Toyota bZ4X รุ่นที่ผลิตในสหรัฐฯ ได้รับการเปิดเผยข้อมูลบางจุด ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์บางอย่างเมื่อเทียบกับ bZ4X เวอร์ชันญี่ปุ่น ซึ่งถูกเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2564 การเปลี่ยนแปลงหลักๆ ของ Toyota bZ4X เฉพาะในสหรัฐอเมริกา มาพร้อมไฟสีส้ม (ไฟเลี้ยวและพลาสติกสะท้อนแสงมัลติรีแฟคเตอร์ การตกแต่งภายในของ bZ4X รุ่นอเมริกัน มีพวงมาลัยทรงกลมแบบธรรมดา ส่วนพวงมาลัยสไตล์ยาวอวกาศจะเป็นออปชันเสริมให้เลือกใช้
...
ขนาดและสัดส่วนของ bZ4X EV นั้นคล้ายกับ Toyota RAV4 อย่างไรก็ตาม bZ4X นั้นทำตัวเป็นยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ต้องดูเฉียบคมและมีตัวเลขแอโรไดนามิกเหนือกว่าจากการที่ไม่ต้องมีช่องรับอากาศเข้าไประบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ Toyota bZ4X ออกแบบใหม่หมดตั้งแต่เริ่มแรกในโครงการรถยนต์ EV สัดส่วนความสูงที่เตี้ยกว่า ส่วนท้ายสไตล์คูเป้ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าของพี่โต มีลักษณะสปอร์ตแพลตฟอร์ม EV ทำให้ bZ4X มีระยะโอเวอร์แฮงก์สั้นกุด ฐานล้อยาวเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในเทียบได้กับซีดาน D-segment (Toyota Camry) การออกแบบให้แผงหน้าปัดและตำแหน่งของแผงหน้าปัดแบบดิจิตอลอยู่ในระดับต่ำ ช่วยเพิ่มความรู้สึกของพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ในขณะเดียวกัน มีการปรับปรุงทัศนวิสัยการมองเห็นให้ครอบคลุม bZ4X รุ่น AWD ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่พัฒนาร่วมกับ Subaru ส่วนออปชันหลังคาโซลาร์รูฟสำหรับชาร์จแบตเตอรี่เมื่อรถจอดอยู่กับที่ ไม่ได้ระบุไว้ในรุ่นข้อมูลจำเพาะของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา การผลิต Toyota bZ4X สเปกสหรัฐฯ จะมีขึ้นในโรงงาน Toyota ที่ญี่ปุ่น
...
...
...
ขนาดความยาว 4,688 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,859 มิลลิเมตร และความสูง 1,651 มิลลิเมตร Toyota bZ4X มีขนาดประมาณ RAV4 อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Toyota ได้ออกแบบ bZ4X ให้เป็นยานยนต์ EV ตั้งแต่เริ่มต้น รูปทรงของรถจึงดูปราดเปรียวมากกว่า RAV4 ระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือ 2,849 มิลลิเมตร ช่วยในเรื่องของไดนามิกและพื้นที่เบาะหลัง
มอเตอร์ไฟฟ้า
ยานยนต์ EV ขนาดกะทัดรัดที่ผลิตขึ้นโดยใช้แพลตฟอร์มเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนใหญ่จะใช้รูปแบบการขับเคลื่อน RWD หรือขับเคลื่อนล้อหลัง สำหรับรุ่นเริ่มต้นของ Toyota bZ4X เป็นรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า FWD รุ่นพื้นฐาน ติดตั้งมอเตอร์ตัวเดียว วางคร่อมเพลาหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน มีกำลัง 150 กิโลวัตต์ (201 แรงม้า) แรงบิด 296 นิวตันเมตร (196 ปอนด์-ฟุต) ส่วน Toyota bZ4X รุ่นท็อปมีมอเตอร์สองตัว มอเตอร์หนึ่งตัววางคร่อมเพลาขับหน้าและอีกหนึ่งตัวอยู่บนเพลาขับด้านหลัง โดยแต่ละตัวให้กำลัง 80 กิโลวัตต์ (107 แรงม้า) แรงบิดมอเตอร์แต่ละตัวอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร (124 ปอนด์-ฟุต) กำลังขับรวมของมอเตอร์คู่ทำออกมาได้ 214 แรงม้า ผู้ขับสามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ขับเคลื่อนได้โดยใช้ตัวเปลี่ยนเกียร์แบบแป้นหมุน ซึ่งเกียร์แบบนี้ ถูกใช้เป็นครั้งแรกในรถยนต์ Toyota
Aspect Specification
Drivetrain Layout FWD/AWD
No. of Motor(s) One/Two
Front Motor Power 201 hp (FWD)/107 hp (AWD)
Rear Motor Power 107 hp (AWD)
Combined Power 214 hp (AWD)
Front Motor Torque 196 lb.-ft. (FWD & AWD)
Rear Motor Torque 124 lb.-ft. (AWD)
Battery Pack Type Lithium-ion
Total Battery Pack Capacity 71.4 kWh (FWD)/72.8 kWh (AWD)
Battery Pack Voltage 355 V (FWD & AWD)
AC Charging Input 6.6 kW (FWD & AWD)
DC Charging Input 150 kW (FWD)/100 kW (AWD)
EPA-est. Range 252 miles (XLE FWD)/228 miles (XLE AWD)/242 miles (Limited FWD)/222 miles (Limited AWD)
Toyota bZ4X FWD รุ่นขับหน้า ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาด 71.4 kWh ในขณะที่ Toyota bZ4X AWD รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 72.8 kWh ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม แบตเตอรี่ทั้งสองความจุ มีแรงดันไฟฟ้าใช้งานเท่ากัน ที่ 355 V โดยมีให้เลือกสองแบบ ได้แก่ XLE และ Limited ทั้งในรุ่นขับหน้า FWD และรุ่นขับสี่ AWD EPA-EST สำหรับระยะทางต่อการชาร์จแบตฯจนเต็มอยู่ที่ 450 กิโลเมตร กำลังชาร์จสูงสุดสำหรับไฟ AC กระแสสลับคือ 6.6 กิโลวัตต์ การชาร์จจนเต็มด้วยเครื่องชาร์จระดับ 2 หรือชาร์จไฟบ้าน 220 โวลต์ ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง เรียกได้ว่าเมื่อขับกลับถึงบ้านก็เสียบชาร์จไฟไปเลยแล้วปล่อยทิ้งไว้ทั้งคืน พอเช้าไฟจะเต็มแบตฯ 100% สำหรับการชาร์จ DC สูงสุดของระบบชาร์จกระแสตรง bZ4X รุ่นมอเตอร์เดี่ยวรองรับการชาร์จที่ 150 กิโลวัตต์ ในขณะที่กำลังการชาร์จ DC สูงสุดของ bZ4X รุ่นมอเตอร์คู่อยู่ที่ 100 กิโลวัตต์! Toyota ติดตั้งปั๊มทำความร้อนสำหรับใช้งานทั้งระบบทำความร้อนและเครื่องปรับอากาศใน bZ4X ระบบควบคุมสภาพอากาศแบบปั๊มความร้อน จะนำความร้อนเหลือทิ้งของแบตเตอรี่ หมุนวนกลับมาใช้ใหม่ สำหรับ bZ4X ที่ใช้งานในเขตหนาว เพื่อทำให้ห้องโดยสารอุ่นขึ้นในฤดูหนาว ช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงาน
ข้อมูลจำเพาะของ bZ4X รุ่นที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD แบบใหม่ พัฒนาร่วมกับ Subaru พร้อมกับ X-Mode และ Grip-Control X-Mode เป็นคุณลักษณะที่ร่วมกับโหมด Snow/Dirt โหมดดังกล่าว ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและการยึดเกาะของรถบนพื้นผิวที่ลื่นและสกปรก นอกจากนี้ยังมีโหมด หิมะ/โคลน สำหรับถนนที่ไม่ลาดยางและเป็นหลุมเป็นบ่อ ระบบเบรกสะสมพลังงาน regenerative braking เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป Grip-Control เป็นฟังก์ชันเพิ่มเติมของ X-Mode และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการลื่นบนถนนที่ขรุขระเนื่องจากแรงบิดของมอเตอร์
