เวลา 12.54 น. ของวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1972 ยานอพอลโล 16 ออกเดินทางไกลในระยะทาง 384,404กิโลเมตร เป็นการเดินทางไปดวงจันทร์ครั้งแรกของปี ค.ศ. 1972 และเป็นการเดินทางไปลงบนดวงจันทร์ครั้งที่ 5 ของโครงการอพอลโล ถึงแม้ยานอวกาศอพอลโลจะมีประสบการณ์ในการเดินทางไปดวงจันทร์มาแล้วหลายครั้ง แต่จุดมุ่งหมายของNASAสำหรับการท่องอวกาศในครั้งนี้คือนำรถ LUNAR ROVER ออกวิ่งสำรวจและเก็บตัวอย่างของหินบนดวงจันทร์เพื่อนำมันกลับมาวิเคาระห์ถึง ส่วนประกอบและแร่ธาตุที่อยู่ในหินรวมถึงการตรวจสอบสภาพภูมิประเทศในบริเวณ ที่ยานโอเรียนร่อนลงจอด

แนวคิดของรถ LUNAR ROVER เกิดขึ้นจากมันสมองของทีมวิศวกรของ NASA ในโครงการสำรวจอวกาศ MERCURY ที่มีไอเดียในการใช้รถสำรวจน้ำหนักเบาเพื่อเก็บตัวอย่างของวัตถุบนดวงจันทร์ เช่นดิน,ฝุ่น เศษหินที่เกิดจากการชนปะทะของอุกาบาตซึ่งมีอยู่ทั่วไปบนพื้นผิวของดวงจันทร์ นักบินอวกาศไม่สามารถนำหินเหล่านั้นกลับมาได้ในปริมาณมากๆ เนื่องจากน้ำหนักและเวลาในการออกไปเดินสำรวจที่มีข้อจำกัดในพื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลในบริเวณที่ยานร่อนลงจอด รวมถึงสภาวะแรงโน้มถ่วงที่น้อยกว่าบนพื้นโลกถึงหนึ่งในหกทำให้การเคลื่อนที่ ด้วยการเดินเท้าของนักบินอวกาศจะช้าลงและไม่สามารถไปได้ไกลจากตัวยาน การลงทุนสร้างจักรกลที่สามารถขับเคลื่อนไปในสภาพแรงโน้มถ่วงที่น้อยกว่าบนโลกมาก และใช้พลังงานจากแบตตารี่ในยุค 1970 ยังคงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากและใช้เงินงบประมาณสูงมาก โครงการรถ LUNAR ROVER ใช้เงินในการพัฒนาและสร้างสูงถึง 38 ล้านเหรียญซึ่งในยุคนั้นถือได้ว่ามีมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว



LUNAR ROVER ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมดสี่คัน สามคันที่ออกเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ถูกจอดทิ้งไว้ในบริเวณที่ยานร่อนลงจอด อีกหนึ่งคันที่เหลืออยู่และเป็นรถต้นแบบถูกนำมาจัดแสดงไว้ที่สถาบัน SMITHSONIAN ในกรุง WASHINGTON รถLUNAR ROVER เกิดจากการร่วมมือกันของวิศวกรจาก NASA,บริษัทอากาศยานยักษ์ใหญ่ของอเมริกัน BOEING และค่ายรถช้ันนำ GENERAL MOTORS เนื่องจากมีเวลาในการคิดค้น พัฒนาและสร้างไม่มากนักLUNAR ROVER ทั้งสี่คันจึงถูกสร้างขึ้นในเวลาเพียง 17 เดือนด้วยความรีบเร่ง ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยี่ที่ก้าวล้ำหน้ามาก พวกมันทั้งสี่คันถูกประกอบจากอลูมินัมอัลลอย มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ระบบขับเคลื่อนและบังคับเลี้ยวเป็นอลูมินัมอัลลอยทั้งหมด ล้อของ LUNAR ROVER ทำจากเส้นใยอลูมิเนียมเส้นเล็กๆนำมาถักให้เป็นรูปล้อทรงกลมเนื่องจากการใช้ ยางจริงในการวิ่งจะมีน้ำหนักมากจนเกินจากปริมาตรน้ำหนักตัวรถที่วิศวกรทำการ คำนวนกันไว้ในการบรรทุกไปกับตัวยานบริเวณด้านข้างในห้องสำหรับเก็บของขนาด เล็กที่ต้องพับเก็บตัวรถทั้งคันและนำออกมาประกอบเมื่อถึงจุดหมาย



ใน ระหว่างการเดินทางไปดวงจันทร์ ตัวรถ LUNAR ROVER จะถูกพับเก็บไว้บริเวณด้านข้างของยานสำรวจโอเรียน น้ำหนักโดยรวมของตัวรถทั้งคันอยู่ที่ 200 กิโลกรัมและจะเพิ่มเป็น 250 กิโลกรัมเมื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริม ระบบกล้องโทรทัศน์ที่ถูกติดตั้งอยู่บนตัวรถจะถ่ายทอดสดการทำงานของนักบิน อวกาศและสภาพความเป็นไปรอบๆตัวยาน เพื่อจะให้เจ้าหน้าที่และเหล่าบรรดาวิศวกรที่คอยควบคุมการออกเดินบนพื้นผิว ของดวงจันทร์สามารถเฝ้ามองดู และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับนักบินอวกาศในทันทีที่พบกับปัญหา การที่มีฝุ่นฟุ้งกระจายจากการเคลื่อนที่ของล้อ ก็หมายถึงตัวกล้องที่ติดตั้งอยู่จะต้องได้รับการทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา ล้อแต่ละข้างของLUNAR ROVER ถูกขับเคลื่อนโดยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ให้กำลังสูงจากแบตตารี่ขนาด 36 โวลต์จำนวนสองลูก ซึ่งเพียงพอต่อการวิ่งเป็นระยะทางถึง 40 ไมล์ ด้วยความเร็ว 11 ไมล์ต่อชั่วโมง และสามารถไต่ขึ้นเนินที่มีความชันถึง 35 องศาได้อย่างสบาย โดยให้นักบินอวกาศขับ LUNAR ROVER ทแยงไปมาเป็นรูปตัวเอสเพื่อไต่ขึ้นเนินที่มีความชันไม่มากนัก



น้ำหนักรถทั้งคันที่ 250 กิโลกรัมบนโลก เมื่อนำมันออกวิ่งบนพื้นผิวของดวงจันทร์ที่มีแรงดึงดูดน้อยกว่าโลกหนึ่งในหก จะทำให้มันเหลือน้ำหนักเพียง 41 กิโลกรัมเท่านั้น จากรายงานของนักบินอวกาศที่ทำการขับขี่พบปัญหาจากการออกแบบคือบังโคลนของตัว รถจึงจำเป็นที่จะต้องถอดออกเนื่องจากฝุ่นบนดวงจันทร์ที่ถูกล้อของยาน LUNAR MOVER ตะกุยจนฟุ้งกระจายและเกาะติดไปทั่วบริเวณบังโคลนและตัวล้อ ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายนี้มาจากแร่กราไฟต์และมันจะเกาะติดไปทั่วทั้งคันจนไม่ สามารถขับเคลื่อนได้อีก หากเป็นแรงดึงดูดปกติบนโลก ปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถแก้ไขได้โดยง่าย แต่ในสภาวะอุณภูมิ 108 องศาเซลเซียสซึ่งแม้แต่น้ำยังกลายเป็นไอ และแรงดึงดูดที่ต่ำกว่าบนพื้นโลกถึงหนึ่งในหก ฝุ่นผงเหล่านี้กลับก่อให้เกิดปัญหาใหญ่จนตัวรถไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ อีกหากไม่ได้รับการแก้ไขดัดแปลงบริเวณบังโคลน ชุดนักบินอวกาศของ NASA จะลดความร้อนจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ในอวกาศที่ไม่มีชั้นบรรยากาศคอย กรองรังสีคอสมิคอันรุนแรงและอันตรายบนดวงจันทร์ด้วยการฉาบสารสีขาวซึ่งจะ ช่วยสะท้อนรังสีจากดวงอาทิตย์ หากตัวรถLUNAR ROVER มีฝุ่นผงกราไฟต์เกาะติดอยู่ก็จะทำให้การสะท้อนความร้อนที่เกิดขึ้นทำได้ไม่ ดีนัก อุณภูมิภายในชุดนักบินอวกาศจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

การ ขับขี่รถ LUNAR ROVER ไปบนพื้นผิวของดวงจันทร์โดยการใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ ติดอยู่ในล้อแต่ละข้างทั้งสี่ตัวเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางครั้งล้อปะทะเข้ากับก้อนหินที่มีอยู่ทั่วไปบนดวงจันทร์ทำให้มันลอยขึ้น จากพื้นบ่อยครั้ง จุดประสงศ์ของรถ LUNAR ROVER ทั้งสามคันที่นำขึ้นไปในการสำรวจพื้นผิวของดวงจันทร์สามครั้ง(ยานโอเรียน สามารถบรรทุกรถ LUNAR ROVER ได้ครั้งละหนึ่งคันเท่านั้น) ทำให้นักบินอวกาศสามารถขับออกไปสำรวจพื้นที่ได้ไกลกว่าการเดินเท้า ตัวแบตตารี่พลังงานสูงทำให้สามารถเดินทางเป็นระยะทางไกลถึง 36 กิโลเมตร แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณออกซิเจนที่ทำให้นักบินอวกาศไม่กล้าที่จะขับมัน ไปไกลจนถึงระยะทางขนาดนั้นเนื่องจากกังวลว่า ถ้าเกิดปัญหาขึ้นกับตัวรถในขณะที่ขับมันออกไปไกลจากตัวยานและไม่สามารถแก้ไข ได้ อาจต้องเดินเท้ากลับไปที่ตัวยานซึ่งเป็นระยะทางไกลมากและอาจก่อให้เกิด เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นเช่นระบบออกซิเจนในชุดนักบินอวกาศที่ขัดข้อง การออกสำรวจอวกาศในครั้งนี้คงต้องจบลงและกลายเป็นเพียงสุสานราคาแพงบนดวง จันทร์ก็อาจเป็นได้

เวลา 19.15 น.ของวันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน ยานโอเรียนส่วนบนเตรียมตัวเดินทางออกจากดวงจันทร์เพื่อกลับสู่โลกหลังจาก เสร็จสิ้นภารกิจ กล้องโทรทัศน์บนรถLUNAR ROVER ซึ่งจอดทิ้งไว้ใกล้ ๆ ยานโอเรียนส่วนล่าง จับภาพการเดินทางขึ้นจากดวงจันทร์ของยานโอเรียนบนจอโทรทัศน์ที่สถานีอวกาศ ฮุสตันมองเห็นยานพุ่งตัวขึ้นไป ทิ้งฝุ่นตลบอยู่ที่พื้นดิน จอห์น ยัง , ชาร์ล ดุ๊ก และโธมัส แมททิงลี ลูกเรือของอพอลโล 16 เดินทางกลับถึงโลกในวันที่ 27 เมษายน รวมนับตั้งแต่เดินทางออกจากโลก จนกลับถึงโลก 265 ชั่วโมง 51 นาที 05 วินาที จากภารกิจการสำรวจพื้นผิวของดวงจันทร์ด้วยความช่วยเหลือของรถ LUNAR ROVER ทำให้นักบินอวกาศสามารถเก็บตัวอย่างของ ฝุ่น และเศษหิน กลับมายังโลกได้น้ำหนักถึง 113 กิโลกรัม และภารกิจสุดท้ายของรถ LUNAR ROVER ก็เสร็จสิ้นลงเมื่อมันถูกขับขี่ไปยังจุดหมายที่อยู่ห่างจากยานสำรวจโอเรียน พอสมควร ณ จุดนั้นเองที่กล้องโทรทัศน์ที่ติดอยู่บนรถได้ทำการถ่ายทอดสดผ่านสายตาของ มนุษย์บนโลกกว่าพันล้านคน ให้เห็นนักบินอวกาศทั้งสองนาย กำลังขุดเจาะพื้นผิวของดวงจันทร์อย่างอ่อนระโหยโรยแรง ภาพของนักบินทั้งสองคนกำลังก้าวขึ้นไปบนยานโอเรียนเพื่อเดินทางกลับสู่โลก และภาพในช่วงสุดท้ายก่อนที่ระบบกล้องถ่ายทอดสดบนตัวรถจะยุติการทำงานลงเป็น ภาพยานโอเรียนส่วนบนจุดระเบิดเครื่องยนต์พร้อมทั้งพุ่งทะยานขึ้นสู่อวกาศอัน มืดมิดเพื่อเดินทางกลับบ้านโดยมีรถLUNAR ROVER ถูกจอดทิ้งไว้ให้เป็นประวัติศาสตร์ในการสำรวจอวกาศยุคแรกๆของมนุษย์ชาติ

mission total distance total time longest single traverse maximum range from the LUNAR ROVER
Apollo 15 17.25 miles (27.76 km) 3h 02 m 7.75 miles (12.47 km) 3.1 miles (5.0 km)
Apollo 16 16.50 miles (26.55 km) 3h 26 m 7.20 miles (11.59 km) 2.8 miles (4.5 km)
Apollo 17 22.30 miles (35.89 km) 4h 26 m 12.50 miles (20.12 km) 4.7 miles (7.6 km)


chang palace

chang.arcom@thairath.co.th
ภาพโดย
-www.en.wikipedia.org
-www.galaxywire.net
-www.washingtonpost.com

...