มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Toyota Motor Thailand Co,ltd แถลงข่าว ก้าวสู่ 50 ปี Toyota เดินหน้าสร้างรอยยิ้มและส่งความสุขสู่สังคมไทย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ศกนี้ ณ ห้องรอยัล มณียา บอลรูม โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์...


บริษัท Toyota Motor Thailand Co,ltd เริ่มก่อตั้งในประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2505 โดยยึดหลักปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของ มร.ซากิชิ โตโยดะ ผู้ก่อตั้งโตโยต้าว่า "ร่วมมือกันทำงานให้บรรลุความสำเร็จ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโตเคียงคู่ไปด้วยกัน" ทำให้ธุรกิจรถยนต์ของ Toyota ทั่วโลกเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนดังเช่นปัจจุบัน โดยจะเห็นได้จากยอดขายที่มี ตัวเลขสูงที่สุดในโลก ตลอดระยะเวลา 49 ปีที่ผ่านมาของการดำเนินธุรกิจประกอบและจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยนั้น ค่ายสามห่วงมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมตลอด ห่วงโซ่ธุรกิจ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ยุคด้วยกันคือ


ยุคที่ 1 ก่อร่างสร้างฐาน : ก้าวแรกแห่งการร่วมเดินเคียงข้างคนไทย (ระหว่าง พ.ศ. 2505 – 2515)
ยุคที่ 2 ยุคแห่งการพัฒนา : มุ่งมั่นบนเส้นทางแห่งการพัฒนาและเสริมสร้างความเชื่อมั่น (ระหว่าง พ.ศ. 2516 – 2525)
ยุคที่ 3 ยุคหน้า Toyota : มุ่งหน้าสร้างความมั่นคง ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทย (ระหว่าง พ.ศ. 2526 – 2535)
ยุคที่ 4 ยุคประชายานยนต์ : สร้างสรรค์ยนตรกรรม เพื่อตอบสนองทุกความต้องการ (ระหว่าง พ.ศ. 2536 – 2545)

...


1) ด้านผลิตภัณฑ์ นับจากการเริ่มดำเนินธุรกิจของ Toyota ในประเทศไทย ด้วยการนำรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ ได้แก่ Toyota Starlet MS40 และ Toyota Land Cruiser เข้ามาจำหน่ายครั้งแรก และได้มีการพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์โดยใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์สำเร็จรูป CKD (Complete Knocked-Down) ซึ่งรถยนต์ที่ประกอบขึ้นคันแรก คือ Dyna JK 170 / Tera Publica UP10 และ Toyota Corona RT40 ได้มีการขยายการผลิตมายังรุ่น Corolla KE20 ซึ่งอยู่ในตระกูล Corolla รุ่นแรกที่ทำการผลิตในประเทศไทย


นอกจากนั้น ยังเป็นผู้นำทางด้านยานยนต์ในการปฏิวัติเทคโนโลยี เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่สำหรับตลาดเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำเครื่องยนต์ทวินแคม 16 วาล์ว ครั้งแรกในรถยนต์ Corolla AE92 ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และต่อมากับเครื่องยนต์ระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2544 ในรถยนต์ Corolla ZZE122 และ 121 และพัฒนาไปยังรุ่น Soluna Vios และ Camry และยังได้เปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซล D-4D คอมมอนเรล ในรถ Toyota Hilux เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการในตลาดเมืองไทยและแถบเอเชีย จนมาถึงในปัจจุบันค่ายรถยักษ์ใหญ่เจ้าของโลโก้สามห่วง ยังคงเป็นผู้ริเริ่มนำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือ ระบบ Hybrid มาไว้ในรถยนต์ Toyota Camry Hybrid ที่ประกอบขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียนอกประเทศญี่ปุ่น บริษัท Toyota Motor มุ่งไปที่การพัฒนาระบบมาตรฐานความปลอดภัยของยนตรกรรมภายในค่าย ทั้งระบบความปลอดภัยแบบปกป้องและป้องกัน อาทิเช่น โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA ที่ให้ความปลอดภัยในการขับขี่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ



การพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าด้วยการดูแลและเอาใจใส่การบริการหลังการขาย ซึ่งทำให้บริษัท Toyota ได้รับรางวัล JD Power ด้านความพึงพอใจของลูกค้าในด้านการบริการหลังการขายติดต่อกันมาถึง 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ พ.ศ. 2551-2554 ทั้งหมดเป็นการตอบรับด้วยดีจากลูกค้า ส่งผลให้มีผู้ใช้ Toyota มากที่สุดในประเทศไทย

...


2. ด้านธุรกิจ Toyota Motor ได้เดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการก่อตั้งบริษัท Toyota Motor Thailand Co,ltd ในปี พ.ศ.2505 มีทุนจดทะเบียน 11.8 ล้านบาท และมีผู้แทนจำหน่าย Toyota ทั้งหมด 13 แห่ง ด้วยการดำเนินธุรกิจนำเข้ารถยนต์มาจำหน่ายในประเทศ และในปี พ.ศ.2507 ได้มีการก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 1 ณ ตำบลสำโรงเหนือ เพื่อผลิตและจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ จวบจนกระทั่งในปัจจุบัน Toyota มีโรงงานประกอบรถยนต์ทั้งสิ้น 3 แห่ง มีกำลังการผลิตมากถึง 650,000 คันต่อปี และยังส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ ก่อให้เกิดการขยายการลงทุนของผู้ผลิตชิ้นส่วนกว่า 245 ราย รวมทั้งได้มีการจัดตั้งชมรมความร่วมมือ Toyota Co-operation Club ของผู้ผลิตชิ้นส่วน เป็นช่องทางในการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและร่วมกันพัฒนาคุณภาพในการผลิตชิ้นส่วนได้อย่างมีประสิทธิผล นอกจากนั้น ยังได้มีการร่วมทุนก่อตั้งบริษัท Siam Toyota Manufacturing เพื่อผลิตเครื่องยนต์สำหรับใช้ประกอบรถยนต์ในประเทศและส่งออก มีการจัดตั้ง บริษัท Toyota Leasing เพื่อบริการและอำนวยความสะดวกในการเช่า-ซื้อรถของลูกค้า ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 8 สาขา และอีก 3 สาขาย่อย

...


Toyota Motor ขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายรถใหม่และบริการลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ผ่านทางผู้แทนจำหน่าย Toyota กว่า 123 แห่ง 331 โชว์รูม การจัดตั้ง Toyota Sure เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องของลูกค้าที่ต้องการบริการซื้อขาย แลกเปลี่ยนครบวงจร และต้องการรถใช้แล้ว คุณภาพดี ในราคาที่ยุติธรรมและเชื่อถือได้ มีโชว์รูมทั้งสิ้น 67 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งการลงทุนของ Toyota และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการจ้างงานตลอดกระบวนการธุรกิจมากกว่า 225,000 คน ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ ซึ่งมีส่วนสร้างความเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทย นอกจากนั้นบริษัทฯได้ยกระดับให้เป็นศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนสู่ตลาดโลกกว่า 114 ประเทศทั่วโลก โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้ Toyota จะมีมูลค่าส่งออกรวม 144,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย


ด้านสิ่งแวดล้อม Toyota รณรงค์รักษ์สิ่งแวดล้อมจากภายในบริษัทสู่ชุมชน เพื่อก่อให้เกิดวัฏจักรธรรมชาติที่ยั่งยืน โดยเริ่มต้นที่โรงงาน Toyota ในอำเภอบ้านโพธิ์ ซึ่งเป็นโรงงานต้นแบบแห่งความยั่งยืน 1 ใน 5 ของโรงงาน Toyota ทั่วโลก ที่ได้จัดทำโครงการปลูกป่านิเวศในโรงงาน (Eco Forest) ภายใต้หลักการของ ศ.ดร.อาคิระ มิยาวากิ และได้จัดทำแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศ (Biotope) เป็นการสร้างระบบนิเวศให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของพนักงาน ผู้แทนจำหน่าย ผู้ผลิตชิ้นส่วน และชุมชน โดย Toyota ได้นำองค์ความรู้จากการดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมขยายไปยังชุมชน โดยปัจจุบันสามารถขยายเครือข่ายชุมชนที่รักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านโครงการลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ 684 โครงการสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 8,500 ตัน สร้างศูนย์การเรียนรู้ในภาคใต้ “ชุมทางลดโลกร้อน” อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และขยายไปยังเขตภาคเหนือ “อุโมงค์ลดโลกร้อน” จ.ลำพูน รวมถึงโครงการปลูกป่านิเวศและการปลูกป่าชายเลน ที่ได้ทำการปลูกแล้วกว่า 805,367 ต้น ทำให้สามารถสร้างเครือข่ายได้กว่า 800,000 คนทั่วประเทศ และจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและเครือข่าย สามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 375,000 ตัน


ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อช่วยปลูกจิตสำนึกความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนผ่าน โครงการถนนสีขาว ซึ่งได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2531 มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการกว่า 1 ล้าน 8 แสนคน ผ่านกิจกรรมหนูน้อยมิลค์กี้เวย์สัญจร เปิดศูนย์ให้ความรู้ด้านกฎและวินัยจราจรแก่เยาวชน เมืองจราจรจำลองแห่งที่ 1 สวนรถไฟ กรุงเทพฯ และเมืองจราจรจำลองแห่งที่ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา


ด้านการศึกษา และถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์ Toyota มุ่งไปที่การสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับนักเรียน นักศึกษา ทั้งในระดับอาชีวศึกษาและระดับอุดมศึกษา ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้รับนั้นไปต่อยอดทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประกอบอาชีพที่สุจริตเลี้ยงครอบครัวและตนเองได้ ได้แก่ การมอบทุนแก่นิสิต-นักศึกษา ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งภาควิชาวิศวกรรมยานยนต์ โครงการ T-TEP หรือ Toyota Technical Education Program การเปิดโรงเรียนเทคโนโลยียานยนต์ Toyota Automotive Technology School


ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชน Toyota ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการจัดตั้งโรงสีข้าวรัชมงคล โดยได้พระราชทานทุนก่อตั้ง 600,000 บาท เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรในชุมชนให้อยู่ได้ด้วยตนเอง เพื่อร่วมส่งเสริมสังคมไทยให้เป็นสังคมที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน นอกจากนั้นในโอกาสที่ Toyota ครบรอบ 30 ปี ได้ก่อตั้งมูลนิธิ Toyota Thailand ซึ่งมุ่งเน้นให้ความสำคัญด้านการศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนที่ห่างไกล

...


มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจของ Toyota ในประเทศไทย ผมได้มีโอกาสเข้ามาทำงานที่เมืองไทย 2 ครั้ง และดีใจที่ได้กลับมาที่นี่อีก ได้เห็นการพัฒนาของ Toyota ที่เติบโตขึ้นมาก และจากประสบการณ์ทำงานที่เมืองไทย ผมรู้สึกประทับใจในความมีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย และขอชื่นชมคนไทยที่มีทักษะฝีมือในการผลิตที่ดีจนเป็นที่ยอมรับ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ Toyota สามารถส่งออกรถยนต์เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ” มร.ทานาดะ กล่าวต่อไปว่า “จากความสำเร็จตลอด 49 ปีที่ผ่านมา โตโยต้าขอขอบคุณผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน พนักงาน รวมถึงครอบครัวของพนักงานทุกคน อีกทั้งภาคีเครือข่ายการทำกิจกรรมเพื่อสังคม และที่สำคัญที่สุด คือ ลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดีเสมอมา ทำให้ Toyota สามารถเดินร่วมทางกับสังคมไทยด้วยดีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา


จากการดำเนินงาน 49 ปีที่ผ่านมา สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่าง Toyota กับสังคมไทยที่ได้อยู่เคียงข้างมาโดยตลอด ส่งผลให้การก้าวสู่ปีที่ 50 ของ Toyota มีแนวคิดจากคำสองคำ คือ “เคียงข้าง” (Togetherness) และ “ห่วงใย” (Caring) และพัฒนาไปสู่สโลแกน “50 ปี Toyota ร่วมทางตลอดมา เคียงข้างตลอดไป” หรือ Toyota 50th Anniversary…By your side…Always โดยในปี พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นการครบรอบ 50 ปี Toyota ขอร่วมสร้างสรรค์ให้เป็นปีแห่งความสุข หรือ Year of Happiness โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างรอยยิ้มและส่งความสุขให้กับคนไทย ผ่านการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และการบริการ ด้านการดำเนินธุรกิจ และการทำกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อเป็นการตอบแทนสังคมไทยที่ได้ร่วมทางตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้แก่


1) ด้านผลิตภัณฑ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยียานยนต์ที่ก้าวล้ำ และเพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่สำหรับตลาดรถยนต์เมืองไทย รวมถึงความเป็นผู้นำในแถบอาเซียน ด้วยการปฏิวัติเทคโนโลยีเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตให้สมบูรณ์แบบกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ Toyota Smart G-Book (Smart Life, Smart G-Book) ซึ่งเป็นระบบ Telematic คือ การรวมระบบนำทาง ระบบแจ้งเตือนในการขับขี่ และระบบสื่อสารภายในรถเข้าไว้ด้วยกันผ่าน Smart Phone โดย Toyota Smart G-Book สามารถให้บริการกับผู้ใช้ได้ ดังนี้


ข้อมูลในการขับขี่ จะมีบริการระบบนำทาง การปรับปรุงแผนที่ให้ทันสมัย มีศูนย์บริการข้อมูล แนะนำเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด ให้ข้อมูลการจราจรที่แม่นยำและรวดเร็ว ผ่านระบบการส่งข้อมูลแบบ real time ผ่านคลื่น FM (Real Time Traffic Information Communication : RTIC)

ด้านความปลอดภัย จะมีบริการโทรฉุกเฉิน ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

ความสะดวกสบาย ช่วยวางแผนการเดินทาง แนะนำร้านอาหาร และบริการให้ความช่วยเหลือบนท้องถนน

การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ การบริการแจ้งเตือนการเข้ารับบริการของผู้ใช้รถได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น


เทคโนโลยี Toyota Smart G-Book ทำให้ลูกค้าสามารถวางแผนการเดินทาง ช่วยประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่าย รวมทั้งยังเพิ่มความสะดวกให้เหมาะสมกับรูปแบบในการใช้ชีวิต และเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันอีกด้วย ซึ่งระบบนี้จะเปิดตัวในประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนบน Smart Phone ภายในปี พ.ศ.2555 นอกจากนี้ Toyota ได้มีการพัฒนาด้านการบริการใหม่ และกิจกรรมการตลาดให้กับลูกค้าตลอดทั้งปี


2) ด้านธุรกิจ โตโยต้าเน้นให้การดูแลลูกค้าเป็นสำคัญ ด้วยการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อรองรับความต้องการและสร้างรอยยิ้มจากใจของลูกค้าครอบคลุมในทุกพื้นที่ และเป็นการช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปยังชุมชนต่างๆอีกด้วย นอกจากนั้น โชว์รูมโตโยต้าที่มุ่งเน้นการทำ CSR ยังได้มีการพัฒนาไปสู่โชว์รูมเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Showroom) ที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันอาคารเขียวไทย โดยจะต้องเป็นโชว์รูมที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้ง การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ และการก่อสร้าง ภายใต้แนวคิด Economy และ Ecology คือ ต้องใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง นับเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกที่ให้ความสำคัญในส่วนของโชว์รูมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรฐานโชว์รูมรถยนต์ในประเทศไทยสู่ระดับสากล โดยจะมีโชว์รูมต้นแบบทั้งสิ้น 5 แห่ง จากการขยายโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายที่จะเกิดขึ้นในปี 2555


โดยโชว์รูมเพื่อสิ่งแวดล้อมนี้ จะถูกก่อสร้างขึ้นและบริหารจัดการโดยคำนึงถึง 4 ส่วน คือ
การบริหารจัดการการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการลดการใช้ การใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่

การลดการใช้พลังงาน โดยการนำทิศทางลมและสภาพแวดล้อมมาใช้ในการคำนวณ อีกทั้งยังนำพลังงานทางเลือก และพลังงานทดแทนมาใช้ เช่น Solar Cell กังหันลม เป็นต้น

การบริหารทรัพยากร โดยการใช้วัสดุในท้องถิ่นที่มีกระบวนการผลิตที่ก่อให้เกิด carbon ต่ำ การใช้วัสดุ recycle และการจัดการปริมาณของเสีย

ด้านสภาพแวดล้อมภายในโชว์รูม มีการควบคุมระบบการถ่ายเทอากาศ แสงไฟภายในโชว์รูม


3) ด้านสังคม ยังคงส่งต่อความสุขผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม โดยสร้างจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบภายในองค์กร ขยายไปสู่ชุมชนรอบข้างและออกไปยังทั่วประเทศ ผ่านเครือข่ายของ Toyota โดยมุ่งเน้นด้านความปลอดภัยบนท้องถนนและด้านสิ่งแวดล้อม

ด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “Toyota เครือข่ายเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” เพื่อให้เกิดวัฏจักรธรรมชาติที่ยั่งยืน Toyota ได้กำหนด 3 แนวทางหลัก คือสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยผ่านโครงการลดเมืองร้อนด้วยมือเรา โดยมีเป้าหมายลดการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ผ่านความร่วมมือจากเครือข่ายโรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศ

สร้างศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกจิตสำนึกให้นักเรียนและเยาวชนใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยจะขยายศูนย์การเรียนรู้จากภาคเหนือและภาคใต้ไปยังชุมชนลดเมืองร้อนแห่งที่ 3 ภาคกลาง อ.แกลง จังหวัดระยอง และแห่งที่ 4 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะครอบคลุมทุกภูมิภาค

สร้างผืนป่าและฟื้นฟูป่าธรรมชาติ ด้วยโครงการป่านิเวศ 1 ล้านต้น ผ่านความร่วมมือของผู้ผลิตชิ้นส่วน-ผู้แทนจำหน่าย Toyota และชุมชน ที่จะร่วมมือกันปลูกต้นไม้อีก 194,633 ต้น ให้ครบ 1,000,000 ต้นภายในปี พ.ศ. 2555


ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ภายใต้โครงการ “Toyota ถนนสีขาว” ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากที่ได้ดำเนินการมากว่า 23 ปี ด้วยการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง Toyota หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อปลูกจิตสำนึกและส่งเสริมการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนด้วยวินัยและน้ำใจแก่เยาวชนไทยผ่านกิจกรรมเมืองจราจรจำลองแห่งที่ 3 ที่ภาคใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัยบนถนนแก่นักเรียนให้ครบจำนวน 2 ล้านคน ในปีพ.ศ.2555

> ชุดการผลิตสื่อด้านความปลอดภัยบนถนนผ่านสื่อวิดิทัศน์
> สารานุกรมออนไลน์

ซึ่งจะช่วยขยายการเรียนจากประสบการณ์ของนักเรียนสู่ผู้ปกครอง และไปสู่เครือข่ายชุมชน โดยไร้ขีดจำกัดในเรื่องของเวลาและระยะทางที่ห่างไกลของแต่ละชุมชน

กิจกรรมสัญจร “เมืองจราจรปลอดภัย โตโยต้า ถนนสีขาว” ขยายเครือข่ายการรณรงค์สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยด้วยวินัยและน้ำใจบนท้องถนนสู่ชุมชน โดยมีเป้าหมายดำเนินกิจกรรมครอบคลุม 50 จังหวัดทั่วประเทศ ภายในปีพ.ศ.2555


50 Year Toyota In Thailand ค่ายสามห่วงบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ลูกค้า ชุมชน และผู้แทนจำหน่ายสร้างถนนแห่งรอยยิ้ม หรือ Smiling Road ภายใต้แนวคิดถนนต้นแบบที่มีความปลอดภัยผสานด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับชุมชน หรือ Eco Safety Road โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างถนนต้นแบบที่มีความปลอดภัย ลดจุดเสี่ยงอันตรายที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรกับชุมชน ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เช่น การใช้สี Photo Catalytic ซึ่งจะช่วยดูดอากาศเสียเปลี่ยนเป็นอากาศดี โดยการช่วยปล่อยก๊าซออกซิเจน ช่วยให้ชุมชนได้รับอากาศที่ดี นอกจากนั้นยังได้สร้างป่าของชุมชน ผ่านความร่วมมือของคนในชุมชนโดยรอบถนนแห่งรอยยิ้ม เป็นถนนต้นแบบและชุมชนที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้เป็นถนนต้นแบบ 5 ภูมิภาค 5 เส้นทาง ในปี พ.ศ.2555


นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการดำเนินธุรกิจของ Toyota 49 ปีที่ผ่านมา ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ร่วมเดินทางและให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ในโอกาสครบรอบ 50 ปี Toyota ขอส่งมอบความสุขและรอยยิ้มสู่คนไทย โดยถือโอกาสให้ปี พ.ศ.2555 เป็นปีแห่งความสุข ผ่านกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อปฏิวัติเทคโนโลยียานยนต์ให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันด้วย Toyota Smart G-Book การมอบการบริการหลังการขาย เพื่อสร้างรอยยิ้มและความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า การขยายโชว์รูมเพื่อครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในทุกพื้นที่ และพัฒนาเป็นโชว์รูมเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับมาตรฐานโชว์รูมไปสู่สากล และกิจกรรมเพื่อสังคมใน 2 ด้านหลัก ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยบนท้องถนนเป็น “ถนนแห่งรอยยิ้ม” สู่สังคมไทยที่ยั่งยืน.

Arcom Roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom