ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สันดอนแก้ได้ สันดานแก้ยาก ส่องพฤติกรรมที่ไม่ควรทำขณะขับขี่

    ไทยรัฐออนไลน์4 ก.ย. 2563 10:00 น.
    SHARE

    *พฤติกรรมไม่ควรทำหากอยู่หลังพวงมาลัย

    *การดื่มของมึนเมามีผลต่อการขับขี่และการตัดสินใจช้าลงถึง 8 เท่า 

    *หากหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ได้จะลดจำนวนอุบัติเหตุได้ ยิ่งในช่วงวันหยุดยาวเช่นนี้ที่ใครๆก็ออกไปเที่ยวกัน

    อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นทุกวันในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงอันตรายจากการใช้รถใช้ถนนที่คร่าชีวิตของคนไทยในแต่ละปีเป็นหมื่นคน บาดเจ็บและพิการอีกนับไม่ถ้วน ไม่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามใช้ทุกกลยุทธ์และแนวทางการปฏิบัติเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ แต่ด้วยความจำเป็นของการใช้รถที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวแปรที่ทำให้สถิติตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน เช่น ประมาท เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ขับรถผิดกฏจราจร ทำให้ตัวเลขคนเจ็บคนตายจากอุบัติเหตุบนถนนสูงขึ้นทุกๆปี โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว จากสถิติของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบก ประจำปี พ.ศ.2562 มีจำนวน 19,904 ราย เพิ่มจาก ปี พ.ศ. 2558 ที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนน 9,083 ราย 


    สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

    เมาแล้วขับ

    ประเทศไทยมีผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมาก และในจำนวนที่มากนั้นพอเมาแล้ว ก็จะอยู่หลังพวงมาลัย การควบคุมสติและสมาธิในการขับที่ลดลงจากพิษของแอลกอฮอล์ ตามด้วยอุบัติเหตุที่อาจเปลี่ยนชีวิตของคุณไปตลอดกาล  ความคึกคะนองจะเกิดขึ้นทันที เมื่อดื่มเหล้าจนได้ที่แล้วขึ้นไปนั่งขับหลังพวงมาลัย คดีความที่เห็นอยู่นับไม่ถ้วน เป็นตัวอย่างของการเมาแล้วขับ ทำให้ชีวิตที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าต้องหยุดชะงักหรือจบลง เมื่อคุณเมาเหล้าแล้วขับรถ รถยนต์คันนั้นจะกลายเป็นจักรกลสังหารทันที ความมึนเมาทำให้ความสามารถในการขับลดลงหรือไม่มีความสามารถแม้แต่จะเดินให้ตรง การตัดสินใจและการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าจะช้าลงถึง 8 เท่า 

    ง่วง

    อาการหลับในหรือวูบหลับสั้นๆ ประมาณ 3 - 5 วินาที ทำให้รถวิ่งโดยปราศจากการควบคุมประมาณ 100 เมตร  เป็นระยะทางที่อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงหากรถเป๋เข้าไปในเลนรถสวน หรือสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้หรือบ้านเรือนของผู้คน เมื่อไม่ได้พักผ่อนนอนหลับแล้วมาขับรถ การอดนอนจะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการมอง การตัดสินใจ และการคาดการณ์ล่วงหน้า เนื่องจากร่างกายเกิดความอ่อนล้า แต่ต้องมาควบคุมเครื่องจักรที่มีความเร็ว นั่นหมายถึงอันตรายทั้งต่อตนเองและคนรอบข้างที่ใช้รถใช้ถนน 

    ขับเร็ว

    ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อระยะทางในการหยุดรถ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งใช้ระยะทางในการเบรกมากขึ้นเป็นเงาตามตัว มากจนคุณตกใจว่าทำไมถึงใช้ระยะในการหยุดรถยาวขนาดนั้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อใช้ความเร็ว 80 กม./ชม. ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถถึง 76 เมตร และหากประสบอุบัติเหตุจะทำให้แรงปะทะ ณ จุดเกิดเหตุเพิ่มสูงขึ้น เช่น การขับขี่ด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. มีโอกาสเสียชีวิตถึงร้อยละ 90

    เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถ

    การใช้โทรศัพท์มือขณะขับรถทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น เนื่องมาจากปัจจัยหลักสามประการ คือ ปัจจัยด้านกายภาพ ปัจจัยด้านการมองเห็น และปัจจัยด้านสมาธิการตัดสินใจ การเล่นโซลเชียลแบบขับไปเล่นไป ก้มๆ เงยๆ โดยที่ใช้มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์และอีกข้างหนึ่งจับพวงมาลัย ตามองทั้งถนนและมองโทรศัพท์ สลับไปมา ทำให้ไม่สามารถบังคับทิศทางของรถ หรือกะระยะในการเบรกได้อย่างปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์กระทันหันเฉพาะหน้า และหากเป็นรถที่มีระบบเกียร์ธรรมดาด้วยแล้ว ยิ่งมีความเสี่ยงเนื่องจากต้องปล่อยมือข้างที่จับพวงมาลัยมาจับที่คันเกียร์ เพื่อเปลี่ยนเกียร์ หรือบางคนอาจใช้หัวไหล่หนีบโทรศัพท์ไว้กับหูซึ่งก็จะทำให้ผู้ขับขี่ไม่ สามารถชำเลืองมองกระจกส่องท้ายและกระจกด้านข้างรถได้

    นอกจากนี้ การกดปุ่มเพื่อรับสาย หรือการค้นหาหมายเลขหรือการกดหมายเลขเพื่อโทรออก หรือการเปิดดูเอสเอ็มเอส อีเมล์ หรีอโซเชียล เป็นเหตุให้ผู้ขับขี่ต้องละสายตาจากถนน ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที แต่ก็ทำให้ผู้ขับขี่ตอบสนอง เช่น เหยียบเบรคหรือหักพวงมาลัย ได้ช้าลง และตามมาด้วยอุบัติเหตุ

    ขับตัดหน้ากระชั้นชิด
    การแซงหรือปาดหน้าแบบกระชั้นชิด แม้จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ ก่อนที่จะแซง ควรเว้นระยะห่างจากรถคันข้างหน้าและรถที่แล่นสวนมา ดูให้แน่ใจว่ามีระยะในการแซงมากพอโดยไม่ไปรบกวน ให้สัญญาณไฟเลี้ยวทุกครั้งก่อนการแซง เมื่อแซงจนพ้นอยู่ในระยะที่ปลอดภัยแล้ว ให้รีบกลับไปช่องทางเดินรถที่ถูกต้อง และทิ้งระยะห่างให้เหมาะสม

    แทรก เบียด ปาดหน้า วิ่งไหล่ทางแล้วปาดก่อนถึงทางร่วมทางแยก

    คุณจะพบเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ได้เสมอเมื่อรถเริ่มชะลอตัวหรือรถติด มักจะมีคนที่ไม่อดทนกับการต่อคิวเข้าแถวเรียงกันเพื่อค่อยๆ เคลื่อนตัว นักขับใจร้อนและไม่เคารพกฏจราจรเหล่านั้นจะพยายามแทรก เบียด หรือไม่ก็ปาดหน้าเอาดื้อๆ แบบไม่สนใจว่าจะเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนหรือไม่ พฤติกรรมดังกล่าวไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะผิดกฏจราจรแล้ว ยังเป็นการกีดขวางทางสัญจรของรถในช่องทางอื่น เป็นสาเหตุที่ทำให้รถเคลื่อนตัวช้ากว่าปกติเมื่อได้รับสัญญาณไฟเขียว  

    ขับช้าชิดซ้ายลอยชายมันขวาง

    เมื่อขับช้า ก็ควรเปิดทางให้รถที่เร็วกว่าแซงผ่านทางขวาไปได้อย่างสะดวกด้วยการหลบจากเลนรถเร็วไปอยู่เลนซ้าย แล้วรักษาช่องทางเดินรถ เปิดสัญญาณไฟให้เค้าแซงเมื่อมองเห็นว่าไม่มีรถแล่นสวนมาในมุมอับ หรือขับชิดซ้ายหากมีไหล่ทางเพื่อเปิดทางให้รถที่วิ่งเร็วกว่าแซงผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่ขับกั๊กทาง ถ้าทำได้ในลักษณะที่ปลอดภัยก็คือลดความเร็วลงให้รถคันเร็วกว่าแซงขึ้นหน้าไป.

    ผู้เขียน : อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

    ภาพ : Jutaphun Sooksamphun

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ขับปลอดภัยเมาแล้วขับขับขี่ปลอดภัยอาคม รวมสุวรรณcontent special

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 24 กันยายน 2563 เวลา 09:48 น.