััั้ง 338 ตัวให้มีความประพฤติที่อยู่กับร่องกับรอย รถ BMW M3 CSL-CS สามารถทำสมรรถนะได้ดีทั้งสภาพถนนที่แห้งและเปียกชื้น ช่วงล่างนำพาตัวรถไปได้อย่างมั่นคง ชัดเจนและเฉียบขาด สิ่งที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งของกลไกทั้งหมดในตัวรถ M3 CLS คือระบบเกียร์แบบ SMG อัตราทดว่องไวปานกระพริบตาและมีความลื่นไหลมากกว่ารถ BMW M Series ในแทบทุกรุ่นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาจเกิดจากน้ำหนักที่เบากว่าของตัวรถก็เป็นได้
BMW M3 CSL-CS
เครื่องยนต์...........................แถวเรียงหกสูบ ทวินแคม24วาว์ล วางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ....................3246 ซีซี.
แรงม้าสูงสุด.........................355 แรงม้า ที่ 7900 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................273 ปอนด์/ฟุต ที่ 4900 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง...............................0-100 กิโลเมตรใน 4.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด.....................155 ไมล์ ต่อชั่วโมง

BMW M3 (e92) 2007-2009

การ จะลงมือสร้างรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดสักคันหนึ่งให้มีสมรรถนะที่ดีกว่ารุ่นที่ ผ่านมาคงจะไม่มีอะไรยากเย็นเกินไปสำหรับบริษัท BMW ดังเช่นที่เราพบเห็นได้ในรถ M3 e92 รถยนต์สปอตร์สองประตูรุ่นล่าสุดในอนุกรมของ M3 Series ที่มีอายุยาวนานมากที่สุดในบรรดารถสปอตร์พลังสูงของ BMW พัฒนาการของตัวรถ M3 ที่มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นจากเครื่องยนต์สี่สูบก่อนหลังจากนั้นจึงเพิ่มเป็นเครื่องยนต์หก สูบ และแล้วรถ M3 e92 ก็อดรนทนไม่ได้กับความเย้ายวนของเครื่องยนต์ขนาดใหญ่อย่างเครื่องวี 8 ที่สามารถสร้างพลังงานได้อย่างมหาศาลโดยไม่ต้องอาศัยระบบอัดอากาศแบบใดทั้ง สื้น ระบบอัดอากาศดังกล่าวทั้งซุปเปอร์ชาตท์และเทอร์โบต่างก็มีข้อดีในตัวของมัน เองแต่ข้อเสียของมันจากปริมาตรของความร้อนสะสมภายในห้องเครื่องยนต์เป็นตัว บั่นทอนอายุการใช้งานและเพิ่มค่าการบำรุงรักษาให้มากยิ่งขึ้นไปอีกโดยไม่ จำเป็น เครื่องยนต์วี 8 รุ่นใหม่ล่าสุดตัวนี้ทำให้เครื่องยนต์ที่ติดตั้งระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบ ทั่วไปต้องหันมามองด้วยความอิจฉาในความคงทนและความเสถียรของพละกำลังที่มี ให้ถึง 414 แรงม้าซึ่งเกิดจากการสันดาปภายในและกลไกเชื่อมต่อระบบต่างๆที่ยอดเยี่ยมและ ผ่านการทดสอบแบบโหดหินมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ปริมาตรความจุเพียง 3999 ซีซี แต่สามารถลากรอบให้ไปถึงย่าน 8500 รอบต่อนาทีอย่างรวดเร็วและง่ายดายแสดงให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาของ เครื่องยนต์ตัวใหม่นี้ที่ถูกนำมาวางลงใน M3 e90 รุ่นสี่ประตูรวมถึง M3 e92ที่เป็นรถ Coupe สองประตู พละกำลังที่มีอยู่จากเครื่องยนต์ตัวนี้ทำให้รถสปอตร์อย่าง Porsche 911-997 Audi Rs5, Mercedes Benz C63 AMG หรือแม้แต่จักรกลของซาตานอย่าง Nissan GTR 2009 ยังต้องร้อนๆหนาวๆยามเหลือบมองไปที่กระจกมองหลังแล้วเห็นเจ้า M3 ตัวใหม่ล่าสุดเกาะจี้ท้ายรถอยู่ รถ M3 e92 Coupe มีจุดเด่นของตัวรถอยู่ที่ด้านท้ายและไฟท้ายอันงดงามลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้า นี้มาก ตำแหน่งติดตั้งทะเบียนรถจากที่เคยอยู่ที่ฝาท้ายโดนย้ายลงมาอยู่กึ่งกลาง กันชนและถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น ฝากระโปรง หลังคา ถูกทำขึ้นจากคาร์บอนไฟเบอร์ โดยภาพรวมมันเหมือนกับการนำเอาดีไซน์ของรุ่น e46 และ e36มาผสมกันจนเกิดเป็น M3 e92 การนำเอาเครื่องยนต์ขนาดใหญ่แบบวี 8 มาใส่ก็เนื่องจากบรรดาคู่แข่งต่างก็ระดมกันนำเอาขุมกำลังแบบวี 8 มาติดตั้งให้กับรถยนต์ในค่ายของตัวแทบทั้งสิ้นเช่น Audi, Lexus, Mercedes Benz ด้วยสาเหตุนี้เอง BMWจึงจำเป็นต้องทิ้งเครื่องหกสูบแถวเรียงและหันมาหาเครื่องยนต์วี 8 เพื่อปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป



BMW M3 e92

เครื่องยนต์...........................วี 8 สูบ ทวินแคม 32 วาว์ล วางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ....................3999 ซีซี.
แรงม้าสูงสุด.........................414 แรงม้า ที่ 8300 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................295 ปอนด์/ฟุต ที่ 3900 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง...............................0-100 กิโลเมตรใน 4.7 วินาที
ความเร็วสูงสุด.....................155 ไมล์ ต่อชั่วโมง

arcom roumsuwan [chang]
chang.arcom@thairath.co.th
photo by
www.ausmotive.com
www.bmwcoop.com
www.usautoparts.net
www.e36blog.com
www.geeks.pirillo.com
www.usautoparts.net

...