BMW AG. เผยโฉม BMWM5 เจนเนอเรชั่นที่ 5 สุดยอดรถสปอร์ตซาลูนสมรรถนะสูง สานต่อตำนานที่ BMW M5 เจนเนอเรชั่นแรกได้ริเริ่มขึ้นเมื่อกว่า 25 ปีมาแล้ว สมรรถนะเทียบเท่ารถแข่ง แต่ใช้งานประจำวันได้...

สุดยอดเครื่องยนต์ V8 สมรรถนะสูง จาก BMW M เทคโนโลยี MTwinPower Turbo และระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VALVETRONIC พละกำลังมหาศาล 560 แรงม้า ประหยัดน้ำมันกว่ารุ่นก่อนถึง 30%

...


BMW M เป็นแผนกที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษของ BMW Group ในการสร้างและผลิตรถแข่ง ถ่ายทอดสุดยอดแห่งนวัตกรรมเครื่องยนต์ แชสซี และช่วงล่าง ให้กับ BMW M5 ใหม่ ผสมผสานและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี EfficientDynamics เน้นประสิทธิภาพของแรงบิดที่ต่อเนื่อง เพื่อสร้าง BMW M5 รุ่นใหม่ล่าสุดให้เป็นสุดยอดสปอร์ตซีดาน 4 ประตู ที่แรงติดอันดับต้นๆ ของโลกยนตรกรรม ในด้านสมรรถนะ ให้ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวบรวมความยอดเยี่ยมของกำลังจากเครื่องยนต์ V8 M TwinPower-Turbo การควบคุมในทุกสภาวะของการขับขี่ อุปกรณ์และระบบรองรับการใช้งานในระดับพรีเมี่ยม


BMW M5 ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ V8 รุ่นใหม่ล่าสุดที่วิศวกร BMW ปรับจูนให้มีสมรรถนะสูงสุด ปริมาตรความจุ 4.4 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี M TwinPower Turbo ระบบอัดอากาศแบบ Twin-Scroll Twin Turbo กับระบบไอเสีย Cross-bank Manifold และระบบ HPI High Precision Injection ฉีดน้ำมันตรงเข้ากระบอกสูบในตำแหน่งจั่วของห้องเผาไหม้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีประสิทธิภาพการจุดระเบิดดีที่สุด เครื่องยนต์ M Power ของ BMW M5 ใหม่ มีประสิทธิภาพเหมือนเครื่องยนต์รถแข่งทุกประการ มันสามารถสร้างพละกำลังแรงบิดมหาศาลที่ 560 แรงม้า ในช่วงรอบเครื่องยนต์ประมาณ 6,000-7,000รอบ (+10% จากรุ่นก่อนหน้า) ทำให้ BMW M5 ใหม่ มีอัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าเพียง 3.3 กิโลกรัมต่อแรงม้า สร้างแรงบิดสูงสุด ส่งถ่ายจากเครื่องยนต์ไปที่เกียร์ เพลากลางสู่เฟืองท้ายบนตัวเลข 680 นิวตัน-เมตร (+30% จากรุ่นก่อนหน้า) ในย่านรอบเครื่องยนต์ 1,500-5,750 รอบ สร้างพลังขับเคลื่อนอย่างมหาศาลให้กับสุดยอดสปอร์ตซาลูนรุ่นล่าสุดของค่าย ใบพัดที่สำคัญ BMW M5 2011 มีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 10.1 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราเฉลี่ยการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ 232 กรัมต่อกิโลเมตร (ตามมาตรฐานการวัดค่าเฉลีย EU Cycle) หรือลดลงจากรุ่นก่อนหน้าถึงกว่า 30%

...


วิศวกรของ BMW M เลือกใช้ระบบเกียร์ M-DCT Double-Clutch Transmission 7 สปีด พร้อมกับระบบ M Drivelogic ในการส่งกำลังจากเครื่องยนต์สู่ล้อขับเคลื่อนด้านหลังทั้งสอง โดยระบบเกียร์ M Double-Clutch 7 สปีดมีความโดดเด่นในด้านความรวดเร็วและแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ เพื่อสมรรถนะสูงสุดในการขับเคลื่อน และประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน นอกจากนั้นระบบเกียร์ของ BMW M5 ใหม่ ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่น Auto Start-Stop ที่ดับเครื่องยนต์เวลาที่รถจอดหยุดนิ่ง เช่น ขณะติดไฟแดงโดยอัตโนมัติ (แต่ระบบปรับอากาศยังคงทำงานอยู่) และติดเครื่องกลับขึ้นมาเพียงแค่ผู้ขับขี่ปล่อยเท้าเบรกเมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นไฟเขียว ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดการใช้พลังงาน และลดการคายไอเสียโดยไม่จำเป็นขณะรถจอดนิ่ง

...


กำลังมหาศาลถึง 560 แรงม้า ที่ผลิตจากเครื่องยนต์ BMW M ประสิทธิภาพสูงนี้ถูกส่งผ่านระบบเกียร์ M DCT Double-Clutch Transmission 7 สปีดสามารถสร้างอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 4.4 วินาที และอัตราเร่ง 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 13.0 วินาที ความเร็วสูงสุดของ BMW M5 ใหม่ ถูกจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง(สามารถเพิ่มออพชั่นปลดล็อกระบบจำกัดความเร็ว ทำให้ BMW M5 ใหม่ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

...


คาแรกเตอร์ที่โดดเด่นของ BMW M5 คือ สมรรถนะระดับรถแข่ง แต่คงไว้ซึ่งความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน วิศวกรของ BMW M ได้ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ดังกล่าวจากรุ่นสู่รุ่นใน BMW M5 เจนเนอเรชั่นที่ 5 นี้ ก็ยังคงไว้ซึ่งคาแรกเตอร์ดังกล่าว แต่ถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกระดับ โดยวิศวกรของ BMW M ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยี ความรู้และประสบการณ์จากการแข่งมอเตอร์สปอร์ต รวมถึงการทดสอบรอบแล้วรอบเล่า ในสนามเนอร์เบิร์กริง เพื่อสร้างสรรค์ความพิเศษให้กับสมรรถนะการเกาะถนนของ BMW M5 ใหม่ ที่นอกจากจะเหนือชั้นด้วยแชสซีที่สมดุลแล้ว ยังมีเทคโนโลยีระบบช่วยล่างที่ พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ, ระบบเพลาขับและระบบเบรกสมรรถนะสูงน้ำหนักเบา พร้อมทั้งยังมีนวัตกรรม Active MDifferential เพื่อสร้างสมรรถนะการถ่ายทอดกำลังสู่ล้อขับเคลื่อน และเสถียรภาพสูงสุดในการเกาะถนนโดยเฉพาะในทางโค้ง


ระบบ Active M Differential ทำงานผ่านการควบคุมการล็อกของคลัตซ์แบบ Multi-plate ภายในระบบดิฟเฟอร์เรนเชี่ยลที่แม่นยำและรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลื่นไถลของล้อในสภาวะถนนลื่นหรือในขณะเข้าโค้ง ที่ล้อด้านในจะหมุนด้วยความเร็วต่างจากล้อด้านนอกโค้ง โดยจะถ่ายทอดกำลังไปสู่ล้อที่มีแทร็กชั่น หรือประสิทธิภาพการเกาะถนนสูงกว่า ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มสมรรถนะในการเข้าโค้ง แล้ว ยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่ในสภาพถนนลื่นด้วย


BMW M5 ใหม่ ถูกสร้างอยู่บนพื้นฐานของ BMW ซีรี่ย์ 5 ที่เป็นซาลูนระดับผู้บริหาร เน้นความสง่างาม แฝงความสปอร์ต โดยนักออกแบบของ BMW Design Center ได้ทำงานร่วมกับวิศวกรของ BMW M เพื่อเสริมสร้างคาแรกเตอร์ของรถตระกูล M และสะท้อนความเป็นตัวตนของสายพันธุ์ BMW M5 อีกทั้งยังเพิ่มคุณสมบัติโดยเฉพาะในด้านแอร์โร่ไดนามิกส์ และการระบายความร้อนเพื่อให้รับกับสมรรถนะระดับสุดยอดของสปอร์ตซาลูนคันนี้ได้อย่างลงตัว

BMW M5 ใหม่ มาพร้อมกับช่องดักอากาศขนาดใหญ่ในกันชนหน้า และพื้นผิวแบบสามมิติ ที่นอกจากจะมีคุณสมบัติในการเพิ่มการระบายอากาศให้กับเครื่องยนต์และระบบเบรกแล้ว ยังให้อารมณ์ที่แฝงไว้ซึ่งความดุดัน ขับเน้นเพิ่มดีกรีความสปอร์ต แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสมดุลระหว่างความสง่างาม และความเป็นรถสปอร์ตซีดานได้อย่างยอดเยี่ยม นักออกแบบได้เน้นถึงความต่อเนื่องของลายเส้นและพื้นผิวโค้งเว้าของกันชนหน้า ให้สอดรับกับลายเส้นและพื้นผิวของส่วนของฝากระโปรงหน้าได้อย่างกลมกลืน


มุมมองด้านข้างของ BMW M5 โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาขนาด 19 นิ้ว อีกทั้งยังเสริมความน่าเกรงขามด้วยช่องลมด้านข้าง ที่มีสัญลักษณ์ M และไฟเลี้ยวถูกออกแบบเป็นลักษณะเส้นเรียวอยู่กึ่งกลางของช่องดักอากาศ สร้างความโดดเด่นสะดุดตาในทุกมุมมอง ในขณะที่มุมมองด้านหลังเน้นความเรียบหรูในแบบฉบับซาลูนผู้บริหาร โดยติดตั้งเพียงสปอยเลอร์ขนาดเรียวเล็กบนฝากระโปรงหลัง และสเกิร์ตใต้กันชนหลัง ที่ซ่อนดิฟฟิวเซอร์ไว้ในตัว ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวมีหน้าที่ในการช่วยเพิ่มสมรรถนะด้านแอร์โร่ไดนามิกส์ให้กับ BMW M5 ใหม่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเพียงท่อไอเสียคู่ทั้งสองข้างของกันชนที่เป็นเครื่องบ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของ BMW M5 ใหม่ ให้กับผู้ที่ขับรถตามอยู่ด้านหลัง

BMW Group เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์ BMW, MINI และ Rolls-Royce รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ BMW มีเครือข่ายการผลิต 24 แห่งใน 13 ประเทศทั่วโลก มีเครือข่ายจำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ในปีค.ศ. 2010 BMW Group มียอดขายรถยนต์ 1.46 ล้านคันและรถมอเตอร์ไซค์ 110,000 คัน มีรายได้ 60.50 ล้านยูโร และมีพนักงาน 95,500 คนทั่วโลก BMW Group ได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนา เทคโนโลยีสร้างผลิตภัณฑ์ที่ก้าวล้ำอนาคต นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตโดยการคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิต จากความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างไม่ลดละ BMW Group จึงได้รับการจัดอันดับให้เป็น The World’s Most Sustainable Car Manufacturer โดยสถาบัน Dow Jones ใน 6 ปีที่ผ่านมา.

Photo By
http://www.m5board.com

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom