ข่าว
100 year

ยนตรกรรมเจนเนอเรชั่นใหม่ ขับเคลื่อนชีวิตสู่วันพรุ่งนี้ ในแบบฉบับของ “มาสด้า”

Advertorial12 ก.ย. 2562 06:01 น.
SHARE

มนุษยชาติขับเคลื่อนไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน เพื่อการมีชีวิตที่ดีกว่าเมื่อวาน เช่นเดียวกับโลกยนตรกรรมที่ ‘วันนี้’ และ ‘วันข้างหน้า’ คือพัฒนาการจากอดีตที่ไม่เคยหยุดยั้ง พร้อมความรุดหน้าของเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่รังสรรค์ผ่านหัวใจแห่งความมุ่งมั่น เหมือนเช่นที่ ‘มาสด้า’ กำลังขับเคลื่อนตัวเองไปอย่างต่อเนื่องภายใต้ยนตรกรรมยุคใหม่เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

‘ทาคูมิ’ ในโลกแห่งยนตรกรรมของมาสด้า

ในภาษาญี่ปุ่นมีคำเรียก ช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ ว่า ‘ทาคูมิ’ (Takumi) หมายถึงผู้แสวงหาและทุ่มเทฝึกฝนทักษะตลอดหลายสิบปี เพื่อพัฒนาฝีมือของตนเองจนกลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญ พวกเขาผสานจิตวิญญาณเข้ากับปรัชญาโคโดะ หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว ตั้งแต่ขั้นตอนการคิด ถ่ายทอดลงสู่กระดาษ และสร้างแบบจำลองรถดินเหนียว จนถึงกระบวนการขึ้นโครงรถด้วยโลหะ

ช่างฝีมือของมาสด้าฝึกฝนทักษะพิเศษ โดยขึ้นรูปของผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากการมองผ่านแบบและจินตนาการ จึงทำให้สามารถสร้างแบบปั้นโลหะต้นแบบได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะทำด้วยมือตั้งแต่ต้นจนจบ ความพิถีพิถันแบบนี้บ่งบอกถึงหัวใจของการทำงาน และเป็นเหตุผลว่าทำไมรายละเอียดต่างๆ ที่นำเสนอผ่านรถยนต์มาสด้า จึงมีความละเอียดลออในวิธีคิดเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการวางตำแหน่งตะเข็บ ที่ผสมผสานระหว่างวัสดุและรูปแบบตะเข็บที่มีความสวยงามและทันสมัย หรือแม้แต่การประดิษฐ์พื้นผิวเบาะนั่ง ไปจนถึงพวงมาลัยรถที่เป็นพื้นฐานของการออกแบบภายในห้องโดยสารให้งดงามมีระดับ

ยนตรกรรมชั้นสูง เพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่ดีกว่า

แม้รถยนต์จะมีบทบาทต่อชีวิตของเราทุกคนในแต่ละวัน แต่น้อยคนที่จะได้สัมผัสและเข้าใจจุดกำเนิดของยนตรกรรมเหล่านั้น “มาสด้า” เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับออกแบบและเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย ความสุขในการขับขี่ ไปจนถึงความปลอดภัยที่มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ในยนตรกรรมเจเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้าจึงออกแบบภายใต้แนวคิด Human Centric Philosophy ซึ่งคำนึงถึงการใช้งานของมนุษย์เป็นจุดศูนย์กลาง พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ชีวิต ไปจนถึงความปลอดภัยเชิงป้องกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง

SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE เชื่อมโยงสอดประสาน

มาสด้าได้ทุ่มเทศึกษาการเดินอย่างเป็นธรรมชาติของมนุษย์ และถอดแบบออกมาเพื่อรังสรรค์รถยนต์ที่ทำงานได้สอดประสานกันเหมือนอวัยวะภายในร่างกาย สร้างความรู้สึกเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์เมื่อขับเคลื่อน ผ่านเทคโนโลยีภายใต้ชื่อ ‘SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE’ ซึ่งมาสด้าได้พบว่ามนุษย์มีแนวกระดูกสันหลังรูปตัว S ที่ช่วยรักษาสมดุลทั้งหมดของร่างกายในเวลาเดิน ดังนั้นช่วงล่างของรถจึงทำหน้าที่เหมือนเท้าและขาที่รับรู้สภาพพื้นผิวของถนน จากนั้นจึงส่งต่อความรู้สึกไปยังกระดูกเชิงกราน สู่แนวกระดูกสันหลังรูปตัว S การทำงานประสานกันของรถยนต์ทั้งคันในรูปแบบนี้ ช่วยสร้างความรู้สึกให้คนขับเสมือนเป็นส่วนหนึ่งกับรถ

G-VECTORING CONTROL PLUS (GVC PLUS) ควบคุมง่ายทุกเส้นทาง

‘G-VECTORING CONTROL PLUS (GVC PLUS)’ หรือระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มาสด้าพัฒนาสำหรับยนตรกรรมเจเนอเรชั่นใหม่ โดยผสานระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ (GVC) ที่มีระบบควบคุมการเบรกอย่างลงตัว วิศวกรเริ่มต้นจากการศึกษาการเคลื่อนไหวของร่างกายของผู้โดยสาร และได้พบว่าร่างกายเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เมื่อแรง G มีการเคลื่อนที่แบบหมุน ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารคงความสมดุลของร่างกาย และพร้อมรับกับสถานการณ์ต่างๆ เมื่อขับขี่ เช่น เมื่อมีการเปลี่ยนเลนอย่างกะทันหันแล้วรถที่มีอาการโคลงกลับมาสมดุลเช่นเดิม หรือช่วยหลีกเลี่ยงการชนเมื่อผู้ขับขี่เจอสถานการณ์ที่สิ่งของตกลงบนถนนหรือมีสัตว์วิ่งตัดหน้ารถ นับว่าเป็นการสร้างสรรค์ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงที่ตอบโจทย์ และรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนนได้ดีเยี่ยม

i-ACTIVSENSE เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบทิศ

มาสด้าพัฒนาและเพิ่มเติม ‘i-ACTIVSENSE’ เทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกันในยนตรกรรมยุคใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งความใส่ใจในเรื่องนี้นำไปสู่รายละเอียดเล็กน้อยที่มีความสำคัญอย่างมากในเรื่องความปลอดภัย อาทิ ‘MRCC (MAZDA RADAR CRUISE CONTROL)’ ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติพร้อมปรับระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า ไปจนถึงระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ ‘SCBS (SMART CITY BRAKE SUPPORT)’ ที่จะช่วยเบรกอัตโนมัติ หากตรวจสอบพบว่าไม่สามารถเลี่ยงการชนได้ และเทคโนโลยีที่คอยเฝ้าระวังประสิทธิภาพของผู้ขับขี่อย่าง ‘DAA (DRIVER ATTENTION ALERT)’ ที่จะคอยแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบความผิดปกติของพฤติกรรมการขับขี่ หรือขับขี่ติดต่อกันนานๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเอาใจใส่ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมเพื่อความปลอดภัย

ในวันที่โลกยนตรกรรมก้าวหน้าไปแบบไม่หยุดยั้ง รายละเอียดการสรรค์สร้างยนตรกรรมยุคใหม่ ทำให้ผู้ขับขี่ในยุคนี้มองเห็นถึงความมุ่งมั่น และความใส่ใจในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีกว่าไปพร้อมๆ กัน ซึ่งหลายสิ่งที่มาสด้าพัฒนาขึ้นในวันนี้ผ่านแนวคิด ‘Human Centric Philosophy’ ก็เป็นได้มากกว่าแค่การตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบาย และความสุขในการขับขี่ แต่มาสด้ายังคำนึงถึงความปลอดภัยของทุกชีวิตบนท้องถนน ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และเพื่อนร่วมทางเป็นสำคัญ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาสด้าMAZDAทาคูมิTakumiHuman Centric Philosophyการขับขี่ความปลอดภัย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed