Toyota bZ4X ความพยายามครั้งล่าสุดของ Toyota ในการสร้างรถยนต์ไฟฟ้า โดยไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองสำหรับผู้ที่ชอบความเร็วใน Toyota GR Sport เจ้า bZ4X ที่โชว์ตัวในวันเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ Toyota ย่านบางนา bZ4X นับเป็นรถที่มีการร่วมมือกันพัฒนาระหว่าง Toyota และ Subaru (Toyota ทำฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่) โดยมีรถยนต์ฝาแฝดอย่าง Subaru Solterra บนพื้นฐานของแพลตฟอร์ม eTNGA แพลตฟอร์มไฟฟ้าแบบใหม่ bZ4X เป็นจุดเริ่มต้นการผจญภัยในเวอร์ชันไฟฟ้าของ Toyota ส่วน 'bZ' หมายถึงการปล่อยมลพิษเท่ากับ 'ศูนย์' ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของ Toyota สำหรับเรียกรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากระบบส่งกำลังที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ นั่นรวมถึงไฮโดรเจนด้วยที่จะใช้ชื่อรุ่นนำหน้าว่า bZ เหมือนกัน หลังจากการแถลงแผนงานของท่านประธาน Toyota จะมีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จำนวน 15 คัน ก่อนปี 2568 รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า 7 รุ่นใหม่ สำหรับขายในยุโรป ตัวถังไล่เรียงขนาดกันตั้งแต่ครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก ไปจนถึงเอสยูวีขนาดใหญ่ รวมไปถึงรูปแบบตัวถังอื่นๆ ที่หลากหลาย เลข '4' ในชื่อ bZ4X เป็นตัวเลขบ่งชี้ขนาด สำหรับระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบขับหน้า FWD และขับสี่ AWD
...
Toyota bZ4X มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 71.4 kWh ซึ่งคาดว่าจะมีความทนทานสูงเป็นพิเศษ เนื่องจากการทดสอบด้านความเสถียร ทำให้โครงการยานยนต์พลังงานสะอาดดูเหมือนจะช้ากว่าแบรนด์อื่น แต่ทันทีที่ท่านประธานโตโยดะได้ทำการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 30 รุ่น ที่จะเริ่มทยอยเปิดตัวตั้งแต่ปีนี้ลากยาวไปจนถึงปี 2573 ทุกสายตาต่างจับจ้องมองไปที่รถไฟฟ้าของพี่โต bZ4X มีเป้าหมายการรักษาความจุไฟฟ้าอันน่าประทับใจของแบตเตอรี่ที่ 90% หลังจากผ่านการใช้งานนาน 10 ปี หรือที่ระยะทางประมาณ 240,000 กิโลเมตร แบตเตอรี่วางราบกับพื้นบนแพลตฟอร์มใหม่ eTNGA ซัพพลายเออร์ที่ผลิตแบตเตอรี่ คือค่าย Panasonic (พันธมิตรของ Toyota และ BYD) ทั้งหมดที่เรารู้ก็คือ bZ4X รุ่นขับสี่คันที่โชว์ วิ่งไกล 450 กิโลเมตร การอัดประจุไฟอย่างด่วนแบบ DCรองรับได้ 150 Kw จากการทำงานของระบบระบายความร้อนชุดแบตฯ ด้วยของเหลว เพื่อควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่ขณะชาร์จเต็มเหนี่ยว
...
ในแง่มุมของความเป็นจริงขั้นพื้นฐาน bZ4X คือครอสโอเวอร์วีขนาดกลาง 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนๆ และอยู่ในกลุ่มเดียวกับคู่แข่งเสียบปลั๊กชาร์จอย่าง Audi Q4-e-Tron, VW ID4, Ford Mustang Mach E และ Skoda Enyaq แบตเตอรี่ของ bZ4X ขนาดกลาง 71.4kWH, วิ่งไกล 450-500 กิโลเมตร 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.4 - 7.7 วินาที, ขับเคลื่อนสองหรือสี่ล้อ มีพื้นที่จัดวางแบตเตอรี่ที่เหมาะสม เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนที่น่าเชื่อถือตามสไตล์ของรถพี่โตที่ต้องแน่นอนเอาไว้ก่อน ประเภท ชาร์จไฟไม่เข้า สตาร์ตไม่ได้ เหมือนรถไฟฟ้าจีนบางยี่ห้อ จะต้องไม่เกิดขึ้นกับรถของพี่โตอย่างเด็ดขาด bZ4X ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับ สำหรับนักขับหน้าใหม่ที่ใส่ใจในการเล่นโทรศัพท์มากกว่าการขับรถ!!! สไตล์ที่แปลกตาแต่มองครั้งเดียวก็รู้ว่ามันคือ Toyota ซุ้มล้อพลาสติกที่เพิ่มมุมมองให้กับครอสโอเวอร์ ขนาดของตัวถังที่ใหญ่โตสูสีกับ Toyota Rav4 นักออกแบบของ Toyota/Subaru ได้ทำหน้าที่ที่ดีในการทำให้คู่แฝดทั้งสองรุ่นดูแตกต่างกันออกไป สิ่งที่ควรทราบคือ เซนเซอร์ที่หันไปข้างหน้าทั้งหมดถูกซ่อนไว้ในหนวดพลาสติกสีดำขนาดเล็กที่ด้านหน้า มันเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ท้ายที่สุดแล้ว รถจะวิ่งผ่านการเฝ้าระวังของชุดเซนเซอร์และกล้องของระบบรักษาความปลอดภัย TSS และติดอยู่ในกระจังด้านล่าง
...
...
bZ4X ที่โชว์ตัวอยู่ในสำนักงาน Toyota แห่งใหม่ย่านบางนาคือรุ่น AWD สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า FWD มีมอเตอร์ 201 แรงม้าเพียงตัวเดียว ชาร์จไฟจนเต็มวิ่งไกลประมาณ 500 กิโลเมตร ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD มีกำลังจากมอเตอร์คู่ 214 แรงม้า มอเตอร์ขับเคลื่อน ตั้งอยู่บนเพลาแต่ละล้อชาร์จไฟใส่แบตฯจนเต็มวิ่งไกล 450 กิโลเมตร แบตเตอรี่มีขนาดพอเหมาะ (แม้ว่าจะมีแค่สองรุ่นในขณะนี้ แต่ Toyota กล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้ จะมีรุ่นที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น) มีการปรับไดนามิกให้บังคับควบคุมได้ง่ายและสนุก ด้วยความสามารถและความแม่นยำ การตกแต่งภายในนั้นสวยงามและทำงานได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ พร้อมเทคโนโลยีใหม่ของระบบขับเคลื่อน ช่วยให้ bZ4X ยกระดับบุคลิกภาพได้เล็กน้อย ออปชันเสริมในอนาคต ขอเสนอหลังคาโซลาร์รูฟที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ ซึ่ง Toyota คาดการณ์ว่า สามารถเพิ่มระยะทางได้ถึง 1,800 กิโลเมตรในหนึ่งปี ตราบใดที่คุณยังอาศัยอยู่ที่ไหนสักแห่งที่มีแสงแดดมากพอ
ระบบบังคับเลี้ยว "One Motion Grip" ไม่มีการเชื่อมต่อโดยตรงกับล้อหน้า การจัดวางสำหรับการควบคุมที่ไม่หมุนเกิน 150 องศา พวงมาลัย One Motion Grip ไม่มีการเชื่อมต่อกับล้อ สามารถตั้งค่าการตอบสนอง ความว่องไวให้อยู่ในแนวเดียวกับพวงมาลัยที่สามารถหมุนได้ง่าย ระบบใหม่นี้ ยังต้องตามดูว่ามีประสิทธิภาพมากขนาดไหน แต่ก็เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจมาก
Toyota bZ4X คันโชว์เป็นรถต้นแบบก่อนการผลิตจริงที่ใกล้เคียงมากที่สุด เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาได้ว่างานตกแต่งภายในเป็นยังไง เนื่องจากประตูรถถูกล็อกเอาไว้เหมือนเดิม bZ4X มีวัสดุรีไซเคิลอยู่บ้าง พลาสติกแข็งบางส่วนสำหรับบางตำแหน่ง วัสดุหุ้มเบาะและแผงประตูให้สัมผัสที่ดี เช่นเดียวกับพื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังที่เหมาะสมกับการใช้งาน หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 12.3 นิ้ว ที่ใช้งานได้จริง จอแสดงผลขนาดเล็กลงด้านหน้าคนขับ วางตำแหน่งอยู่ในระดับสายตาของคนขับ คล้ายกับ Peugeot 5008 ที่ดูเหมือนจะไม่เคยถูกมองเห็นอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีพวงมาลัยมาบัง!! การเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ควบคุมและสั่งงานด้วยเสียง ผู้ช่วยระบบดิจิตอล และการนำทางผ่านดาวเทียมที่เชื่อมต่อกับระบบแจ้งเตือนสภาพการจราจร ซึ่งจะกำหนดเส้นทางแผนที่สำหรับการวางแผนเดินทางไกลกับการชาร์จที่สะดวกสบาย
ระบบ 'T-Mate' ของ Toyota มีกล้องภายนอกและระบบเรดาร์ที่อัปเกรดให้มีความทันสมัย ทุกอย่างตั้งแต่ระบบแจ้งเตือนก่อนการชน ไปจนถึงการช่วยเลี้ยวตามแยกต่างๆ ด้วยระบบช่วยบังคับเลี้ยวฉุกเฉิน ระบบแจ้งเตือนสภาพการจราจรด้านหน้า และแม้แต่ระบบที่เรียกว่าระบบช่วยเหลือเพื่อหาทางออกที่ปลอดภัย ระบบจะหาที่หยุดรถหากผู้ขับปล่อยมือจากพวงมาลัย สามารถเลือกใช้ระบบ 'Advanced Park' จอดรถได้จากระยะไกล และ Toyota 'Safety Sense' ซึ่งจะตรวจสอบท่าทางของผู้ขับ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่รู้สึกง่วงหรือไม่สบาย โดยมีการแจ้งเตือนหากระบบตรวจพบว่าง่วง
เมื่อมองจากขนาด พื้นที่ผู้โดยสารด้านหน้าออกแบบเพื่อรองรับความสะดวกสบาย ด้านหลังก็กว้างขวาง คอนโซลกลางขนาดใหญ่ สำหรับเก็บของทั้งหมดระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าและที่เก็บของอื่นๆ มากมาย พื้นที่เก็บสัมภาระมีขนาด 452 ลิตร แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือประตูฝาท้ายบานกว้างและสัดส่วนความสูงที่ไม่มากเท่าเอสยูวีคันโต ซึ่งจะทำให้ยกของง่ายขึ้น มีพื้นที่เพียงพอสำหรับสุนัขขนาดพอเหมาะ หรือกระเป๋าเดินทาง ถุงกอล์ฟ อุปกรณ์กีฬาต่างๆ
bZ4X AWD รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 80 กิโลวัตต์สองตัว (ตัวหนึ่งอยู่ที่เพลาด้านหน้าและอีกตัวหนึ่งอยู่ที่เพลาด้านหลัง) ให้กำลังรวม 160 กิโลวัตต์ หรือ 217 แรงม้า น่าแปลกใจเล็กน้อยที่ความแตกต่างระหว่างรถทั้งสองรุ่นเพียงแค่ 10 กิโลวัตต์ หรือ 13 แรงม้าเท่านั้น แต่อาจจะมีรุ่นอื่นในภายหลัง เช่น 150 กิโลวัตต์ + 80 กิโลวัตต์ รวมเป็น 230 กิโลวัตต์ หรือ 310 แรงม้า
bZ4X สามารถเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. (0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง) ได้ใน 8.4 วินาที ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) เร็วกว่าเล็กน้อยที่ 7.7 วินาที ในการตะกายจากจุดหยุดนิ่งไปถึง 100 กม./ชม. ความเร็วสูงสุด ล็อกเอาไว้ที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อสงวนพลังงานไฟไม่ให้หมดเร็วเกินไปเมื่อใช้ความเร็วสูงบนไฮเวย์
ในแง่มุมของการชาร์จ แท่นชาร์จแบบออนบอร์ด Wall Box เป็นแบบเฟสเดียว 6.6 กิโลวัตต์ แต่ในไตรมาสที่ 4 ของปี พ.ศ. 2565 จะมีหน่วยสามเฟส 11 กิโลวัตต์ ตัวเลือกการชาร์จเร็ว DC ชาร์จ 80% ในเวลาประมาณ 30 นาที กำลังชาร์จสูงสุดจะอยู่ที่ 150 กิโลวัตต์ ได้ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตรสำหรับการชาร์จแบบแดกด่วน คือกินเคเอฟซีไก่ป๊อปหมดพอดีก็จะได้ไฟไป 80%
ในอนาคตอันใกล้ Toyota ตั้งใจที่จะนำเสนอหลังคาโซลาร์รูฟ ซึ่งอาจเพิ่มระยะทางมากขึ้นกว่าเดิม (เล็กน้อย) และได้ความเท่ที่สามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาชาร์จเพิ่มระยะทางการวิ่งได้อีกนิดหน่อย
ราคา
ใครจะไปรู้ครับ เค้ายังไม่ได้บอก แต่ก็คาดกันว่า น่าจะต่ำกว่า 2 ล้าน และที่บอกว่า 1.6 ล้าน เมื่อดูจากขนาดรถ ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ เพราะคันใหญ่ ใช้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ที่ยังแพงอยู่ โดยเฉพาะแบตกับมอเตอร์นั้นแพงโคตรๆครับ เอาว่าถ้าเปิดมาที่ 1,799,000 ก็ถือว่าโอเคแล้วละครับเพราะคันใหญ่ไม่ใช่เล่นๆ.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/