Toyota USA แจ้งว่า ลูกค้าชาวอเมริกันที่ซื้อ bZ4X จะได้รับการชาร์จ DC ฟรีหนึ่งปี ผ่านเครือข่ายของ EVgo ที่ชาร์จแบบเร็วของ EVgo ตั้งกระจายตัวอยู่ในเขตสำคัญ เช่น ร้านขายของชำ ศูนย์การค้า โรงแรม ร้านอาหาร สถานีบริการเชื้อเพลิง และย่านใจกลางเมือง สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการชาร์จพลังงาน ช่วยให้ลูกค้าชาร์จรถทิ้งไว้แล้วทำธุระได้อย่างสะดวก ผ่านแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟนของ Toyota บริการฟรี EVgo มีเครื่องชาร์จ DC 800 เครื่องในสหรัฐอเมริกา และเครื่องชาร์จ AC ระดับ 2 หลายพันเครื่องทั่ว 68 เขตเมือง ใน 35 รัฐ มันเจ๋งตรงที่เครื่องชาร์จของ EVgo ได้พลังงานไฟฟ้ามาชาร์จ bZ4X จากแหล่งพลังงานสีเขียว 100%
ในช่วงของการพัฒนา วิจัยและทดสอบ Toyota ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบขับเคลื่อนของ bZ4X มีความทนทาน ชุดแบตเตอรี่จะต้องใช้งานได้เต็มช่วงสูงสุด 90% แม้จะผ่านการใช้งานไปแล้วนานสิบปี Masahiko Maeda ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Toyota กล่าวว่าความคงทนและความเสถียรของ bZ4X เป็นหนึ่งในเป้าหมายด้านประสิทธิภาพ ซึ่งถูกทดสอบอย่างหนักหน่วงมากที่สุดเพื่อทำให้ผู้ที่เลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota มีความมั่นใจสูงสุด
การป้องกันชุดแบตฯ ด้วยการปิดผลึกอย่างแน่นหนา พร้อมระบบระบายความร้อนชุดแบตเตอรี่ที่ทำงานอัตโนมัติ กลายเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ Toyota กำลังดำเนินมาตรการในด้านต่างๆ เช่น โครงสร้างที่จะห่อหุ้มแพ็กแบตเตอรี่ การเลือกวัสดุ และการออกแบบระบบควบคุม การออกแบบซอฟต์แวร์ เพื่อป้องกันการเกิดความเสื่อมโทรมในแบตเตอรี่ Keiji Kaita ประธานศูนย์พัฒนาวิศวกรรมขั้นสูงของ Toyota กล่าวว่า ต้นทุนแบตเตอรี่จะลดลง 40% เมื่อเทียบกับ C-HR/Izoa/UX EV เมื่อมีการเปิดตัว bZ4X ดังนั้น การเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่จะมีราคาถูกลง เป็นข้อดีอีกอย่างของ bZ4X
Daisuke Ido วิศวกรของ Toyota รับผิดชอบการพัฒนา bZ4X แจ้งว่า แบตเตอรี่ของ bZ4X จะมีความทนทานเป็นพิเศษ ด้วยการทดลองกับวัสดุที่หลากหลายของแบตเตอรี่ และการจัดการอุณหภูมินานถึง 20 ปี มาแล้ว ทำให้ Toyota สามารถยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ให้ยาวนานเป็นพิเศษได้ แนวทางดังกล่าว คือการมุ่งเน้นด้านวิศวกรรมยานยนต์ที่เรียบง่ายแต่มีความคงทน เป็นแนวคิดในอดีตของ Toyota ในด้านความน่าเชื่อถือ คล้ายกับระบบส่งกำลังแบบเก่า นั่นก็คือ เครื่องยนต์สันดาปภายใน ICE ของ Toyota ซึ่งรู้กันดีว่า เครื่องยนต์เหล่านั้นใช้งานได้ยาวนานมากกว่า 500,000 กิโลเมตร และมีราคาขายต่อที่พอรับได้ในตลาดรถยนต์มือสอง เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับ Toyota ที่จะใช้ความเชี่ยวชาญด้านความคงทนกับรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์
Toyota bZ4X สเปกอเมริกา มาพร้อมออปชันมาตรฐาน เช่น ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ระบบมัลติมีเดีย Toyota Audio Multimedia จอภาพขนาด 12.3 นิ้ว การเชื่อมต่อโทรศัพท์ Bluetooth สองเครื่อง Apple CarPlay แบบไร้สาย Android Auto, Digital Key แบบแชร์ได้, ที่วางเท้าด้านหน้าแบบเรืองแสง เครื่องทำความร้อนบริเวณเบาะ ระบบเสียง JBL Premium Audio พร้อมลำโพง 9 ตัว แอมพลิฟายเออร์ HiD-watt 8 แชนเนล ซับวูฟเฟอร์ขนาด 9 นิ้ว บริการเชื่อมต่อมาตรฐาน การทดลองใช้งาน 3 ปี รวมอยู่ในบริการ Remote Connect พร้อม Toyota App ควบคุมระบบไฟหน้าของ bZ4X สั่งอุ่นเบาะที่นั่งก่อนขึ้นรถในฤดูหนาว /ระบบฟอกอากาศ / ไล่ฝ้า / ฮีทเตอร์ / พวงมาลัยพร้อมระบบควบคุมสภาพอากาศ ฝาประตูท้ายไฟฟ้าแบบมีเซนเซอร์ใต้กันชนหลัง ระบบชาร์จระยะไกลสามารถทำได้ด้วยการเชื่อมต่อ ช่วยตรวจสอบสถานะของการชาร์จ ตั้งแต่เริ่มจนถึงหยุดการชาร์จ และแก้ไขตารางการชาร์จเพื่อปรับให้สอดรับกับระยะทางที่จะต้องไปให้ถึง
bZ4X เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Toyota ในอเมริกา มาพร้อมแพ็กเกจความปลอดภัย Toyota Safety Sense 3.0 (TSS 3.0) สำหรับ TSS 3.0 ประกอบด้วย เรดาร์และกล้องมองข้างเดียวที่มีช่วงการตรวจจับที่กว้างขึ้น มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในแต่ละฟังก์ชันของ Toyota Safety Sense สำหรับ v3.0 นอกจากนี้ ยังเพิ่มฟังก์ชันใหม่เพื่อช่วยในสภาวะการขับขี่ปกติ ตัวอย่างเช่น ระบบ Pre-Collision ตรวจจับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในเวลากลางวัน การตรวจจับผู้ขี่จักรยานในสภาวะแสงน้อย และการตรวจจับช่องทางเดินรถรอบตัว รวมถึง Lane Recognition ซึ่งมีการปรับปรุงการทำงานของ Lane Tracing Assist ใหม่หมด ระบบ steer-by-wire มีติดตั้งในbZ4X ที่ขายในตลาดโลก แต่ไม่มีในตลาดสหรัฐฯ พวงมาลัยและยางไม่มีการเชื่อมต่อทางกลไก ทำให้การสั่นสะเทือนจากผิวถนนที่ไม่เรียบจะไม่ส่งไปถึงฝ่ามือของคนขับ Toyota ตั้งล็อกพวงมาลัย lock-to-lock ไว้ที่ประมาณ 150 องศา ทำให้กลับรถและจอดรถได้ง่ายขึ้น
Toyota bZ4X เริ่มมาถึงตัวแทนจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 โพสต์จากผู้ใช้ BZForums.com หลายคนแจ้งว่า ได้รับมอบรถแล้ว ในขณะเดียวกัน Toyota กำลังดำเนินการทางการตลาด เพื่อสร้างความนิยมให้กับรถรุ่นใหม่ และดึงดูดลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้าไปยังตัวแทนจำหน่ายของแบรนด์สามห่วงมากขึ้น นอกจากรถยนต์ Toyota รุ่นปลั๊กอินไฮบริด เซลล์เชื้อเพลิงไฟฟ้าไฮโดรเจน และไฮบริดแล้ว Toyota ยังจัดแสดง bZ4X ที่งาน Electrify Expo 2022 ในเมืองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อช่วงต้นมิถุนายนที่ผ่านมา
ราคาของ bZ4X ในอเมริกา เริ่มต้นที่ 42,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาทยังไม่รวมภาษีอยู่ที่ 1,482,600 บาท.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/