บนระยะทางทดสอบไปกลับ กรุงเทพฯ-ระยองกว่า 500 กิโลเมตร กับการค้นหาสมรรถนะและประสิทธิภาพที่แท้จริงของ Mercedes Benz New E-Class E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE ยานยนต์สองพลังงาน แก๊ส NGV+ น้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิน 95 โซฮอล์...
วันที่ 20 ธันวาคม 2554 บริษัท Mercedes Benz Thailand Limited. เชิญสื่อมวลชนสายยานยนต์ร่วมลงทำการทดสอบเพื่อค้นหาสมรรถนะของ Mercedes Benz New E-Class E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE โดยกำหนดเส้นทางทดสอบจากกรุงเทพมหานคร มุ่งสู่ชายทะเลของหาดอ่าวไข่ ในจังหวัดระยอง การทดสอบซีดานตัวหรูที่มีระบบบริหารเชื้อเพลิงถึง 2 แบบในครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของค่ายตราดาว หลังจากห่างหายไปนานกว่า 2 เดือนเนื่องจากสภาวะน้ำท่วมขังในภาคกลางตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
...
09.30 น. ของเช้าวันที่ 20 ธันวาคม บริเวณจุดปล่อยรถในโชว์รูม Benz TTC ใกล้แยกพัฒนาการ รถ Mercedes Benz E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE จำนวน 8 คัน ซึ่งเป็นรถทดสอบของสื่อมวลชน กับ Mercedes Benz E300 / Mercedes Benz ML350 / Mercedes Benz Vito / Mercedes Benz New C-Class C200 CGI / Mercedes Benz R-Class ซึ่งเป็นรถของเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของ Mercedes Benz Thailand ออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดระยองโดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ผ่านด่านเก็บเงินลาดกระบัง แวะทานกาแฟที่ร้าน Starbuck ในจุดบริการทางหลวงบนถนนมอเตอร์เวย์ แล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนบริเวณแยกพนัสนิคม เลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 344 บ้านบึง-แกลง แล้วตัดเข้าเส้นทางพนมสารคาม-สัตหีบ บนทางหลวงจังหวัดหมายเลข 331 แวะทานข้าวเที่ยงที่ร้านตำนานป่า แล้วมุ่งหน้าสู่แยกบ้านเพ เลี้ยวซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 243 มุ่งหน้าไปยังอ่าวไข่ของจังหวัดระยอง รวมระยะทางในการทดสอบวันแรกกว่า 235 กิโลเมตร
ผมจับคู่กับ Kingsley ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ The Nation เหมือนเช่นเคย หลังจากเดินทางไปชมงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ด้วยกันเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 2554 ไม้แรกจึงเป็นหน้าที่ของเพื่อนเลิฟ Kingsley เข้ามารับหน้าที่ขับตั้งแต่ออกจากโชว์รูม Benz TTC ไปจนถึงเขตจังหวัดระยอง โดยมีผมนั่งในเบาะผู้โดยสารตอนหลังเพื่อจับอาการของตัวรถเหมือนเคย รถยนต์ซีดานในโมเดล E-Class W212 เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย เบาะนั่งตอนหลังถูกออกแบบให้นั่งได้ 3 คน (ผู้ใหญ่ 2 + เด็ก 1 คน) ตำแหน่งกลางเบาะหลังยังสามารถดึงพนักเท้าแขนเพื่อเพิ่มเติมความสบายยามเดินทางไกล ใต้พนักเท้าแขนยังมีแผ่นพลาสติกสีดำที่สามารถดึงออกมาเป็นที่ีวางแก้วน้ำได้อีกด้วย เบาะหลังที่นั่งสบายบวกกับช่วงล่างนุ่มๆ ในโมเดลซีดานขนาดกลางของ Mercedes Benz คันนี้จะทำให้คนนั่งรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะมากกับท่านที่ไม่นิยมขับรถด้วยตัวเองรวมถึงผู้บริหารระดับสูงที่ต้องเดินทางไปประกอบธุรกิจตลอดเวลา
...
...
เมื่อขบวนรถทดสอบ ของ Mercedes Benz วิ่งเข้าสู่เส้นทางบ้านบึง แกลง ซึ่งเป็นทางหลวงสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดชลบุรีกับจังหวัดระยอง รถบนถนนหนทางในช่วงนี้เริ่มน้อยลงเนื่องจากเป็นวันอังคาร Kingsley ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ The Nation ลองทดสอบหาอัตราเร่งและความเร็วในระดับเดินทางไกลรวมถึงการทรงตัวยามหักพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนทิศทางรถ Mercedes Benz E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE สีทองแบบอาเสี่ยเยาวราชคันนี้มีระบบบริหารเชื้อเพลิงสองรูปแบบ โดยสมองกล ECU ซึ่งเป็นกล่องควบคุมจะทำการปรับการใช้เชื้อเพลิงแบบแก๊ส NGV และจะใช้ไปจนกว่าปริมาณแก๊สในถังใกล้หมดลง ระบบจะตัดไปใช้เชื้อเพลิงซึ่งเป็นน้ำมันเบนซินโซฮอล์ 95 เพื่อการใช้เชื้อเพลิงทั้งสองแบบอย่างคุ้มค่า โหมดการปรับจะอยู่ที่ชุดเซนเซอร์ของตัวรถ ซึ่งจะทำการปรับเปลี่ยนแบบอัตโนมัติและสามารถแสดงผลบนจอใจกลางหน้าปัด เพื่อแจ้งให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงปริมาตรของเชื้อเพลิงทั้งสองแบบ คำนวณระยะทางการวิ่งทั้งจากแก๊ส และน้ำมันเชื้อเพลิง จึงสามารถวิ่งใช้งานทางไกลด้วยความมั่นใจว่า เชื้อเพลิงทั้งสองแบบจะช่วยเพิ่มระยะทางของการวิ่งทางยาวๆ ได้เกือบ 1,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว
...
ที่ความเร็วเดินทางในระดับ 140-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาการของเจ้า E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE ยังคงมั่นคงดีในการยึดเกาะกับผิวถนนบนทางหลวงจังหวัดชลบุรีเชื่อมต่อระยอง แม้ช่วงล่างแบบมัลติลิงก์ของมันจะส่ออาการนิ่มนวลจนเกินงาม แต่รถคันนี้มีระบบรองรับที่ถูกออกแบบให้นั่งโดยสารได้อย่างสบาย รอยต่อของถนน คอสะพาน ไม่สร้างปัญหาในการทรงตัวมากนักเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงในระดับ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความนิ่มของช่วงล่างที่มากกว่าBMW Serries 5 โมเดล F10 คู่แข่งสำคัญในตลาดรถซีดานขนาดกลางระดับพรีเมี่ยมทำให้ได้ใจคนชอบสบาย และเหล่าผู้บริหารสูงวัยไปแบบเต็มๆ ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่มีมาให้ สามารถรองรับการใช้งานและเพิ่มความสะดวกได้ดี รูปแบบของห้องโดยสารในสไตล์ของค่ายตราดาวมีความหรูบวกงานตัดเย็บพวกหนังแท้ และชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกเช่น ปุ่ม สวิตช์ต่างๆ ออกแบบให้บิดจับ หมุนหรือกดโดยใช้ผิวสัมผัสและวัสดุเกรดสูงทั้งสิ้น งานประกอบคอนโซล ซุ้มเกียร์ ชุดควบคุมอุณหภูมิ เครื่องเสียง ล้วนแล้วแต่มีความประณีตในระดับสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามลักษณะของแบรนด์ตราดาวจากเยอรมนี ผู้ผลิตยานยนต์คุณภาพมาช้านานกว่า 100 ปีแล้ว
ขบวนรถทดสอบของ Mercedes Benz Thailand Limited. จอดแวะทานข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารตำนานป่า แล้วออกเดินทางต่อไปยังโรงแรม X2 ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางอ่าวไข่ของจังหวัดระยองโดยเหลือระยะทางวิ่งอีก 30 กิโลเมตร ผมจึงเข้ามารับหน้าที่ขับขี่ต่อจาก Kingsley ซึ่งย้ายไปนั่งวางมาดผู้บริหารระดับสูงอยู่ในตำแหน่งเบาะหลัง จากการที่ผมได้เคยควบเจ้า C-Class C250 CGI ไปเมื่อปี 2010 ความคุ้นเคยในห้องโดยสารและสภาพการขับขี่ควบคุมรถ Mercedes ซึ่งเป็นความทรงจำเก่าๆ เริ่มฉายภาพเข้ามาในสมองอีกครั้ง รถ Benz ทุกโมเดลจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ทั้งสีของเบาะ คอนโซล หน้าปัดและอุปกรณ์ตลอดจนกลิ่นของหนังแท้เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มียนตรกรรมค่ายใดเสมอเหมือน มันคือจักรกลตราดาวที่ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับการขับขี่ใช้งานโดยเน้นไปที่ ความหรูหรามีระดับ มากกว่าที่จะเน้นไปในเรื่องของ Performance อย่างค่าย BMW ช่วงล่างที่นิ่มนวลทำให้ Character หรืออารมณ์ในการควบคุมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ค่าย Mercedes Benz มีความถนัดมากในการพัฒนารถยนต์ที่ส่งถ่ายความสะดวกสบายบนความหรูหรายามใช้งาน มันได้รับความนิยมสูงในกลุ่มลูกค้าระดับบนที่เน้นเรื่องแบรนด์เป็นสำคัญ ภาพลักษณ์ที่ดูดีในการครอบครอง ตลอดจนการวิ่งไปในที่ต่างๆ จะมีความแปลกแยกจากยนตรกรรมทั่วไปอย่างชัดเจนจาก ค่านิยมของคนไทย
โดยภาพรวมแล้ว E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE เป็นรถที่เหมาะสมมากกับสภาวะในปัจจุบัน เนื่องจากสาเหตุหลักใหญ่นั่นก็คือราคาค่าตัวของเชื้อเพลิงทั้งเบนซิน และดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นโดยไม่มีวันที่จะกลับมาถูกลงเหมือนเดิมอีกแล้ว ถังแก๊ส 3 ถังขนาด 19.5 กิโลกรัม เมื่อผมลองคำนวณการใช้งานในการวิ่งจากกรุงเทพฯไปถึงจังหวัดระยอง แก๊ส NGV ก็หมดถังพอดี และได้ระยะทาง 255 กิโลเมตรโดยประมาณ และยังคงเหลือน้ำมันเชื้ิอเพลิงเต็มถังให้ขับกลับอีกด้วย การขับทดสอบในครั้งนี้ เป็นการขับขี่แบบปกติทั่วไป ซึ่งค่อนข้างจะใช้ความเร็วกันพอสมควร รวมถึงการกดคันเร่งแบบจมมิดเพื่อหาอัตราเร่ง ไม่ใช่การขับขี่ทดสอบที่เน้นในเรื่องของความประหยัดที่ต้องวิ่งปิดแอร์ ปิดกระจกที่ความเร็วเฉลี่ย 60 กิโลเมตรไปตลอดทางเหมือนอย่างบางค่าย มันเป็นการขับทดสอบเจ้า E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE แบบมนุษย์ปกติทั่วไปที่ขับรถเดินทางไกล จึงมีทั้งการเร่งแซง การกดแช่คันเร่งไฟฟ้าที่ความเร็วสูงเป็นระยะเวลานานๆ เพื่อไล่ตามขบวนรถทดสอบให้ทัน รวมถึงการจอดเดินเบาเพื่อถ่ายรูปและเปิดระบบปรับอากาศตลอดเส้นทาง ตัวเลขการใช้แก๊ส NGV จึงยังคงห่างจากตัวเลขจริงที่ Benz เคลมมาให้อยู่บ้าง
เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรเบนซิน ติดตั้งระบบอัดอากาศแบบซุปเปอร์ชาร์จให้อัตราเร่งพอใช้ได้ ไม่ช้าจนเกินไปหรือพุ่งทะยานเป็นจรวดจนอาจก่อให้เกิดอันตรายเมื่อกระทืบคันเร่งแบบกดมิดยามออกตัวจากสัญญาณไฟจราจร ระบบส่งกำลังซึ่งใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดในโหมดปกติ มีประสิทธิภาพมากพอในการถ่ายเทแรงบิดระดับ 240 นิวตันเมตรไปยังล้อคู่หลัง มันหมดจดและนิ่มนวลมากเมื่อทดเกียร์ขึ้น-ลง จนแทบจะไม่รู้สึก ขากลับในวันรุ่งขึ้นเมื่อต้องบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระแบบเต็มคันรถก็ยังวิ่งใช้ความเร็วในระหว่างการออกตัวได้ดี อาจช้ากว่าเดิมบ้างเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับเฉื่อยชาจนน่ารำคาญเนื่องจากน้ำหนัก บรรทุกที่เพิ่มมากขึ้น บนเส้นมอเตอร์เวย์ขากลับช่วงชลบุรีที่ผิวถนนถูกลาดยางมาใหม่และมีความเรียบสม่ำเสมอกัน มันเนียนและวิ่งได้นุ่มจนแทบจะเหมือนกับการนั่งไปบนพรมเลยทีเดียวจากการคำนวณค่าในเรื่องของการกระจายน้ำหนักที่ไม่เป็นรองแบรนด์หรูค่ายใดๆทั้งสิ้น แต่ที่ความเร็วสูงกว่า 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวงมาลัยจะให้ความรู้สึกที่เบามากขึ้น หากได้ล้อขนาด 19 นิ้ว บวกยางเจ๋งๆสักสี่เส้นพร้อมโช้คอัพและสปริงแต่ง การควบเจ้า E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE ที่ย่านความเร็วสูงกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะให้ความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น
ไม่เพียงแต่ Mercedes Benz จะเป็นแบรนด์ลักซ์ชัวรี่รายแรกของประเทศไทยที่บุกเบิกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล หรือที่เราเรียกกันว่า CDI (Common Rail Direct Injection) ในปี 2001 Mercedes Benz ยังเป็นแบรนด์รถหรูที่นำเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยแก๊สมาเปิดตลาดใน ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ปี 2006 ด้วย ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ได้รับการติดตั้งด้วยอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน จึงทำให้สามารถรองรับน้ำหนักของถังแก๊สได้อย่างพอเพียง ส่งผลให้รถยนต์เต็มเปี่ยมไปด้วย กำลังเครื่องยนต์ไม่ตกหรือกระตุกระหว่างเปลี่ยนการใช้สลับโหมด สำหรับ Mercedes Benz E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE ติดตั้งด้วยถังแก๊สที่ผลิตจากเหล็กกล้าแข็งแกร่งทนทานเป็นพิเศษจำนวน 3 ถัง มีความจุรวม 19.5 กิโลกรัม (วิ่งได้ระยะทางประมาณ 360 กม.*) รวมน้ำมันเต็มถังอีก 80 ลิตร (วิ่งได้ระยะทางประมาณ 1,000 กม.) นอกจากนั้นยังสามารถเติมน้ำมัน E20 ได้อีกด้วยโดยระบบจะสลับโหมดการใช้ก๊าซและน้ำมันเองโดยอัตโนมัติในกรณีที่เชื้อเพลิงอย่างใดอย่างหนึ่งหมดก่อน
E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE มีมิติตัวถังความกว้างที่ 1,854 มม. ยาว 4,868 มม. และสูง 1,470 มม. มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบแบบซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ขนาด 1,796 ซีซี ให้กำลัง 120 กิโลวัตต์ 163 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ที่ 3,000-4,000 รอบต่อนาที มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. โดยใช้เวลา 10.4 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 224 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 8.1-8.5 ลิตรต่อระยะทาง 100 กม.อัตราสิ้นเปลืองแก๊ส 5.5 กก.ต่อระยะทาง 100 กม. ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงจากเดิมถึง 20% หรือคิดเป็นอัตราเพียง 149 กรัม/กม. ซึ่งคิดเป็นค่าแก๊สเท่ากับ 47 บาท หรือ 47 สตางค์ต่อ 1 กิโลเมตร หากเติมเต็มครบทั้ง 3 ถัง (19.5 กิโลกรัม หรือ 121.5 ลิตร) คิดเป็นเงิน 162 บาท สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตร
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ระบบความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานของ Mercedes Benz เช่น ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE®, ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATTENTION ASSIST, ระบบเบรก ABS, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (ASR), ถุงลมนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า ม่านถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารทั้ง 4 ตำแหน่ง ถุงลมนิรภัยบริเวณสะโพก ถุงลมนิรภัยด้านข้างหมอนรองศีรษะพร้อมระบบป้องกันอันตรายที่ต้นคอ (NECK-PRO head restraints) และฝากระโปรงหน้าแบบ active bonnet ที่จะยกตัวขึ้นเมื่อเกิดการชนเพื่อป้องกันคนเดินเท้า
ลองไปขับขี่ทดสอบด้วยตัวของคุณเองหากสนใจเจ้ายนตรกรรมประหยัดพลังงานจากค่ายตราดาวคันนี้ ค้นหาดูว่าสมรรถนะและประสิทธิภาพโดยรวมของมันตรงกับความต้องการของคุณหรือไม่ แต่สำหรับผมแล้ว นี่คือจักรกลซีดานระดับพรีเมี่ยมที่มีความน่าสนใจอีกคันในกลุ่มรถแบรนด์หรูหราราคาสูง ดาวดวงใหม่ที่คุณซื้อเป็นของขวัญให้ตัวเองหลังจากการทำงานหนักมาทั้งปีคือ สิ่งที่ดีที่สุดในการเลือกซื้อรถยนต์ของช่วงสิ้นปีนี้ และมันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน.
Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom