ในขณะที่ค่ายอื่นๆกำลังมุ่งมั่นกับการลดทอนขนาดของเครื่องยนต์และน้ำหนักของ ตัวรถเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปจากปัญหาราคาเชื้อเพลิง แต่ Toyota ได้เดินทางมาถึงรถประหยัดพลังงานในโมเดลที่สามแล้ว รูปแบบใหม่ของการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับตัวรถอนุรักษ์พลังงาน New Prius Hybrid ครั้งแรกบนถนนของเมืองไทย...

พลังงาน คือสิ่งจำเป็นสำหรับการเคลื่อนที่เดินทางของมนุษย์ เทคโนโลยีใหม่ของระบบ Hybrid จากบริษัท Toyota ค่ายรถยักษ์ใหญ่ตลอดกาลจากญี่ปุ่นถูกส่งถ่ายมาในรูปของรถยนต์แฮซแบ็ค 5 ประตู เจเนอร์เรชั่นที่สาม ด้วยรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกับ Concept Car ประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของระบบการทำงานแบบผสมระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 60 กิโลวัตต์ ส่งผลให้เจ้า Toyota New Prius Hybrid 2011 ก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งหัวแถวของรถยนต์ประหยัดพลังงานในเมืองไทยนับจากนี้ เป็นต้นไป

Toyota New Prius Hybrid
นับจากรถ Prius รุ่นแรกสุดออกวางขายในปี คศ 1997 จนถึงรุ่นปัจจุบันในปี 2009 สามารถสร้างยอดตัวเลขของการจำหน่ายกว่า 1.2 ล้านคัน และหากนับรวมเอาจำนวนรถยนต์แบบ Hybrid ทุกรุ่นที่บริษัท Toyota เคยผลิตออกขายจะทำให้ค่ายสามห่วงขึ้นเป็นผู้นำอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดด้วย จำนวนของรถยนต์เครื่องยนต์ลูกผสมแบบ Hybrid กว่า 1.7 ล้านคัน ซึ่งช่วยทำให้การปล่อยก๊าซ Co2 ลดลงถึงกว่า 9 ล้านตันทั่วโลก รถ Toyota New Prius Model 2010-2011 มีพลังเพิ่มขึ้น 35% ลดการปล่อย Co2 ลงอีก 25% รวมถึงประหยัดเชื้อเพลิงขึ้นอีก 23% เมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้ว

...

ด้วย รูปลักษณ์ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด ทำให้ New Prius มี DNA ของรุ่นที่สองหลงเหลืออยู่บ้าง แต่มีเส้นสายอันเฉียบคมลงตัวมากกว่า กระจังหน้าและไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์แอลอีดีใหม่ล่าสุด แนวของตัวถังด้านข้างที่เน้นมิติมุมมองด้วยการยกแนวสันคมๆไล่จากมุมไฟหน้าไป จนจรดไฟท้าย แนวหลังคาที่โค้งมนซึ่งสอดรับกับเสา A ด้านหน้าที่เอนลาดเพื่อยืดความยาวของเสาหน้าออกไปอีก 25 มิลลิเมตร ท้ายรถทรงตัดตามลักษณะของการขัดเกลาจากการทดสอบระบบแอร์โร่ไดนามิกส์ใน อุโมงค์ลม มีค่า CD ที่ 0.25 ฝาท้ายลาดเอียงแบบสุดๆผสมกับเลนส์ไฟท้ายแอลอีดีสีขาวสว่างตา สิ่งต่างๆเหล่านี้ผสมผสานจนออกมาเป็นรถยนต์ประหยัดพลังงานที่ได้รับความนิยม และประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในสหรัฐอเมริกาหรือแม้แต่ในทวีปยุโรป จากสมรรถนะ ความน่าใช้งาน และอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำมากกว่ารถยนต์ทั่วไป

...

ด้วย ความกว้าง 1525 มิลลิเมตรของฐานล้อหน้า ยาว 4460 มิลลิเมตรและสูง 1490 มิลลิเมตร ช่วยทำให้รถยนต์พลังงานสีเขียวคันนี้ดูอวบอ้วนมากกว่าความเป็นจริง ความต้องการให้มีค่าสัมประสิทธิแรงต้านทานของอากาศต่ำกว่าปกติบีบบังคับให้ รูปทรงของมันออกมาอย่างที่เห็น วิศวกรผู้ออกแบบ Mr Akihiko Otsuka เน้นไปที่จุดสูงสุดของการเคลื่อนที่โดยวางตำแหน่งเอาไว้แทบจะกึ่งกลางของตัว รถ หลังคาของ New Prius ก็ยังถูกทำเป็นลอนเว้าเล็กๆ รูปทรงของตัวถังมีค่า CD น้อยลงกว่ารุ่นที่สอง รวมถึงชิ้นหลังคาโลหะที่บางลงมากเพื่อลดน้ำหนัก ส่วนภายในห้องโดยสารให้ความรู้สึกถึงความสมดุลที่ดีระหว่างรถยนต์แห่งอนาคต กับรถที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โทนสีเข้มสลับเทาช่วยทำให้ห้องโดยสารมีความผ่อนคลาย เบาะหนังนั่งสบายในทุกตำแหน่ง พื้นที่เหนือศีรษะมีมากพอ การใช้โทนสีเข้มสลับอ่อน ช่วยทำให้บรรยากาศภายในดูเบาสบายตาและสว่างมากขึ้น แด็ซบอร์ดผลิตจากวัสดุ Ecological Plastic (ทำมาจากพืชแล้วขึ้นรูปด้วยการฉีดแม่พิมพ์) อาจมีความแตกต่างไปบ้างจากพลาสติกทั่วๆไปในเรื่องของมุมมองและผิวสัมผัส วัสดุ Ecological Plastic สามารถนำไปผ่านกระบวนการย่อยสลายแล้วนำกลับมาใช้ได้ใหม่ซึ่งตรงตาม Concept ของการอนุรักษ์พลังงานที่เป็นจุดขายของเจ้า New Prius

...

...

พวง มาลัยแบบสี่ก้านมีสวิชท์มัลติฟังก์ชั่นมาให้ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เช่น เครื่องเสียง ระบบควบคุมความเร็ว โทรศัพท์ไร้สาย ระบบปรับอากาศภายใน มาตรวัดเป็นระบบดิจิตอลทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการวัดหน่วยพลังงาน วัดความเร็ว ระดับของเชื้อเพลิง ตำแหน่งเกียร์ การเชื่อมต่อ การชาร์จ หรือการสับเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ไปเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้า มาตรวัดความเร็วยังมีเลนส์ยิงสะท้อนตัวเลขความเร็วปัจจุบันไปยังกระจกใน ตำแหน่งหน้าคนขับ ทำให้มองเห็นได้ง่ายโดยไม่ต้องละสายตาไปจากกระจกหน้า คอนโซลกลางมีชุดเครื่องเสียงดีไซน์แบบเรียบๆตามสไตล์ Toyota ให้พลังเสียงสดใสชัดเจนจนแทบจะไม่ต้องไปดิ้นรนหาติดเพิ่มให้เสียเงินอีก ต่ำลงมาจากชุดเครื่องเสียงคือชุดควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารแบบดิจิตอล พร้อมปุ่มโหมดการขับที่สามารถปรับได้ถึง 3 ระดับคือ Power Mode / Eco Mode / Ev Mode หัวเกียร์ออโต้สีฟ้าสดใส ใส่ตำแหน่งได้ง่ายดายแต่มีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปเล็ก น้อย

เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร รหัส 2NZ-FXE Atkinson Cycle เป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนและการหมุนเจนเนอร์เรเตอร์สำหรับผลิตกระแสไฟ เพื่อประจุเข้าสู่แบตเตอร์รีเพื่อใช้หล่อเลี้ยงมอเตอร์ไฟฟ้าที่เป็นต้นกำลัง เสริม มอเตอร์จะเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอร์รีให้แปรเปลี่ยนมาเป็นพลังงานกล ในรูปของแรงบิดเพื่อช่วยเครื่องยนต์ทำการขับเคลื่อนตัวรถในบางสถานการณ์ เช่น ในขณะที่กำลังออกตัวด้วยรอบต่ำ หรือเมื่อผู้ขับต้องการเร่งแซง ทำหน้าที่เป็นมอเตอร์สตาร์ทในขณะที่ทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยสวิชท์สตาร์ท จุดเด่นของมอเตอร์ใน New Prius คือสามารถสร้างแรงบิดสูงสุดได้ตั้งแต่มันเริ่มหมุน ส่วนเจนเนอร์เรเตอร์ ทำหน้าที่แปรเปลี่ยนพลังงานกล จากการหมุนมาเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อทำการประจุกระแสไฟเข้าสู่ตัวแบตเตอร์รี หรือส่งกระแสไฟตรงๆไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าก็ได้

เครื่องยนต์ ตัวนี้มีการทำงานของการจุดระเบิดเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนกำลัง อัด โดยใช้ระบบวาว์ลแปรผันแบบ VVT-i ทำงานร่วมกันกับระบบ EGR-Exhaust Gas Recirculation เพื่อนำเอาไอเสียบางส่วนที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์มาวนเข้าสู่ห้อง เผาไหม้แล้วสันดาปอีกครั้ง ปั้มน้ำของเครื่อง 2NZ-FXE ใช้ปั้มไฟฟ้าแทนสายพานและมีน้ำหนักเบากว่า สามารถทำการหล่อเย็นให้กับทุกระบบของเครื่องยนต์แม้เครื่องจะหยุดทำงานด้วย ระบบ Stop-Start ก็ตาม ระบบ Hybrid Synergy Drive ใน New Prius ประกอบไปด้วย เครื่องยนต์+มอเตอร์ไฟฟ้า+เกียร์ E-CVT+Power Control Unit ที่ติดตั้งอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้า ส่วนท้ายของ Prius เป็นชุดแบตเตอร์รี Hybrid พร้อมชุดควบคุมอุณหภูมิ เพื่อทำให้ตัวแบตฯสามารถจ่ายไฟได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกสภาพอากาศ

สิ่ง ที่เป็นกังวนมากที่สุดของผู้ที่ตกลงใจเลือกใช้รถยนต์แบบ Hybrid ในบ้านเราก็คือราคาค่าตัวของแบตเตอร์รี เนื่องจากมันมีความแตกต่างทั้งรูปทรง พลังงานที่ให้และราคาเมื่อเปรียบเทียบกับแบตฯแบบปกติทั่วไป โรงงานที่ผลิตแบตเตอร์รีให้กับรถ Prius คือโรงงาน Primearth EV Energy Co.,LTD. ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งทำการผลิตแบตเตอร์รีแบบ Ni-MH-Nickel Metal Hydride เพื่อป้อนให้กับรถยนต์ Hybrid ของค่าย Toyota แต่เดิมโรงงานดังกล่าวเป็นของบริษัท Panasonic ในภายหลังบริษัท Toyota ได้เข้ามาถือหุ้นถึง 51 % มีการรับประกันอายุการใช้งาน 3 ปีแต่ส่วนใหญ่แล้ว แบเตอร์รี่ของมันจะมีอายุยืนยาวพอๆกันกับตัวรถเลยทีเดียว.

ติดตามอ่าน ทดลองขับ Toyota New Prius ได้ในตอนต่อไปครับ

Arcom Roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Faecbook http://www.facebook.com/chang.arcom