อากาศยานขึ้น-ลงทางดิ่งที่ประจำการอยู่ในกองทัพเรือของสหรัฐอเมริกา มันคือ CV22 OSPREY เจ้าเหยี่ยวมหาภัยสมรรถนะสูง ฮีโร่ตัวจริงเสียงจริงของกองกำลังนาวิกโยธินอเมริกัน (USMC) และกองบัญชาการปฎิบัติการทางยุทธวิธีพิเศษ (USSOCOM)....

เครื่องบินขึ้น-ลงทางดิ่ง CV22 Osprey ถูกพัฒนาและแผนแบบมานานกว่า 25 ปีแล้ว จากความร่วมมือของบริษัท Bell และ บริษัท Boeing มันคือเครื่องบินแบบแรกของโลกที่สามารถปรับมุมใบพัดประธานหรือ Tilt Rotors ได้ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Prop-rotors ระบบนี้จะทำงานด้วยการยกตัวเครื่องขึ้นทั้งลำในมุมตั้งฉากของเมนโรเตอร์ และผลักดันตัวเครื่องทั้งลำไปด้านหน้าเมื่อนักบินทำการปรับเปลี่ยนมุมของโรเตอร์ใบพัดประธานไปด้านหน้า ด้วยการเปลี่ยนทิศทางอย่างช้าๆ จนขนานกับพื้น เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นปีกจะเริ่มให้แรงยก จากประสิทธิภาพของแรงยกนี้ จึงทำให้เจ้า CV22 Osprey สามารถทำความเร็วสูงสุดเช่นเดียวกันกับอากาศยานแบบเทอร์โบพร็อปใบพัด หรือทำความเร็วได้มากกว่าเฮลิคอปเตอร์ทุกแบบบนโลกใบนี้


CV22 Osprey ถูกออกแบบมาเพื่อการขนส่งลำเลียงของหน่วยทหารนาวิกโยธินอเมริกัน เครื่องต้นแบบเริ่มทำการขึ้นบินทดสอบเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 1989 หลังจากนั้นอุบัติเหตุร้ายแรงจากการทดสอบปรับมุมของโรเตอร์ในระหว่างการบินขึ้นหรือร่อนลงจอด คร่าชีวิตของนักบินทดลองเครื่องไปหลายนาย จนทำให้ต้องมีการปรับปรุงระบบบังคับการบินขึ้นใหม่ทั้งหมด ในการบินขึ้น-ลงทางดิ่ง การบังคับควบคุมตัวเครื่อง จะเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับเฮลิคอปเตอร์แบบที่มีใบพัดประธานจำนวน 2 ชุด การแก้ไขแรงเหวี่ยงที่เกิดขึ้นจะกระทำได้ด้วยการเอียงชุด Prop-rotors ไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับแรงที่มากระทำ ส่วนการแก้ไขอาการหัวเครื่องยกขึ้น-ลงหรือ Pitch สามารถแก้ด้วยการเอียงใบพัดประธานไปด้านหน้าหรือด้านหลัง การเคลื่อนที่ขึ้น-ลง จะบังคับด้วยการปรับมุมปะทะของใบพัดประธานทั้งสองฝั่ง ผ่านการบังคับการปรับมุมใบพัดประธานหรือ Collective Pitch

...


การปรับมุมของ  Prop-rotors ในการบินระดับทำให้ CV22 Osprey มีความเร็วมากกว่าเฮลิคอปเตอร์ทุกแบบ เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์จะถูกจำกัดด้วยรอบการหมุนของใบพัดประธาน ในทางกลศาสตร์การบินเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ใบพัดประธานหรือเมนโรเตอร์ที่หมุนมาทางด้านหลัง (Retreating Blade) มีความเร็วเท่ากับความเร็วของตัวเครื่องที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ใบพัดประธานที่หมุนไปทางด้านหลังจะเกิดลักษณะหมดความเร็วในการผ่านอากาศ ซึ่งจะก่อให้เกิดการร่วงหล่นหรือ Retreating-Blade Stall ทำให้เฮลิคอปเตอร์ในยุคใหม่ต้องมีการจำกัดความเร็วไว้ที่ 150 น็อตต่อชั่วโมง หรือ 277 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เครื่อง CV22 Osprey ที่มีระบบ Prop-rotors จะไม่ก่อให้เกิดปัญหานี้ เพราะตัว Prop-rotors สามารถหันทิศทางของมันให้ขนานไปกับพื้นดินเมื่อมันใช้ความเร็วสูง ซึ่งเปรียบเทียบได้กับเครื่องบินใบพัดแบบปีกตรึงทั่วไป ซึ่งเจ้าเหยี่ยว CV22 Osprey สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึงกว่า 300 น็อตต่อชั่วโมงหรือ 650 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว


ความเร็วสูงสุดที่ CV22 Osprey ทำได้เหนือกว่าเฮลิคอปเตอร์ทุกแบบต้องแลกเปลี่ยนด้วยการลดน้ำหนักบรรทุกที่ต่ำกว่าถึงครึ่งหนึ่งของเครื่องบินปีกหมุนแบบเฮลิคอปเตอร์ ในขนาดของเครื่องยนต์ที่เท่ากัน และขนาดของน้ำหนักเครื่องเปล่าที่มีความใกล้เคียงกัน ระบบ Prop-rotors ของเครื่อง CV22 Osprey มีความซับซ้อนและยุ่งยากกว่าเนื่องจากตำแหน่งของการติดตั้งห้องเครื่องยนต์ที่ยื่นออกจากลำตัว รวมถึงขนาดที่ใหญ่กว่าปกติของห้องเครื่องยนต์และปีก แต่ประสิทธิภาพทางการบินในย่านความเร็วสูงที่เหนือกว่าเฮลิคอปเตอร์ในการเข้า-ออกพื้นที่ของการรบ ทำให้มันกลายเป็นเครื่องบินที่มีสมรรถนะสูงและสามารถใช้งานทางการทหารหรือพลเรือนได้หลากหลาย และกว้างไกลมากกว่าเฮลิคอปเตอร์ทั่วไป ในขณะทำการบิน CV22 Osprey จะมีเสียงที่เบากว่า ซึ่งสามารถใช้งานในย่านที่มีชุมชนหนาแน่นในเชิงพาณิชย์ กับการหลีกเลี่ยงการตรวจจับในระหว่างการบินปฎิบัติการรบด้วยความเร็วที่สูงกว่าหรือการบินในระดับต่ำ


เจ้าเหยี่ยวมหาภัยลำนี้ยังสามารถบินที่ระดับความสูงถึง 20,000 ฟุต หรือมากกว่านั้น หากติดตั้งอุปกรณ์การปรับความดันรวมถึงท่อออกซิเจนให้กับลูกเรือ ซึ่งมีความเหนือกว่าเฮลิคอปเตอร์ทั่วไปที่มีเพดานบินสูงสุดเพียง 10,000 ฟุต เนื่องจากความหนาแน่นของมวลอากาศลดลง ลักษณะอันโด่นเด่นของมันมีเพียงเครื่องบินปีกตรึงเท่านั้นที่สามารถทำได้ ระบบ Prop-rotors ยังไม่ต้องการทางวิ่งขึ้นอีกด้วย ส่วนข้อจำกัดของ CV22 Osprey คือการที่มันบรรทุกน้ำหนักได้น้อยเมื่อต้องยกตัวจากที่สูงตามคู่มือประกอบการบิน เครื่อง CV22 Osprey มีน้ำหนักรวมที่ 22 ตัน ( 50,000 ปอนด์ ) โดยสามารถบรรทุกน้ำหนักได้เท่ากับเฮลิคอปเตอร์ UH-60 BLackHawk ที่มีน้ำหนักตัวเพียง 9.9 ตัน เมื่อทำการบินขึ้น-ลงทางดิ่งในระดับความสูง 10,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล

...


กลไกของระบบ Prop-rotors มีราคาสูงกว่าเฮลิคอปเตอร์ถึงกว่า 50-100% เมื่อเทียบกันระหว่างกำลังของเครื่องยนต์และน้ำหนักเครื่องเปล่า บริษัท Bell Aircraft แผนแบบและพัฒนาระบบนี้มานานกว่า 61 ปีแล้ว โดยเริ่มต้นออกแบบและวิจัยตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1950 การเข้าร่วมมือกับบริษัท Boeing เพื่อสร้างเครื่อง CV22 Osprey ขึ้นมาใช้งาน นอกจากนี้บริษัท Bell Aircraft ได้ลงมือพัฒนาระบบ Prop-rotors แบบอัตโนมัติ ที่ไม่ต้องใช้นักบินบนยานบินไร้มนุษย์แบบ UAV ในนามเรียกขาน Eagle Eye ความยอดเยี่ยมในสมรรถนะของตัวเครื่อง CV-22 Osprey ทำให้กองบัญชาการปฎิบัติงานพิเศษของกองทัพอากาศสหรัฐฯ หรือ Airforce Special Operation Command ทำการสั่งซื้อเพื่อนำเข้าประจำการ เนื่องจากความสามารถทางการบินที่โดดเด่น พิสัยบินที่กว้างไกล รวมถึงการไม่ต้องใช้ทางวิ่งขึ้น-ลง โดยในขณะนี้มันได้ถูกบรรจุเข้าประจำการในกองทัพสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว.

...


CV22 Osprey Specification

แบบ..................................อากาศยานขึ้นลงทางดิ่ง 2 เครื่องยนต์
ผู้ผลิต................................Bell Aircraft And Boeing สหรัฐอเมริกา
เครื่องยนต์........................Rolls-Royce Allison Rolls-Royce T406 (AE 1107C-Liberty) turboshafts, 6,150 hp (4,590 kW) each
ลูกเรือ...............................นักบิน 2 นาย ช่างเครื่อง 1 นาย
ความเร็วสูงสุด..................240 น็อต- 504 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
น้ำหนักเครื่องเปล่า...........15,032 กิโลกรัม
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด.........27,400 กิโลกรัม (max takeoff)
พิสัยบิน.............................2,100 นอลติเคิลไมล์ (ติดตั้งถังเชื้อเพลิงเสริม)
มิติ
กว้าง.................................17.5 เมตร
ยาว...................................28.5 เมตร
สูง.....................................5.5 เมตร

ระบบเอวิโอนิกส์ควบคุมการบิน
-Sensors:
AN/APQ-174D Multi-Mode Radar
AN/AAQ-16B/D FLIR
Radar Altimeter
Survivor Locator (SL)
AVR-2A Laser Warning Receiver
-ระบบนำร่อง
Integrated Navigation Suite:
(Global Positioning System (GPS)
Triply redundant inertial navigation system (INS)
Multi-Mission Advanced Tactical Terminal (MATT)
Enhanced Digital Map
-ระบบสื่อสาร
4x DCS 2000 Radios:
(VHF FM/AM, UHF, SATCOM, crypto, secure voice)
-ระบบแจ้งเตือนข้อมูลทางการบิน
Aircraft management:
Glass cockpit
4 MFD color displays
Two Control Display Units (CDU) with keyboard
Engine Instrument Crew Alerting System (EICAS)
-Defensive Systems:
AN/ALQ-211 RF Countermeasures
(radar jamming and warning)
AAQ-24 Directed Infrared Countermeasures (DIRCM) system
AN/ALE-47 Chaff/Flare Dispenser


เอกสารอ้างอิง-ข้อมูลประกอบการเขียนจาก
TANGO magazine

Photo By
http://www.airliners.net/
http://www.wingsoflegend.net

Arcom Roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

...