BMW Thailand กับความสำเร็จจากยอดขายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 32 ที่เพิ่งจบลง ด้วยยอดจองรถยนต์ BMW และ MINI รวม 1,026 คัน และการได้รับรางวัล Car of the Year หรือ รถดีเด่นแห่งปี ถึง 7 รางวัล...
มร. แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธาน BMW Group Thailand กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ความมุ่งมั่นในการมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ของ BMW มานำเสนอให้กับผู้บริโภคในเมืองไทย และได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดยมียอดจองรถยนต์ BMW สูงถึง 954 คัน และ MINI อีก 72 คัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น +44% สำหรับยอดขายรถยนต์รวมจาก BMW Group เพิ่มขึ้นถึง +48% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ปัจจุบันผู้บริโภคต่างให้ความใส่ใจและสนใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วย เทคโนโลยี โดยเฉพาะในเรื่องของความประหยัดน้ำมัน ซึ่งรถยนต์ BMW รุ่นใหม่ทุกๆคันมีและใช้เทคโนโลยี EfficientDynamics ซึ่งถูกปรับปรุงในด้านสมรรถนะ ความประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รถยนต์ BMW มีโปรแกรม BSI BMW Services Inclusive – Free Maintenance and Repair ซึ่งเป็นโปรแกรมดูแลรักษาและซ่อมแซมตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร นอกจากนั้น BMW ยังได้พยายามแตกไลน์และเพิ่มรุ่นผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งการตกแต่งภายในด้วยวัสดุเกรดสูงและสีสันที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า
...
BMW X1 sDrive18i
BMW 320d Sport
BMW 525d
BMW 730Ld
BMW Z4 sDrive23i
BMW X6 xDrive30d
...
MINI Cooper S
อีกส่วนที่ทำให้เกิดความสำเร็จในปีนี้คือ การเสริมไลน์รุ่นประกอบในประเทศอย่าง BMW X1 sDrive18i ซึ่งทำหน้าที่เป็นประตูสู่ประสบการณ์ Sheer Driving Pleasure กับรถยนต์ BMW ใหม่ แทนที่ BMW 318i โดย BMW X1 sDrive18i มีราคาจำหน่าย 2,149,000 บาท และอีกส่วนที่เป็นการยกระดับของผลิตภัณฑ์จาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป คือ การได้รับรางวัลรถดีเด่นแห่งปีถึง 7 รางวัล จากรุ่น BMW 320d Sport, BMW 525d, BMW 730Ld, BMW Z4 sDrive23i, BMW X1 sDrive20d, BMW X6 xDrive30d และ MINI Cooper S ผลจากงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ทั้งในแง่ของยอดจองและรางวัลที่ได้รับ นอกจากจะเป็นการแสดงทิศทางที่ชัดเจนสำหรับอีกก้าวหนึ่งสู่ความเป็นผู้นำใน ตลาดพรีเมี่ยมแล้ว ยังเป็นแนวทางให้กับค่ายใบพัดสีฟ้า-ขาว ที่จะเดินหน้าในการนำเสนอเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงให้กับ ผู้บริโภคในเมืองไทย
...
EfficientDynamics
เทคโนโลยี EfficientDynamics ประกอบด้วยส่วนต่างๆ รวมถึง ระบบเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งในระบบเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์เบนซิน, ระบบโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบา, ระบบบริหารพลังงานอัจฉริยะ (เช่น ระบบปั๊มน้ำและปั๊มน้ำมันเครื่องแบบ On-demand ที่มีประสิทธิภาพสูงและช่วยให้ประหยัดพลังงาน), ระบบแอร์โร่ไดนามิกส์ และระบบ Brake Energy Re-generation ที่นำพลังงานส่วนเกินที่เหลือจากการเบรกมาปั่นไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ดังกล่าว รถยนต์ BMW จึงมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดในคลาส ยกตัวอย่างเช่น รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล - BMW 320d Sport (18.9 กม./ลิตร), BMW 520d (19.3 กม./ลิตร), BMW 730Ld (14.5 กม./ลิตร) และสำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน BMW 318i (13.3 กม./ลิตร), BMW 523i Highline (12.5 กม./ลิตร), BMW 740Li (10.0 กม./ลิตร) ตามมาตรฐาน EU ในการวัดค่าเฉลี่ยอัตราการประหยัดน้ำมัน อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเหล่านี้ มาพร้อมกับการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่ลดลงตามสัดส่วน มีสมรรถนะที่ดีขึ้น เพื่อการขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันในสไตล์ของ BMW ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าว เป็นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มบน นั่นคือประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันยังมีสมรรถนะการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูง สะดวกสบายและปลอดภัย ตามมาตรฐานการผลิตของยนตกรรมจากเยอรมัน
Arcom Roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom