สมรรถนะและประสิทธิภาพที่โดดเด่นโดนใจผู้ขับของ Ford Focus 2.0 TDCi Sport เกิดจากการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ Duratec กับเกียร์คลัตช์คู่ เทคโนโลยีล่าสุดบนยนตกรรมแบบ 5 ประตูของคนเมืองที่นิยมประสิทธิภาพของการขับขี่ควบคุมมากกว่าราคาขายต่อ...

ระยะเวลาในการทดสอบกว่า 6 วันบนถนนทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเรียนรู้ถึงประสิทธิภาพและสมรรถนะบนตัวรถแบบแฮทช์แบ็ค 5 ประตูของ Ford หมดลงอย่างรวดเร็ว มันเร็วเสียจนทำให้ผมรู้สึกเสียดายในวันที่ต้องส่งคืนรถทดสอบ Focus 2.0 TDCi Turbo ให้กับเจ้าหน้าที่ของบริษัท Ford Motor Thailand ย้อนกลับไปในวันที่ตัวรถรุ่นนี้เริ่มผลิตในยุโรปเมื่อกลางปี 2007 ผมก็ได้เฝ้าติดตามข่าวคราวของมันมาโดยตลอด แต่ผลของการขับขี่ที่หาอ่านเอาตามหน้าหนังสือรถยนต์ คงไม่เท่ากับการที่ได้ลองของจริง ซึ่งซึมซับประสิทธิภาพของมันเข้าสู่ความทรงจำได้ง่ายดายกว่าการอ่านมาก

...


รูปโฉมที่ถูกปรับให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น ทำให้มุมมองด้านหน้าของ Focus 2.0 TDCi มีความคมเข้มดุดันสมกับเป็นรถแฮทช์แบ็ค 5 ประตูที่ร้อนแรงในกลุ่มรถยนต์นั่ง Sub-Compact เครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 ซีซี. ส่วนแนวด้านข้างของตัวถังดูทึบๆ ตันๆ จากมุมลาดเอียงของแนวเสาหลังแบบแฮทช์แบ็ค เมื่อก้าวขึ้นไปนั่ง ตำแหน่งของการนั่งขับสูงไปเล็กน้อยแม้จะปรับเบาะไฟฟ้าลงต่ำสุดแล้วก็ตาม มุมมองด้านหน้าและด้านข้างชัดเจนจากกระจกบานหน้าและกระจกบานประตูขนาดใหญ่ ส่วนมุมมองด้านหลังคงต้องใช้กระจกมองข้างกับเซนเซอร์ถอยหลังช่วย เนื่องจากสัดส่วนที่หนาทึบของบั้นทั้ายสไตล์ Focus รุ่น 5 ประตู อุปกรณ์ทุกอย่างให้มาครบและมีเท่าที่รถยนต์ราคาล้านต้นๆ พึงมี เบาะนั่งสบายจากขนาดที่ใหญ่ ตำแหน่งการนั่งขับที่สูงยังช่วยทดแทนมุมมองด้านหลังที่ค่อนข้างอับ ตำแหน่งของคันเกียร์ แป้นคันเร่ง เบรค ที่พักเท้าและวงพวงมาลัยถูกออกแบบให้เข้ากับสรีระของผู้ขับ พื้นที่เหนือศีรษะยังมีเหลือเฟือจากการดีไซน์ให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารมีความโปร่งโล่ง


Ford Focus TDCi เหมาะมากกับพวกบ้าขับรถ แต่ไม่เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่คิดว่ารถยนต์ก็เป็นแค่เพียงเครื่องมือที่มนุษย์ใช้เดินทางเท่านั้น มันถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการขับขี่ในอีกรูปแบบหนึ่งและสามารถตอบสนองต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี สุ้มเสียงของเครื่องยนต์ดีเซลติดระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบ เมื่อผมลองกดคันเร่งลงลึกคำรามออกมาให้ได้ยินอย่างชัดเจนพร้อมการพุ่งทะยานของตัวรถชนิดรวดเร็วทันอกทันใจดีแท้ มันเป็นรถดีเซลเทอร์โบที่ค่อนข้างกระฉับกระเฉงมากที่สุดในกลุ่มรถยนต์นั่ง 5 ประตูเครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 ซีซี. แม้จะเอาไปเปรียบเทียบกับ Mazda 3 2.0 เบนซิน ที่มีม้ามากกว่าเจ้า Focus TDCi ถึง 7 ตัว แต่การออกตัวจากจุดหยุดนิ่งเมื่อติดสัญญาณไฟอยู่คันหน้าสุด หากคุณนึกสนุกขึ้นมาก็แค่กดคันเร่งลงลึกๆ และคอยระวังรถมอเตอร์ไซค์ข้างๆที่คุณจะแซงให้ดี แวบเดียวทุกสิ่งทุกอย่างจะเลือนรางอยู่แค่ในกรอบกระจกมองหลังเท่านั้น อัตราเร่งตีนต้นจาก 0-100 กิโลเมตรที่ 9.23 วินาที คือ ตัวเลขที่ใช้เป็นเครื่องมือบอกสมรรถนะของมันได้เป็นอย่างดี ออกตัวลื่นไหล ไต่ระดับความเร็วอย่างมั่นคงและต่อเนื่องไปจนถึงรอบสูงสุด แรงบิด 320 นิวตันเมตรที่มาในรอบต่ำเพียง 1,700-2,200 รอบต่อนาที เท่ากับ BMW 320d e90 และ Cruze 2.0 Diesel Turbo แต่มาเร็วกว่าและให้ความต่อเนื่องในด้านการเร่งจากความเร็วต่ำไปหาสูงได้อย่างว่องไวมากกว่าเล็กน้อย

...

...


แม้ในวันที่มีอากาศเลวร้ายของกรุงเทพมหานคร ก็ไม่สามารถสร้างแรงกดดันให้กับประสิทธิภาพในการยึดเกาะของ Focus 2.0 TDCi แต่อย่างใดทั้งสิ้น ผิวการจราจรบนทางด่วนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนต้นฤดูกลับทำให้การขับขี่มีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้น ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วรัดหุ้มด้วยยางซิ่งสมรรถนะสูงของ Goodyear รุ่น Eagle NTC5 ไซล์ 205/55/r16 สร้างสมดุลที่ดีระหว่างพื้นถนนและตัวรถส่งถ่ายขึ้นมาที่พวงมาลัยอย่างชัดเจน การจงใจเลือกใช้ล้อและยางขอบ 16 นิ้ว เพื่อส่งผลไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ลดลง ระบบส่งกำลังแบบทวินคลัตช์ 6 สปีด รุ่นเดียวกันกับที่ใช้ใน Volvo พัฒนาโดยวิศวกรระบบส่งกำลังของ Ford ให้ความรู้สึกถึงความเป็นรถแรงจากทวีปยุโรป เมื่อมันทำงานควบคู่ไปกับแซสซีส์ของ Focus TDCi มันสามารถส่งถ่ายแรงบิดของเครื่องยนต์ลงสู่ล้อคู่หน้าได้อย่างฉับไวทันใจดีแท้ พวกเท้าหนักจะหลงรักมันทุกคนหลังจากได้ลองขับ แม้จะเป็นรุ่นปกติที่มีเรี่ยวแรงแค่ 136 แรงม้าก็ตาม ลองคิดดูเล่นๆ ว่าหากบ้านเรามีรถ Focus รุ่น ST หรือ RS รวมถึง MP350 ซึ่งเป็นรถรุ่นสูงสุดในตระกูล Focus ที่มีแรงม้ากว่า 350 ตัว บนการขับเคลื่อน 4 ล้อ และมีบานประตูแค่สามบานเท่านั้น ให้เลือกซื้อบนกำแพงภาษีที่ไม่สูงมากนัก ผมแน่ใจได้เลยว่าม้ากว่า 300 ตัวและสมรรถนะอันสุดยอดจะทำให้ความนิยมในตัวรถรุ่น Focus เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

...


เช่นเดียวกับรถ Focus ทุกๆ รุ่น เจ้า Ford 2.0 TDCi Sport ขับได้อย่างเมามันส์ในอารมณ์ และเป็นรถที่ให้การตอบสนองต่อการขับขี่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจาก Honda Civic 2.0 i-VTEC / Toyota Altis 2.0 Dual VVT-i / มอบให้กับเจ้าของรถยามขับขี่ควบคุม จะคล้ายคลึงกันอยู่บ้างทั้งอัตราเร่งและการยึดเกาะที่เหมือนกับ Mazda 3 5Door 2.0 / Cruze 2.0 Diesel Turbo รวมถึงการมีพวงมาลัยที่ไวและเบามือกว่า BMW 320d อัตราเร่งตีนต้นช่วงออกตัวเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในฐานะที่เป็นรถยนต์ซับคอมแพ็ค 5 ประตูขนาดย่อม แต่ไม่ถึงกับเล็ก ในการใช้งานจริงบนชีวิตประจำวันกับการขับขี่แบบปกติทั่วไป ผมขับแบบเปิดแอร์ตลอดเวลาและมีการใช้คันเร่งลงลึกสุดบ้างในบางจังหวะเพื่อเร่งแซงจะอยู่ในระดับ 16 กิโลเมตรต่อลิตร ไม่ถึงกับประหยัดแต่ก็ไม่ถึงกับซดน้ำมันจนเกินควร ส่วนการเก็บเสียงทำได้ดีพอใช้ มีเสียงเครื่องลอดเข้ามาให้ได้ยินกันอย่างชัดเจนหากจมคันเร่งแบบมิดๆ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมว่ามันเหมือนกับการเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไปของตัวรถในโมเดลก่อนที่จะทำการปรับโฉม เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 มีเรี่ยวแรงและสุ้มเสียงที่เร้าใจน้อยกว่ารุ่นดีเซลเทอร์โบอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการตอบสนองก็เหนือกว่า ซึ่งเป็นรุ่นที่กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่นิยมสมรรถนะของการขับมากกว่าราคาขายต่อเมื่อกลายเป็นรถมือสอง โดยภาพรวมแล้ว มันขับได้ถึงใจใกล้เคียง MINI Cooper S R56 ถึงแม้จะไม่แรงและกระชากกระชั้นเท่า เนื่องจากขนาดตัวที่ใหญ่กว่าและหนักกว่าถึง 300 กิโลกรัม แต่พวงมาลัยคมๆ กับช่วงล่างที่หนึบแน่นทำให้ความรู้สึกที่ได้รับไม่ค่อยจะแตกต่างกันมากนัก Overboost ที่สามารถเรียกกำลังในรูปของแรงบิดที่ย่านรอบเครื่องสูงยังช่วยให้เจ้า Focus ไต่ระดับความเร็วได้ดีแรงบิดสูงสุดจะเพิ่มจาก 320 นิวตันเมตรเป็น 340 นิวตันเมตร แต่ใช้งานได้แค่ 7 วินาทีเท่านั้น


เกียร์คลัตช์คู่ตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำให้สายเลือดแห่งความเป็นสปอร์ตคาร์ทรงแฮทช์แบ็คมีความเข้มข้นมากขึ้น มันให้ความรู้สึกและอารมณ์ในการสับเปลี่ยนอัตราทดในช่วงเกียร์ 1-2-3 แบบกระชากนิดๆ พอให้ได้รับรู้และให้อารมณ์สปอร์ตมากกว่าเกียร์ CVT ที่แสนจะเฉื่ิอยชาและไร้สิ้นซึ่งความรู้สึกยามเปลี่ยนแปลงอัตราทด แนะนำว่าพวกคนเมืองที่ติดเกียร์อัตโนมัติแบบปกติ จะชอบมันทันทีหากได้ลองเกียร์ทวินคลัตช์ 6 สปีดของ Ford อัตราทดของมันมีความสอดคล้องกับการทำงานของคันเร่งและการสับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ด้วยตัวของผู้ขับเอง เมื่อผมลองผลักคันเกียร์จากตำแหน่ง D ไปทางขวามือเพื่อสับเปลี่ยนเกียร์เอง มันจะสนองตอบออกมาในรูปแบบที่คล้ายกับเกียร์ธรรมดามากที่สุดเพียงแต่มันไม่มีแป้นคลัตช์ให้เหยียบ การส่งถ่ายกำลังที่ต่อเนื่องและกระตุกกระชากเล็กๆ ทำให้ย่านความเร็วจาก 80-140 ไปจนถึงย่านความเร็วปลายที่ 205 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาน้อยกว่ารถคู่แข่งนิดหน่อย ที่ความเร็วสูงกว่า 170-190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวงมาลัยแบบสองระบบ มอเตอร์ไฟฟ้า-เพาเวอร์ Electric Power Assisted Steering และช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท สปริง โช๊คอัพแก๊สพร้อมเหล็กกันโคลงเส้นโต ยังให้ความรู้สึกหนักแน่นมั่นคงตามสไตล์ยานยนต์จากทวีปยุโรปที่มักจะขึ้นชื่อในเรื่องของระบบรองรับ


ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลแยกส่วนความเย็นมีช่องเป่าลมเย็นให้กับผู้โดยสารตอนหลัง หากไม่มีใครนั่งไปด้วยก็สามารถปิดการใช้งานได้ ระบบแอร์ทำงานได้ดีพอใช้ ทั้งๆ ที่อุณหภูมิภายนอกในช่วงบ่ายของกรุงเทพฯสูงกว่า 37 องศาในจุดที่มีการจราจรหนาแน่น เครื่องเสียงที่มีวิทยุ AM/FM/ เครื่องเล่น CD-MP3 โดยมีช่องเชื่อมต่อเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา AUX-USB กระจกมองหลังเคลือบสารตัดแสงสะท้อนรบกวนการมองในตอนกลางคืนได้ดี สิ่งที่ชอบมากคือระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติที่ฉลาดใช้ได้ เซนเซอร์ใต้ก้านกระจกมองหลังจะทำหน้าที่คอยตรวจจับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาและสั่งงานให้มอเตอร์ใบปัดทำงานได้หลายระดับ และไม่ต้องคอยปรับก้านชุดปัดน้ำฝนกันบ่อยๆ เหมาะสมกับการใช้งานในเขตร้อนที่มีฝนตกชุกอย่างเมืองไทย


นโยบายของ Ford ที่เริ่มแยกทางกับ Mazda ทำให้สินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของทั้งสองค่ายมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำตลาดของบริษัท Ford มุ่งเน้นไปที่การสร้างรถยนต์โดยใช้มุมมองแบบ Global เพื่อครอบคลุมการขายไปทั่วโลกตามสไตล์ค่ายรถยนต์แก่เก่าที่มีชื่อเสียงของพวกอเมริกัน และทำให้คนไทยมีโอกาสได้สัมผัสกับสมรรถนะและประสิทธิภาพในแบบยุโรปบนตัวรถ Focus 2.0 TDCi Sport มากขึ้น รุ่นปรับโฉมคันทดสอบมีระบบส่งกำลังที่ดีขึ้นมากเมื่อถูกจับคู่กับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ซึ่งมีให้ทั้งความแรงและความประหยัดโดยขึ้นอยู่กับลักษณะของการขับขี่ มันเป็นรถที่มีหลากหลายอารมณ์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว Focus ทุกรุ่นถูกสร้างมาเพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน ทั้งการวิ่งในเมืองที่มีการจราจรคับคั่งรวมถึงการวิ่งทางไกลด้วยความเร็วสูง ในช่วง 1 ปีนับจากนี้ต่อไปจะเป็นช่วงเวลาก่อนปรับเปลี่ยนโฉมตัวรถรุ่น Focus ที่จำหน่ายในประเทศไทย นอกจากบริษัท Ford Motor Thailand จะทำการลดราคา Focus รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ลงเหลือแค่ 849,000 บาทแล้ว ส่วนรุ่น 2.0 เทอร์โบดีเซลคันทดสอบก็นับได้ว่า มันยังคงความเป็นยานยนต์ที่สามารถสร้างความพึงพอใจในระหว่างการใช้งานให้กับเจ้าของได้มากกว่ารถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง และแซสซีส์ ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่ชอบขับรถอย่างแท้จริง เบรคดี เอาอยู่ในทุกย่านความเร็ว พร้อมกับระบบช่วยเบรคกับระบบรักษาเสถียรภาพของตัวรถที่มีมาให้ไม่น้อยหน้ารถยนต์จากญี่ปุ่น รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ให้มาช่วยเสริมความมั่นใจในระหว่างการขับขี่ใช้งาน

สำหรับท่านที่สนใจอยากได้รถยนต์สักคันที่สามารถตอบสนองการขับขี่ในทุกรูปแบบก็ลองไปขับดูแล้วจะรู้ได้ด้วยตัวเอง.

Ford Focus 2.0 TDCi Sport
แบบ....................................แฮทช์แบ็ค 5 ประตู 4 ที่นั่ง
ผู้ผลิต..................................Ford Motor Company
เครื่องยนต์..........................ดีเซลแถวเรียง 4 กระบอกสูบ วางตามขวางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า
ปริมาตรความจุ...................2.0 ลิตร 1,997 ซีซี
วาว์ล...................................4 วาว์ล ต่อสูบ = 16 วาว์ล
กระบอกสูบxช่วงชัก............85.0x88.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด...............18.30: 1
ระบบอัดอากาศ....................เทอร์โบแปรผันครีบอัดอากาศ
ระบบระบายความร้อน.........น้ำ-พัดลมไฟฟ้า
แรงม้าสูงสุด.........................136.5 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................320 นิวตันเมตรที่ 1,700-2,000 รอบต่อนาที
อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนัก...96.33 แรงม้า/ตัน
อัตราเร่ง...............................0-100 กิโลเมตรใน 9.25 วินาที
ความเร็วสูงสุด.....................205 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ค่าการปล่อย CO2...............144 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร
ระบบพวงมาลัย....................ไฟฟ้า+เพาเวอร์ Electric Power Assisted Steering
ระบบเบรค............................ดิสเบรคทั้ง 4 ล้อพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรค EBD
จานเบรคหน้า........................300 มิลลิเมตร
จานเบรคหลัง........................280 มิลลิเมตร
ระบบส่งกำลัง.......................เกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 6 สปีด
ล้อและยาง...........................อัลลอยขนาด 16 นิ้ว ยาง Goodyear รุ่น Eagle NTC5 ไซล์ 205/55/r16 ทั้ง 4 ล้อ

ระบบรองรับ
ด้านหน้า...............................แม็กเฟอร์สัน สตรัท โช๊คอัพ สปริง เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง...............................อิสระ มัลติลิงก์

มิติตัวถัง
ความกว้าง............................2,640 มิลลิเมตร
ความยาว..............................4,337 มิลลิเมตร
ความสูง................................1,500 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง................53 ลิตร
น้ำหนัก...................................1,391 กิโลกรัม
ราคา.......................................1,169,000 บาท


Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom