เครื่องหมายรูปกระทิงเปลี่ยวสีเหลืองที่ติดอยู่บนแผ่นสามเหลี่ยมสีดำเล็กๆบน ด้านหน้าของฝากระโปรงรถ LAMBORGHINI ทุกคันบ่งบอกถึงกาลเวลาที่ต้องต่อสู้และฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการของเจ้่า กระทิงหนุ่มแห่งอิตาลี และยังเป็นเครื่องหมายของจักรกลแห่งความแรงที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝันถึงอีกด้วย ชายวัย 40 ปีในช่วงเยาว์วัยผนังห้องนอนมักจะเต็มไปด้วยโปสเตอร์ภาพรถสปอร์ตซุปเปอร์คาร์ในฝันโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นรูปภาพของรถยนต์จากอิตาลีและหนึ่ง ในนั้นมักจะเป็นรถรูปทรงหน้าตาอวกาศแบบเจ้ากระทิง LAMBORGHINI COUNTACH ที่จะกล่าวถึงในตอนนี้

COUNTACH มาจากคำอุทานของแคว้น PIEDMONT ในอิตาลีแปลความหมายว่า "โอ้ มันช่างยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้"เปรียบเหมือนกับตอนที่ LAMBORGHINI ทำการเปิดตัวรถสปอร์ตเครื่องยนต์ V 12 วางกลางลำตัวรถและขับเคลื่อนล้อหลังในเดือนมีนาคม ปีคศ 1971 โดยใช้ชื่อโมเดลว่า COUNTACH บนแท่นโชว์รถในงานเจนีวามอเตอร์โชว์ ทุกแง่มุมของตัวรถเต็มไปด้วยเหลี่ยมมุม บวกกับช่องดักอากาศขนาดยักษ์ รูปทรงลิ่ม ประตูเปิดออกแบบปีกนก (ซึ่งต่อมาประตูแบบนี้แทบจะเป็นสัญลักษณ์แทนรถLAMBORGHINI ในยุคปัจจุบันนี้ไปแล้ว) ตัวถังมีรูปทรงคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมู ท้ายตัด สันจมูกด้านหน้าที่ทิ่มลงและเมื่อมองจากทางด้านข้างของตัวรถที่มีความสูงไม่ มากนักดูเหมือนมันแทบจะแบนติดดิน สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนทั่วโลกที่ได้เห็นรูปทรงของรถสปอร์ตที่แหกกฏ ของการดีไซน์และทำให้รถยนต์ในยุค 1970 กลายเป็นงานล้าสมัยตกยุคไปในทันที
...

MARCELLO GANDINI DESIGNER ชาวอิตาลีซึ่งในยุคนั้น (1970) ยังคงทำงานให้กับสำนักงานออกแบบของ BERTONE เป็นผู้ทำการออกแบบ COUNTACH ให้ออกมาโลดแล่นไปบนถนน โดยรถต้นแบบมีโครงสร้างที่ทำมาจากไม้ทั้งหมด จากแบบจำลองบนแผ่นกระดานเขียนแบบ มีวิศวกรของ LAMBOEGHINI บางคนหลุดไปจากโลกแห่งความเป็นจริงในยุคนั้น แล้วประดังใส่เทคโนโลยีที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในการสร้างรถ COUNTACH เช่น หน้าปัดดิจิตอล กระจกมองหลังที่มีดีไซน์คล้ายกับกล้องเปอร์ลิสโคปของเรือดำน้ำ ซึ่งในภายหลังถูกเปลี่ยนแปลงแทบทั้งหมดเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงมากจนราคาวาง จำหน่ายอาจแพงจนไม่มีคนยอมเสียเงินเพื่อซื้อมันก็เป็นได้

เส้นสายรอบคันและเหลี่ยมมุมที่ตัดกันอย่างรุนแรงได้รับการสืบทอดส่งต่อสายพันธ์ุจนถึง ทุกวันนี้ในโมเดลต่อมาของ LAMBORGHINI ยุคปัจจุบันนี้โดยเห็นได้จากรุ่น GALLARDO และ MURCIELAGO ที่มีเหลี่ยมมุมตัดกันรอบคัน ความสูงของ COUNTACH เพียง 41 นิ้วจากพื้นถึงหลังคา และมีความกว้าง 6ฟุต 2 นิ้ว ประตูที่เปิดออกได้แบบกรรไกรดูเหมือนประตูยานอวกาศเป็นความจงใจในการออกแบบ ของ MARCELLO GANDINI เพื่อให้ตัวรถดูพิเศษและไม่เหมือนกับรถสปอร์ตทั่วๆไปกลับทำให้มันเป็นรถที่ทรงคุณค่าและถูกลอกเลียนแบบเพื่อนำมาใช้กับดีไซน์ในการเปิดประตูของรถซุป เปอร์คาร์ต่อมาอีกหลายรุ่นจนถึงทุกวันนี้
เมื่อลองเข้าไปนั่งภายใน ทุกสิ่งทุกอย่างในนั้นดูมันเป็นรูปทรงเหลี่ยมแทบทั้งหมดเบาะตัวเล็กแบบบักเก็ตซิส ตัดเย็บด้วยหนังแท้ เกียร์แบบกระปุกที่มีคันเกียร์ตั้งโด่เด่โผล่ขึ้นมาเหนืออุโมงเกียร์ ท่านั่งปกติของผู้ขับที่อยู่ในระดับต่ำเหมือนนั่งอยู่บนพื้นถนน แป้นเหยียบทั้งเบรค คลัตซ์ ถูกติดตั้งให้เยื้องกัน กระจกหน้าที่เอียงลาดจนผู้ขับมีความรู้สึกคล้ายนอนหงายแบนราบอยู่ในอากาศยาน ที่กำลังจะพุ่งตัวออกจากฐานยิงจรวด ทำให้COUNTACH มีความแตกต่างกว่ารถสปอร์ตในยุคเดียวกันอย่างสิ้นเชิง
เสียงเครื่องยนต์ V12 ที่วางอยู่ด้านหลังส่งเสียงเรียบๆยามติดเครื่องเดินเบา แต่เสียงลมที่ถูกสูบเข้าท่อไอดีจากคารบูเรเตอร์ทั้งหกตัวยามกดคันเร่งจนจม มิดดังทุ้มห้าวและก้องไปทั่วถนน การเหยียบคลัตซ์และใส่เกียร์ต้องออกแรงกันพอสมควร พวกเอวบางร่างน้อยอาจเกิดปัญหาได้จากอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อยามยัด เกียร์ของCOUNTACH แบบต่อเนื่องเมื่อขับในเส้นทางคดเคี้ยวหรือเส้นทางขึ้นลงเขา แต่มันก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบกับรถในสไตล์ดิบๆแบบนี้ที่ในยุคนั้นรถสปอร์ตทั่วๆ ไปยังคงมีรูปแบบและการขับขี่รวมถึงพละกำลังที่ธรรมดาเกินไปนั่นเอง การบังคับและควบคุมทำได้ดีในระบบหนึ่ง ตัวถังรถทั้งคันทำด้วยอลูมินัมอัลลอย และแซสซีแบบท่อสเปซเฟรมซึ่งเหนือกว่าโครงสร้างแบบเก่าที่ LAMBORGHINI เคยผลิตมาแต่ประกอบเข้าด้วยกันอย่างยากลำบากเนื่องจากมีจุดเชื่อมต่อเล็กๆ เต็มไปหมด
แม้กาลเวลาจะผ่านมานานถึง 35 ปีแล้ว COUNTACH ก็ยังคงเป็นรถที่ให้ความรู้สึกที่ดีทางอารมณ์และไม่มีสักครั้งที่เจ้าของจะ รู้สึกว่ามันไปได้ช้ากว่ารถซุปเปอร์คาร์ในยุค 2009 ในสภาพสมบูรณ์ของเครื่องยนต์ที่ถูกดูแลรักษามาเป็นอย่างดี COUNTACH 5000QVรุ่นสุดท้ายก่อนปิดสายการผลิต สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรได้ใน 5.0 วินาทีและไปสุดที่ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยเครื่อง V12 455 แรงม้าของ LAMBORGHINI ในยุค 1970 ซึ่งมีรถน้อยคันมากในยุคนั้นที่จะวิ่งได้เร็วเท่าๆกับมัน จะมีก็แต่เพียงทัศนวิสัยในการมองที่เจ้าของรถต้องเพิ่มความระมัดระวังยาม เปลี่ยนเลนเท่านั้นที่เป็นจุดด้อย ลืมกระจกมองหลังไปได้เลยเนื่องจากพื้นที่อันคับแคบ แต่ก็คงจะไม่มีความจำเป็นมากนักในเมื่อมันสามารถวิ่งได้เร็วปานพายุ และคงมีรถเพียงไม่กี่คันในยุค 1970 ที่สามารถเกาะท้ายเจ้าCOUNTACH แบบสลัดไม่หลุด และเนื่องจากมันไม่มีระบบหัวฉีดที่ควบคุมด้วยสมองกลอิเลคโทรนิคชนิดก้าวหน้า มีเพียงคาร์บูเรเตอร์ 6 ตัว และลิ้นเร่งที่ถูกออกแบบมาอย่างดีจนทำให้เสียงของรถสปอร์ตเครื่องยนต์ V12 ในยุคปัจจุบันที่ใช้ระบบหัวฉีดอิเลคโทรนิคคอยควบคุมฟังดูด้อยลงไปในทันที
เครื่องยนต์ของCOUNTACHในรุ่นแรกๆ ที่ผลิตออกจำหน่ายมีความจุเพียง 4.0 ลิตร 375 แรงม้าและเสี่ยงต่อการโดนรถคู่แข่งอย่าง FERRARI ทิ้งจนไม่เห็นฝุ่น LAMBORGHINI จึงผลิต COUNTACH รุ่นที่สองออกมาในปี 1978 ใช้ชื่อรหัสว่า LP400S ซึ่งผลิตเพียง 157 คัน ปรับปรุงคาร์บูเรเตอร์ทั้งหกตัวแล้วขยายความจุเป็น 5.0ลิตร ตามมาด้วย LP 500S ในปี 1982 เปลี่ยนความจุใหม่อีกเป็น 5.2 ลิตร 48 วาล์ว และรุ่นสุดท้ายก่อนปิดสายการผลิตคือรุ่น 5000QV ในปี 1985ที่มีม้าถึง 455 ตัว
อดีตที่ผ่านไปทำให้ COUNTACH เพิ่มคุณค่าในตัวของมันเอง ประวัติศาสตร์และสถิติที่เคยสร้างไว้ในสนามแข่งรถอาจถูกลืมเลือนไปตามวัน เวลา แต่พวกมันบางคันก็ยังคงนอนสงบนิ่งอยู่ในโรงรถ และรอคอยวันเวลาที่จะได้ออกไปส่งเสียงคำรามตามท้องถนนเหมือนกับที่เคยเป็นมา เมื่อ 35 ปีก่อน
LAMBORGHINI COUNTACH LP500S (1982-1985)
เครื่องยนต์ : V12 ทำมุม 60 องศา
ลักษณะการวางเครื่องยนต์ : เครื่องยนต์วางตามยาวกลางลำ
เกียร์ เกียร์ธรรมดา 5สปีด
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนล้อหลัง
แรงม้าสูงสุด : 375 แรงม้า ที่ 7000 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง : 0-100 กิโลเมตร ใน 5.6 วินาที
ความเร็วสูงสุด : 290 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง
ขนาดยาง : 345/50/ZR 17
น้ำหนัก : 1490 กิโลกรัม
Chang Palace
Email: chang.arcom@hotmail.com
เอื้อเฟื้อภาพจาก
www.wikipedia.com, wwwseriouswheels.com, www.carblueprints.narod.ru, www.supercardigest.com