เมื่อ McLAREN MP4/12C GT3 ถูกส่งลงทำการแข่งขัน มันเหมือนกับการสานต่อประวัติศาสตร์ที่ห่างหายไปจากสนามแข่งรถถึง 16 ปี

หลังจากห่างหายไปจากวงการรถแข่ง Class GT3 ถึงกว่า 16 ปี มันก็กลับมาอีกครั้งในรูปแบบของตัวแข่งเครื่องวางกลางขับหลังที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีสำหรับการแข่งขันที่ดีที่สุดเท่าที่บริษัท McLaren เคยสร้างตัวแข่งทางเรียบออกมา ด้วยการนำเอาสปอร์ตซุปเปอร์คาร์ตัวล่าสุดของค่ายมาปรับแต่งให้เป็นไปตามกฎกติกาของสมาพันธ์ยานยนต์นานาชาติหรือ FIA ซึ่งรับหน้าที่ดูแลการแข่งรถรายการใหญ่ทั่วโลก จากตัวรถเดิมๆที่ใช้การวางตำแหน่งเครื่องยนต์ V8 อยู่หลังคนขับ (Mid Engine) ที่แรงจนแทบจะบินได้อยู่แล้วกลายมาเป็นรถแข่งที่พกพาความโหดดิบและดุดันมากขึ้นไปอีกระดับ และหลังจากการวิ่งทดสอบกว่า 1,000 ไมล์ในสนามแข่งรถทั่วยุโรปแล้ว รถ McLaren MP4/12C GT3 จะถูกทยอยส่งมอบให้กับทีมแข่งที่สั่งซื้อเพื่อส่งลงทำการแข่งขันในรายการแข่งรถทางเรียบ Class GT3 ทั้งในยุโรป เอเชีย และอเมริกา สำหรับฤดูกาลแข่งขันประจำปี 2012

...

ประสบการณ์จากการสั่งสมในการสร้างรถแข่งของวิศวกรและทีมงาน บวกกับความสามารถของฝ่ายบริหารในบริษัท ผลักดันให้ค่าย McLaren ต้องทำในสิ่งที่ยากลำบากมากกว่าการสร้างรถสปอร์ตเพื่อออกขายให้กับลูกค้า รถแข่ง GT3 ทุกคันล้วนมีจุดกำเนิดมาจากซุบเปอร์คาร์บนท้องถนนทั้งสิ้น ทำให้ขั้นตอนการปรับแต่งถูกมุ่งเน้นไปที่การลดทอนน้ำหนักและความปลอดภัยในตัวรถ  MP4/12C GT3 มีเครื่องยนต์ V8 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่แรงสุดขั้วอยู่แล้ว เมื่อบวกกับโครงสร้างน้ำหนักเบากับตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ทำให้มันมีความพร้อมที่จะได้รับการปรับแต่งสำหรับลงทำการแข่งขัน ฐานล้อเดิมถูกขยายเพิ่มขึ้นอีก 10 มิลลิเมตรเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการสัมผัสกับผิวแทรคของยาง โรลบาร์ภายใน Cockpit ช่วยทำให้ปลอดภัย วิงหลังคาร์บอนทรงโหดกับล้อแข่งเซนเตอร์ล็อกของ OZ หน้าเล็กหลังใหญ่ใส่ยางสลิคแถมด้วยช่องระบายอากาสกับดิฟฟิวเซอร์รอบคันทำจากเคฟล่า พวงมาลัยคล้ายกับของรถ F1 ชุดห้ามล้อของ Akebono แบบ 6 พอตที่ด้านหน้าและ 4 พอตที่ด้านหลัง คาร์ลิปเปอร์เบรกสีเงินของ Akebono สอดรับกับจานเบรกเซาะร่องขนาดประมาณจานข้าวใบโต โช๊คอัพใช้เทคโนโลยีจากทีมแข่ง F1

...

