450 กิโลเมตร บนการทดสอบจริงในรถ New Prius 2011 สมรรถนะ ประสิทธิภาพ อัตราสิ้นเปลือง การยึดเกาะ อุปกรณ์ทั้งภายในและภายนอกโดนใจคุณหรือไม่โปรดติดตาม...

วัน ที่ 10-11 กุมภาพันธ์ บริษัท Toyota Motor Thailand โดย คุณบุญชวน วิภูษณวนิช ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์องค์กร บริษัท Toyota Motor Thailand เรียนเชิญสื่อสารมวลชนสายรถยนต์ เข้าร่วมทำการทดสอบรถ Toyota New Prius Hybrid โดยกำหนดเส้นทางการทดสอบในรูปแบบของการขับขี่ทางไกลช่วงยาว จากกรุงเทพมหานครมุ่งตรงสู่อำเภอหัวหิน จ. ประจวบฯ พักหนึ่งคืนแล้วขับจากหัวหินกลับสู่กรุงเทพฯ รวมระยะทางที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้กว่า 450 กิโลเมตร

ช่วง เที่ยงของวันพฤหัสที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 ที่โรงแรมเรเนซอง ถนนสุขุมวิท หลังจากฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับตัวรถ New Prius การใช้อุปกรณ์ภายในรวมถึงการปรับตั้งโหมดของการขับขี่จากวิศวกรของ Toyota Motor Thasiland รวมถึงการสรุปเส้นทางทั้งขาไปและขากลับแล้ว รถ Toyota New Prius Hybrid ทั้ง 10 คัน รวมรถพี่เลี้ยงของเจ้าหน้าที่ PR จาก Toyota อีก 2 คัน ก็ออกสตาร์ทจากบริเวณหน้าโรงแรมเรเนซอง สุขุมวิท เลี้ยวขวาขึ้นทางด่วนแยกบ่อนไก่ ลงสุดทางด่วนที่เส้นพระราม 2 ขับตรงไปยังสมุทรสาคร เลี้ยวซ้ายแยกวังมะนาว ผ่านอำเภอเขาย้อย ผ่านจังหวัดเพรชบุรี-ท่ายาง อำเภอชะอำ และไปสิ้นสุดที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบฯ โดยไปสุดเส้นทางทดสอบช่วงวันแรกที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนลตัลหัวหิน

...

เจ้า หน้าที่ทีม PR ของ Toyota จัดให้ผมได้ขับทดสอบเจ้า New Prius โดยมีเพื่อนร่วมทางไปด้วยหนึ่งท่าน นั่นก็คือ คุณ บุญชวน วิภูษณวนิช ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์องค์กร บริษัท Toyota Motor Thailand หรือพี่ชวนของน้องๆสื่อสารมวลชนสายยานยนต์นั่นเอง เป็นอันว่าทริป Test Drive New Prius ในครั้งนี้ ผมจะได้ขับทดสอบแบบเต็มๆทั้งไปและกลับโดยไม่มีเพื่อนมาร่วมแจมการขับด้วยกัน เหมือนอย่างเคย ข้อดีของการได้ขับกันแบบยาวๆกว่า 400 กิโลเมตร คือการได้ซึมซับเอาสมรรถนะของตัวรถทั้งหมด ทั้งการขับขี่ควบคุม อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ขึึ้นชื่อลือชาว่ามีความประหยัดมากกว่ารุ่น เก่าถึง 25% การทดลองใช้โหมดของการขับขี่ทั้ง 3 แบบ รวมถึงการปรับใช้อุปกรณ์ภายในห้องโดยสารของเจ้ารถสีเขียวอนุรักษ์พลังงานคัน นี้ มารายงานให้กับท่านผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์กันแบบจัดเต็ม

การ ขับทดสอบรถ New Prius Hybrid ในครั้งนี้ ผมเน้นรูปแบบของการขับขี่ที่ใช้งานจริงๆจังๆ แบบเจ้าของที่เพิ่งจะได้รถใหม่ เมื่อเริ่มต้นมุ่งหน้าออกสู่ถนนบนทางด่วนยกระดับ ผมลองใช้โหมด EV ที่เน้นการทำงานผสมระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบจะตัดการทำงานของชุดมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเมื่อความเร็วเกินกว่า 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงให้กลับมาเป็นเครื่องยนต์เพื่อความประหยัด แต่ถ้าหากความเร็วต่ำกว่านั้น ระบบจะสั่งงานให้ใช้เฉพาะตัวมอเตอร์ในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว โดยสามารถไปได้ไกล 5-8 กิโลเมตรด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆจนกว่าไฟในแบตเตอร์รีจะเริ่มหมด ระบบจะสั่งกลับไปยังเครื่องยนต์ให้เข้ามาทำงานต่อในการขับเคลื่อนตัวรถพร้อม การชาร์จไฟเข้าแบตเตอร์รี โหมดนี้ให้ความรู้สึกของคันเร่งไฟฟ้าแบบย้วยๆเบาสบายเท้า ย่านของกำลังไหลขึ้นอย่างช้าๆตามสไตล์ของเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT สภาพการจราจรในช่วงบ่าย 2 โมงกว่าๆบนถนนที่มุ่งหน้าไปยัง จ. สมุทรสาครยังคงมีรถเยอะอยู่มาก การใช้ความเร็วปกติที่ 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โหมดการขับขี่แบบ EV สามารถช่วยในเรื่องของอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในระดับ 20 กิโลเมตรต่อลิตรได้อย่างสบายๆ

...

เลยจากตัวเมืองเพรชบุรี มาได้เล็กน้อย การจราจรบนถนนเริ่มเบาบางลงและมีทางโล่งๆให้ลองกดกันยาวๆดู ผมปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ไปที่ Power จากคำแนะนำของพี่บุญชวน ผู้อำนวยการแผนก PR ของ Toyota Motor Thailand เจ้า New Prius ดูเหมือนคนที่เพิ่งจะตื่นนอน จากที่เคยไหลๆซึมๆจากการขับด้วยโหมดประหยัดมาเป็นการเรียกอัตราเร่งแซงที่ เพียบพร้อมไปด้วยความกระฉับกระเฉง คันเร่งไฟฟ้าปรับตัวเองพร้อมกับระบบส่งกำลังทันทีให้ตัวรถสามารถใช้อัตรา เร่งที่ดีขึ้นมาก ระบบนี้จะมีการทำงานผสมระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า ตัวเลข 0-100 กิโลเมตรใน 10.23 วินาที ในการออกตัวจากสัญญานไฟบริเวณสี่แยกทำให้ความรู้สึกในการเรียกกำลังไม่แตก ต่างไปจากรถทั่วไปที่มีเครื่องยนต์ 1800 ซี.ซี. แต่อัตราทดของเกียร์ E-CVT ทำให้ความรู้สึกในการเร่งเครื่องยนต์ออกไปในแนวไหลๆแบบต่อเนื่อง นุ่มและสงบนิ่งมากกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์ค คอนเวอร์เตอร์ ส่วนความรู้สึกในการควบคุมพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ของ Prius ที่ใช้ปั้ม Power แบบมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นไปตามลักษณะเดิมๆของค่ายนี้ มันมีความมั่นคงและเบามือใช้ได้แต่ไม่ถึงกับดีเยี่ยม

...

บ่าย สี่โมงบนเส้นทางที่ผ่านแยกชะอำซึ่งอีกประมาณ 20 กิโลเมตรจะเข้าสู่ตัวโรงแรมที่พักในอำเภอหัวหิน ถนนหนทางเริ่มมีรถบางตาเนื่องจากไม่ไช่วันหยุด ผมปรับโหมดมาที่ตำแหน่ง Driving Under Normal Conditions สำหรับสภาวะการขับเคลื่อนแบบปกติทั่วไปที่มีการทำงานผสมกันระหว่าง เครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า แรงบิดของเครื่องยนต์ ส่วนหนึ่งจะถูกส่งลงไปยังเกียร์และล้อขับเคลื่อนคู่หน้า กับแรงบิดอีกส่วนที่ถูกสมองกลอิเล็คทรอนิกส์สั่งงานให้ส่งแรงบิดไปหมุนเจเนอ ร์เรเตอร์ เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าไปผ่าน Power Control Unit เพื่อแปลงกระแสเป็น High-Voltage แล้วส่งกระแสไฟฟ้าไปจ่ายเป็นพลังงานให้กับมอเตอร์โดยตรง พลังงานที่เก็บสะสมเอาไว้ในแบตเตอร์รีท้ายรถจะยังไม่ถูกนำออกมาใช้ ในสภาวะการทำงานเช่นนี้ ส่วนของการแบ่งกำลังการขับเคลื่อนจะเป็นหน้าที่ของ Power Split Device ผมลองกดคันเร่งจนจมมิดในโหมดนี้ ระบบ Hybrid Synergy Drive ยังคงเข้ามาควบคุมการทำงานทั้งหมดให้เหมือนกับการขับเคลื่อนปกติ แต่มีพลังจากกำลังของกระแสไฟฟ้า 12 โวลต์ของแบตเตอร์รีที่ถูกแปลงกระแสเป็นแบบ High-Voltage ด้วยชุด Power Control Unit ใต้ฝากระโปรงหน้า ช่วยในการสร้างแรงบิดกว่า 300 นิวตัน/เมตร ทำให้อัตราเร่งดีขึ้น ลบจุดด้อยของรถยนต์เครื่องยนต์ลูกผสม Hybrid ในยุคแรกๆที่อืดอาดให้หายไปโดยสิ้นเชิง

...

ทุกครั้งที่ ผมลองปรับตั้งโหมดการขับเคลื่อนทั้งสามแบบของเจ้า New Prius จอมาตรวัดในตำแหน่งบนกึ่งกลางของแดซบอร์ดจะแจ้งให้ทราบทันทีด้วยสัญลักษณ์ เป็นรูปตัวรถกับกราฟที่แบ่งเส้นการใช้พลังงานจากมอเตอร์และเครื่องยนต์ที่ อ่านค่าได้ง่าย มีทั้งระบบการชาร์จไฟเข้าแบตฯ การแจ้งย่านการใช้งานของกำลังที่สลับไปมาระหว่างเครื่องเบนซิน 1.8 ลิตร กำลัง 98 แรงม้า แรงบิด142 นิวตัน/เมตร กับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 650 โวลต์ 60 กิโลวัตต์ ที่ให้แรงบิด 207 นิวตัน/เมตร แม้แต่การปรับแต่งเครื่องเสียงที่บริเวณปุ่มมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัยก็ยัง ปรากฎบนจอมาตรวัด ตำแหน่งของการนั่งขับอยู่ในระดับที่ดี ทัศนวิสัยรอบคันมองเห็นได้เกือบหมดจากบานกระจกขนาดใหญ่รอบตัวรถ เบาะนั่งสบาย เบาะหลังยังสามารถพับได้เมื่อต้องการพื้นที่ในการขนสัมภาระ ที่โดดเด่นมากคืออัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำมากกว่ารถปกติแบบเห็นๆ ซึ่งเมื่อใช้ไปนานวันเข้า ความคุ้มค่าในจุดนี้กลับส่งผลในเรื่องของเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในกระเป๋า ของคุณ ความนิยมดังกล่าวจะเห็นได้จากยอดขายที่พุ่งกระฉูดทั้งในยุโรปและอเมริกา โซนที่มีราคาค่าพลังงานต่อหน่วยสูงมาก

บ่ายสี่โมง ครึ่งตามเวลานัดหมาย ผมส่งพี่บุญชวน ผอ.ของทีม PR จาก Toyota ลงที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนลตันหัวหินหลังจากตีรวดเดียวจากกรุงเทพฯเข้าตัว เมืองหัวหินโดยไม่ได้หยุดแวะที่ไหนทั้งสิ้น หลังจากนั้นจึงนำเจ้า New Prius ออกตระเวนเก็บภาพถ่ายของตัวรถกับย่านชายทะเลของอำเภอหัวหินท่ามกลางสภาพแสง ช่วงเย็นของเมืองท่องเที่ยวริมทะเลไปจนถึงโรงแรมรีเจนท์ ชะอำ เมื่อขับผ่านตลาดฉัตรชัย กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่อยู่บนรถสองแถวส่งยิ้มให้กับเจ้ารถทรง ป้อมที่มี Concept ประหยัดพลังงานและอนุรักษ์การใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ ความรู้สึกภูมิใจเล็กๆที่ได้มีส่วนในการช่วยปกป้องโลกใบนี้ให้มีอากาศที่ดี ขึ้นและใช้พลังงานทุกหยดอย่างรู้คุณค่าเป็นความรู้สึกที่ดีกว่าการทดสอบ รถยนต์แบบปกติทั่วๆไป ในที่สุดผู้ที่ได้ครอบครอง New Prius Hybrid ก็จะกลายเป็นกลุ่มกรีนพีซที่มีส่วนร่วมมือช่วยกันทำให้โลกใบนี้สะอาดขึ้น จากเทคโนโลยีใหม่ของการขับเคลื่อนที่คิดค้นโดยทีมวิศวกรของ Toyota

Toyota New Prius Hybrid ขับได้ดีสมราคาค่าตัว 1.27 ล้านของรุ่นท็อปสุด โหมดการขับและอุปกรณ์ทั้งภายในและภายนอกใช้งานได้จริงตามความเหมาะสมของทุก สภาวะการขับขี่ เบรคทำงานได้ดีในระดับหนึ่งแต่ไม่ถึงกับดีมาก ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท สปริงและเหล็กกันโคลงกับด้านหลังแบบอิสระทอร์ชั่นบีมให้ความรู้สึกในการเกาะ ยึดกับผิวถนนของเมืองไทยไม่แตกต่างไปจากรถเก๋งรุ่นใหม่ล่าสุดของค่าย Toyota เท่าไรนัก ระบบถ่ายเทพลังงานหรือปรับเปลี่ยนการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ ไฟฟ้านิ่มนวลจนแทบไม่รู้สึก พื้นที่ขอห้องโดยสารที่ตกแต่งแบบเรียบๆของมันมีพอเพียงสำหรับผู้โดยสาร ผู้ใหญ่ 4 คนเด็ก 1 คน ฝาท้ายเปิดออกได้ในมุมสูงสุดเพื่อการขนสัมภาระ เมื่อพับเบาะหลังจะมีปริมาตรถึง 1120 ลิตร เกินพอในการใส่กระเป๋า ถุง Golf หรือแม้แต่จักรยานพับได้

นี่คือรถยนต์ Hybrid แห่งอนาคตอย่างแท้จริงที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผมเป็นการส่วนตัว หลังจากได้ลองขับทดสอบ มันไม่เพียงแค่ใช้งานได้ดีในเมืองใหญ่ๆทั่วโลก แต่ยังวิ่งได้อย่างมั่นคงและประหยัดน้ำมันมากๆเมื่อนำออกไปขับทางไกล (แต่คุณต้องไม่กดคันเร่งแบบพร่ำเพรื่อ) พลังของเครื่อง 1.8 ลิตรบวกมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถเอาตัวรอดในการเร่งแซงได้อย่างสบายทั้งบนทางด่วน หรือสภาพถนนที่เปียกลื่น รวมถึงการลากยาวๆในการวิ่งด้วยความเร็วสูงกว่า 130-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สุดท้ายก็ลองไปขับดูว่ามันเหมาะกับคุณจริงๆหรือไม่จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดใน การเลือกรถคันใหม่ครับ.

Toyota New Prius Hybrid 2011 Specifications
เครื่องยนต์.................................4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาว์ล VVT-i
รหัสเครื่องยนต์..........................2ZR-FXE
ปริมาตรความจุ.........................1797 ซี.ซี.
กระบอกสูบXช่วงชัก.................80.5 มิลลิเมตรX88.3มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด....................13.0:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง...................หัวฉีด EFI
แรงม้าสูงสุด............................99 แรงม้าที่ 5200 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด............................142 นิวตันเมตร
มอเตอร์เจนเนอเรเตอร์............ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร
แรงดันไฟฟ้าสูงสุด...................650 โวลต์
กำลังสูงสุด...............................82 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด............................207 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง...................................0-100 กิโลเมตรใน 10.23 วินาที
ความเร็วสูงสุด.........................183.0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แบตเตอร์รี...............................นิกเกิ้ล เมตัลไฮดราย
แรงดันไฟฟ้า.............................201.6 โวลต์
จำนวนโมดูล.............................28 โมดูล 168 เซลล์
กำลังสูงสุด...............................37 แรงม้า
ความจุไฟฟ้า.............................6.5 แอมป์ต่อชั่วโมง
ระบบขับเคลื่อน
ชุดส่งกำลัง...............................เกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT
ระบบรองรับ
ด้านหน้า...................................แมคเฟอร์สันสตรัท สปริงและเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง...................................อิสระทอร์ชั่นบีม
ระบบเบรค...............................ดิสเบรคทั้งสี่ล้อ ด้านหน้ามีครีบระบายความร้อนพร้อมระบบช่วยเบรค ABS EBD
มิติตัวถัง
ความกว้าง...............................1745 มิลลิเมตร
ความยาว.................................4460 มิลลิเมตร
ความสูง...................................1490 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง...................45 ลิตร
น้ำหนักตัวรถ...........................1395 กิโลกรัม
ราคา(รุ่นสูงสุด).......................1,270,000 บาท

Arcom Roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom