สปอร์ตคาร์สีส้ม Dutch Orange ตัวถังแบบจีที สองประตู สองที่นั่งเครื่องวางกลางลำ บนงานประกอบภายนอกและภายในที่ลึกล้ำสุดจะจินตนาการ...

Spyker คือบริษัทเก่าแก่ของพวกดัทช์ที่เคยผลิตอากาศยานในยุคสงครามโลก ก่อตั้งขึ้นใหม่เมื่อปี 2000 โดย Victor Muller มหาเศรษฐีบ้าความเร็วชาวเนเธอร์แลนด์ เพื่อผลิตรถสปอร์ตแบบลิมิเตทอิดิชั่นส่งให้กับลูกค้าตามใบสั่งและผลิตรถซุปเปอร์คาร์ที่ใช้โครงสร้างอลูมิเนียมทั้งคัน เหมือนกับ Koenigsegg จากสวีเดน Zenvo จากเดนมาร์กและ Tramontana จากสเปนซึ่งเป็นสามบริษัทผลิตรถสปอร์ตซุปเปอร์คาร์ที่ไม่ใหญ่โตเหมือนพวกค่ายดัง แต่ชอบสร้างพาหนะพลังสูงชนิดพิเศษให้กับพวกเศรษฐีทั่วโลก ความพิเศษบนตัวรถของ Spyker อยู่ในรูปทรงที่ไม่เหมือนใครแบบซุปเปอร์คาร์ผสมกับสปอร์ตจีที มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทรงคุณค่าจากงานฝีมือชั้นเยี่ยมในการประกอบชิ้นส่วนทุกชิ้นที่ใช้แต่ของดีมีราคาและไม่ซ้ำแบบใครเมื่อวิ่งอยู่บนถนน ราคาค่าตัว 194,000 ปอนด์ พอๆกับ Ferrari 458 หรือ Lamborghini Gallardo LP560/4

...

Spyker C8 Aileron เปิดผ้าคลุมไปเมื่อปี 2008 โดยผู้บริหารของบริษัท Spyker ต้องการให้ตัวรถออกมาในแนวสปอร์ตจีทีมากกว่าจะเป็นซุปเปอร์คาร์ด้วยการลดความดุดันลงจากรูปทรงของรถรุ่นแรกๆที่แข็งทื่อ ซึ่งค่าย Spyker ผลิตออกมาทั้งแบบหลังคาแข็ง Coupe และหลังคาผ้าใบพับเก็บได้แบบ Spyder รถ Spyker C8 Aileron รุ่นปี 2011 จึงถูกยืดฐานล้อออไปอีก 15 เซนติเมตร เพื่อให้มีพื่นที่ภายในเพิ่มขึ้นและไม่อึดอัดบีบรัดเหมือนการนั่งขับซุปเปอร์คาร์จากอิตาลี ทีมวิศวกรของ Spyker ออกแบบให้ผู้ขับสามารถนั่งขับได้ทั้งวันเมื่อเดินทางไกล ทรงของรถถูกดีไซน์ให้คล้ายกับอากาศยานโดยมีแนวโค้งของหลังคาและตัวถังแบนๆป้อมๆที่ดูแปลกตามากกว่าสปอร์ตคาร์จากยุโรป รถ Spyker รุ่นแรกๆถูกประกอบขึ้นที่ Zeewolde ในฮอลแลนด์ หลังจากนั้น Victor Muller จึงย้ายโรงงานประกอบไปที่เมืองโคเวนตรี้ของอังกฤษเพื่อง่ายต่อการส่งชิ้นส่วนของพวกซัพพลายเออร์และลดความเสี่ยงในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

โครงสร้างทำจากอลูมิเนียมสเปซเฟรม พวกแซสซี ตัวถัง ฝากระโปรง ประตูทั้งสองบาน หลังคา บั้นท้ายแบนคอดล้วนทำจากอลูมินัมอัลลอยเพื่อหลีกเลี่ยงชิ้นงานที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์อันซ้ำซากจำเจ ทำให้เจ้า Spyker C8 Aileron ยิ่งมีความแตกต่างและแปลกแยกมากยิ่งขึ้น ความไม่เหมือนใครในรูปลักษณ์อยู่ตรงด้านหน้ากระจังขนาดมโหฬาร ไฟหน้าที่เรียวบางใช้หลอด LED กับชุดไฟ Daytime Runing ฝากระโปรงหน้าเซาะร่องระบายความร้อนโดยใช้ตระแกรงอลูมิเนียมสีดำปิดทับ บนกระจังหน้าแปะตราสัญลักษณ์ Spyker ซึ่งเป็นรูปใบพัดเครื่องบินเพื่อสื่อให้เห็นถึงจิตวิญญาณของบริษัทที่เคยผลิตเครื่องบินในยุค 1930 ชายล่างของสปอยเลอร์หน้ามีแผ่นรีดอากาศทรงโค้งทำจากอัลลอย กับชุดไฟตัดหมอกทรงกลมล้อมกรอบด้วยชิ้นงานอลูมิเนียม กระจกมองข้างยื่นออกไปจากตัวรถค่อนข้างมากและใช้เสาหน้าที่ลาดเอนเพื่อสอดรับกับแนวโค้งของกระจกหน้าบานใหญ่ได้เป็นอย่างดี บานประตูทั้งสองเปิดออกแบบทรงกรรไกรโดยใช้โช็คไฮดรอลิกช่วยผ่อนแรง

...

...

มุมมองแบบหน้าต่ำลงนิดๆกับด้านหลังยกสูงขึ้นอีกหน่อยของ Spyker C8 Aileron คล้ายกับพวกรถสปอร์ตในตระกูล Sport-GT ด้านข้างที่ดูเรียบๆของมันมีเพียงช่องทรงกระบอกหุ้มขอบด้วยงานอัลลอยหลังแนวประตูด้านบน-ล่าง เป็นช่องรับอากาศเข้าที่แปลกตามากๆ แนวของหลังคาที่ลาดลงสอดรับกับบั้นท้ายแบนๆ บนหลังคายังมีปล่องดักอากาศทรงยาวเพื่อเหนี่ยวนำเอามวลอากาศไประบายความร้อนภายในห้องเครื่องแบบวางกลางลำ ล้ออัลลอยสีเงินมีลวดลายของก้านคล้ายกับกังหันเครื่องยนต์เจ็ท ขนาด 19 นิ้ว กับยาง Michelin Pilot Sport ไซล์ 235/40 Zr 19 ไฟท้าย LED ทรงกลมสี่ดวงกับบั้นท้ายแบนๆ พร้อมท่อระบายไอเสียขอบหุ้มด้วยอลูมิเนียมแปะตรา Spyker แผ่นชิ้นงานอัลลอยสีเงินยวงถูกนำมาปิดทับ ดูแข็งทื่อตามลักษณะของการออกแบบที่ต้องการให้ไม่ซ้ำกับใคร ซึ่งทำออกมาได้แปลกแยกและแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อเปรียบเทียบกับรถสปอร์ตทั่วไป

...

ภายในที่เต็มไปด้วยชิ้นงานอลูมิเนียมกลึงกับสแตนเลสเงาวาวมีอยู่ทั่วไปหมดภายในห้องโดยสารที่มีความพิเศษของรถคันนี้ ปุ่ม สวิชท์ต่างๆมีราคาสูงมากจากการผลิตในลักษณะย้อนยุค ให้ความงามบนความคลาสสิกแบบไม่เหมือนใคร มันคือภายในของรถยนต์ที่ต้องการความแตกต่างอย่างสุดขั้ว ด้วยงานประกอบที่เลอเลิศ เพียบพร้อมไปด้วยตำแหน่งที่มองได้นานไม่มีเบื่อ เหมือนกับนาฬิกาโครโนมิเตอร์ชั้นดีของสวิตเซอร์แลนด์ คันเกียร์เปลือยเปล่าที่มีก้านสีเงินยาวพุ่งออกมาจากกลางคอนโซลคล้ายกับคันบังคับของเครื่องบินโบราณ เบาะตัดเย็บด้วยความปราณีตและบุด้วยชิ้นงานที่คล้ายกับโซฟาหรูๆ ภายในของเจ้า Spyker C8 Aileron มีสีให้ลูกค้าผู้ชอบความแตกต่างเลือกทั้งสีดำ แดง ส้ม น้ำตาล เทา แล้วแต่ความชอบส่วนตัว จอแสดงผล LCD ไม่มีมาให้เพื่อเน้นบรรยากาศคลาสสิกแต่มีจอเล็กๆ กลางหน้าปัดวัดรอบกับความเร็วคอยแจ้งเตือนระบบต่างๆในการใช้งานหรือการปรับเปลี่ยนโหมด หน้าปัดพื้นขาวมีสีเขียวอ่อนๆเมื่อเปิดไฟขับตอนกลางคืน พวงมาลัยหุ้มหนังมีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ทำจากอัลลอยอยู่ด้านหลัง คอนโซลของมันก็ยังทำจากอัลลอยกลึงเป็นลายก้นหอยอย่างสวยงาม ชุดคอนโซลของมันมีมูลค่าถึง 3250 ปอนด์และทำออกมาได้แหวกแนวสุดๆ

เครื่องยนต์ของ Spyker C8 Aileron วางอยู่กลางลำตัวค่อนมาทางด้านหลังของคนขับ เป็นเครื่อง V8 ของ Audi ที่ยกมาทั้งยวง ปริมาตรความจุ 4.2 ลิตร รีดแรงม้าได้ 395 ตัว กับแรงบิด 480 นิวตัน-เมตร เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 4.6 วินาที ความเร็วปลายที่ 186 ไมล์ต่อชั่วโมง ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดของบริษัท ZF ผู้ผลิตชุดส่งกำลังชั้นนำจากยุโรปซึ่งส่งเกียร์ชุดนี้ให้กับบริษัท Audi เพื่อนำไปติดตั้งบนตัวรถรุ่น RS6 กับ A8 ช่วงล่างถูกพัฒนาโดยทีมวิศวกรของ Lotus เป็นช่วงล่างแบบดับเบิ้ลวิชโบนของ Lotus Evora ที่ทั้งเกาะถนนได้แนบแน่นเหนียวหนึบและส่งถ่ายสภาพความเป็นไปของผิวถนนบนระบบบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าที่ยกเอามาจาก Audi R8 ทั้งดุ้น เมื่อรวมน้ำหนักทั้งหมดของรถ Spyker C8 Aileron จะมีตัวเลขอยู่ที่ 1425 กิโลกรัม หนักกว่าซุปเปอร์คาร์เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ของพวกอิตาเลี่ยนเล็กน้อย แต่กลับส่งผลให้มันมีอัตราเร่งและความเร็วปลายไม่จี๊ดจ๊าดเท่าที่ควร

Spyker C8 Aileron เหมาะสมมากกับการขับขี่พักผ่อนในวันหยุดหลังจากเจ้าของเริ่มเบื่อรถสปอร์ตในโรงจอดของตัวเองเช่น Porsche 911GT2 / Ferrari 430 Scuderia / Maserati Granturismo หรือแม้แต่ Aston Martin DBS ถึงแม้รถ C8 Aileron จะได้รับความนิยมไม่มากนัก แต่ความแปลกใหม่บนรูปทรงที่ไม่เหมือนใครรวมถึงจำนวนอันน้อยนิดจากสายการผลิตกลับส่งผลดีที่ทำให้มันกลายเป็นรถที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดทั้งในยุโรปและอเมริกา จากความหาได้ยากบนท้องถนนและสีสีนที่แสบทรวงของตัวรถช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่พบเห็นได้อย่างมากมาย ความพิเศษบนสมรรถนะ คุณภาพสูงสุดจากงานประกอบ ภายในที่ล้ำค่ากับรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนชาวบ้าน จะทำให้เจ้า Spyker C8 Aileron มีช่วงบั้นปลายของชีวิตอยู่ในบูธจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ยานยนต์ชัั้นนำอย่างแน่นอน.

Arcom Roumsuwan
E-Mail : chang.arcom@thairath.co.th
Facebook : www.facebook.com/chang.arcom