เครื่องยนต์ V8 3.8 ลิตรทีี่วางอยู่ในตัวถนนมีแรงม้าถึง 592 ตัว แต่เพื่อให้เป็นไปตามกฎการแข่งขัน แรงม้าของเจ้า MP4/12C GT3 จึงถูกตอนลงให้เหลือม้าประมาณ 500 ตัว ซึ่งเป็นไปตามกฎข้อบังคับใน Class GT3 ระบบส่งกำลังซึ่งแต่เดิมใช้เกียร์ทวินคลัตช์ ถูกยกออกแล้วแทนที่ด้วยเกียร์แข่งซีเควนเชียลของบริษัท Ricardo ผู้ผลิตชุดเกียร์รองรับงานแข่ง ช่วงล่างเดิมแบบ PCC ก็ถูกปรับแต่งให้เข้ากับช่วงล่างมาตรฐานที่ FIA กำหนดทำให้เกิดงานที่แสนจะยากลำบากจากโครงสร้างคาร์บอนของมันที่ต้องเจาะเชื่อมจุดยึดใหม่ทั้งหมดรวมถึงการวางตำแหน่งของเหล็กกันโคลงเจ้าปัญหาอีกด้วย เนื่องจากตัวรถรุ่นปกติไม่มีเหล็กกันโคลงทำให้พื้นที่อันคับแคบแทบจะยัดอะไรเข้าไปไม่ได้อีกแล้ว

...

...

น้ำหนักที่เบาของ MP4/12C GT3 ทำให้มันใช้เวลาวิ่งต่อรอบในสนาม Navarra น้อยกว่าตัวถนน และไม่น่าเชื่อว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสถิติเก่าของเวลาต่อรอบในการวิ่งอย่างเต็มกำลังแล้ว เจ้าปิศาจสีเหลืองคันนี้สามารถทำเวลาได้เร็วที่สุดใน Class GT3 และใช้เวลาวิ่ง 1 รอบสนามแข่งน้อยกว่ารถสปอร์ตอย่าง Bugatti Veyron อยู่เล็กน้อยอีกด้วย!! การดัดแปลงครั้งใหญ่โดยใช้ประสบการณ์จากสนามแข่งทำให้มันมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากแม้แรงม้าจะถูกปรับจูนให้ลดลงถึงเกือบ 100 แรงม้า ผ่านระบบประมวลผลของ McLaren ซึ่งเป็นความลับสุดยอด ในศูนย์พัฒนารถแข่งของค่ายแห่งนี้ยังมีซีมูเลเตอร์มูลค่า 2,500 ล้านบาทที่สามารถคำนวณค่าต่างๆได้ถึง 250,000 แบบ พร้อมด้วยวิศวกรและช่างเครื่องระดับหัวกะทิของยุโรปอีกกว่า 200 ชีวิต รับหน้าที่ในการดูแลโครงการรถแข่ง MP4/12C GT3 ซึ่งคนกลุ่มนี้สามารถสร้างมันออกมาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ด้วยเงินจำนวนมหาศาลที่ทุ่มลงไป

ตัวถังของ MP4/12C นอกจากจะถูกดัดแปลงให้เป็นรถแข่งแล้วในอนาคตอันใกล้นี้จะมีโมเดลใหม่ๆทยอยเปิดตัวตามออกมาอีกหลายรุ่น ซึ่งรวมถึงรุ่นเปิดหลังคาที่จะใช้หลังคาแบบผ้าใบน้ำหนักเบากับชุดมอเตอร์พับหลังคาที่รวดเร็วขึ้น การสร้างรถแข่งอย่าง MP4/12C GT3 ถือเป็นการสานต่อตำนานภาคจบของ McLaren F1 ตัวแข่งเจ้าของตำแหน่งชนะเลิศนับครั้งไม่ถ้วนของยุค 90 ให้มีความสมบูรณ์ ชัยชนะในสนามแข่ง LeMans ของ  McLaren F1 ยังคงตราตรึงพวกบ้าความแรงจนถึงทุกวันนี้ รวมถึงหมายเลข 59 บนตัวรถที่สื่อให้เห็นถึงจำนวนครั้งที่ทีม   McLaren เคยชนะในสนาม LeMans ตั้งแต่ยุคแรกๆของการก่อตั้งจวบจนปัจจุบัน และต่อไปนี้คือเหล่ารถแรงที่ MP4/12C GT3 จะต้ิองลงไปประชันความเร็วในสนามแข่งรถ

Mercedes Benz SLS GT3

รถแข่งจากทีมแข่งเก่าแก่เจ้าของสัญลักษณ์ตราดาวคันนี้วางเครื่องยนต์ V8 6.2 ลิตร 500 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลังแต่เป็นแบบเครื่องวางตามยาวด้านหน้าที่เสียเปรียบ MP4/12C GT3 อยู่เล็กน้อยเมื่อต้องเลี้ยวเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

Audi R8 LMS GT3

ค่ายสี่ห่วงจากเยอรมันโดนสมาพันธ์ยานยนต์นานาชาติหรือ FIA สั่งให้ถอดระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Quattro ซึ่งไม่มีการอนุญาตให้ใช้สำหรับรถแข่งในคลาสนี้ และหันมาใช้การขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังแทน รถ Audi R8 LMS GT3 วางเครื่องยนต์กลางลำตัวคล้ายกับ  MP4/12C GT3 และมีระบบรองรับกับเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยมใกล้เคียงกัน เครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตร 500 แรงม้า สามารถอัดได้ทั้งวันทั้งคืนโดยพิสูจน์ให้เห็นถึงความเหนียวในรายการ American LeMans Series ที่ต้องห้อกันทั้งวันทั้งคืนถึง 24 ชั่วโมงมาแล้ว

BMW Z4 GT3

ตัวเล็กแต่เผ็ดร้อนจากค่ายใบพัดสีฟ้าที่วางเครื่องเคราของรถ M3 รุ่นใหม่ บนงานตัวถังสุดโหดที่ใช้แอร์โร่พาร์ตเปลืองที่สุดเพื่อดัดแปลง Roadster คันงามของ BMW ให้กลายเป็นรถแข่งพลังสูง รถ Z4 GT3 วางเครื่องยนต์ V8 4.4 ลิตร 490 แรงม้าบนเรือนร่างที่เล็กกว่ารถแข่งทุกคันในรุ่นนี้ สายเลือดมอเตอร์สปอร์ตอันเข้มข้นของทีมส่งผลให้มันต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งในการตามบดบี้กับตัวแรงที่เหนือกว่าทั้งการบาลานซ์เครื่องยนต์และรูปแบบของตัวรถ

Ferrari 458 GT3

คงไม่ต้องกล่าวอะไรกันมากไปกว่าคำว่าสุดยอด สำหรับทีมแข่งม้าลำพองที่ขนเอาตัวแรงบนถนนมาลงสนามในทุกยุคทุกสมัยนานกว่า 80 ปีมาแล้ว ประวัติศาสตร์ของบริษัทผลิตรถสปอร์ตแห่งนี้อยู่คู่กับโลกยนตรกรรมมาได้ด้วยการหล่อเลี้ยงของกีฬาความเร็วที่สื่อให้เห็นถึงความตั้งใจในการสร้างรถที่สวยงามและทรงประสิทธิภาพ Ferrari 458 GT3 วางเครื่องยนต์ V8 4.5 ลิตรไว้บริเวณกลางลำตัวบวกม้าอีก 500 ตัวที่ส่งถ่ายผ่านเกียร์แข่ง 6 สปีดไปยังล้อคู่หลังตามกฎของการแข่งขัน

Aston Martin Vantage GT3

รถแข่งหนึ่งเดียวจากเกาะอังกฤษที่ถูกส่งลงชิงชัยใน Class GT3 คันนี้วางเครื่องยนต์ V12 6.0 ลิตรไว้ที่ด้านหน้า-ขับเคลื่อนล้อหลัง เครื่องยนต์วางทำมุม 60 องศา ส่งกำลังผ่านเกียร์ XTrac 6 speed Sequential บนน้ำหนักตัวประมาณ 1,250 กิโลกรัมซึ่งเบากว่าตัวถนนเกือบ 500 กิโลกรัม ถึงแม้จะมีทรงที่ดูสงบเสงี่ยมแต่มันแรงถึงใจขาซิ่งและวิ่งได้เหนียวแน่นทนทานจากเครื่องยนต์ที่ได้รับการออกแบบให้แข็งแกร่งโดยใช้การปรับเปลี่ยนวัสดุภายในเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมด เกียร์กับชุดเฟืองท้ายที่อยู่รวมกันทำให้ตัวเลขการกระจายน้ำหนักอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม และส่งผลไปถึงการควบคุมพวงมาลัยในระหว่างมุดโค้งที่สุดยอดอีกด้วย




Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom