เป้ายอดขาย 10,000 คันของ Chevrolet Cruze อาจไม่ไช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปหากผู้ที่สนใจรถซีดานสมรรถนะสูงคันนี้ได้ลองขับดูสักครั้งก่อนตัดสินใจเลือกซื้อพาหนะคันใหม่ในปีนี้.....

หลังจาก Chevrolet Cruze ทำการเปิดผ้าคลุมในประเทศไทยไปเมื่อช่วงกลางเดือนพฤจิกายนที่ผ่านมา ตามมาด้วยการทดสอบอีกสองครั้งย่อยๆ ที่สนามพีระเซอร์กิต และสนามมอเตอร์สปอร์ตแลนด์ แดนเนรมิต คุณศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท General Motors Thailand และบริษัท Chevrolet Sale Thailand ได้เรียนเชิญสื่อมวลชนสายยานยนต์ร่วมทำการทดสอบครั้งสำคัญ บนเส้นทางเชียงใหม่-แม่ริม-สะเมิง เพื่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของตัวรถ Chevrolet Cruze ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร


18 มกราคม 2554 ช่วงเช้าที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากฟังการบรรยายสรุปเส้นทางจากเจ้าหน้าที่ของ Chevrolet Sale Thailand แล้ว ทีมสื่อมวลชนที่เดินทางมาทำการทดสอบรถรุ่นล่าสุด Chevrolet Cruze ถูกแบ่งออกเป็น 2 ทีม ทีมแรกทำการทดสอบรถ Chevrolet Cruze ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรติดตั้งระบบอัดอากาศเทอร์โบ โดยใช้เส้นทาง เชียงใหม่-สะเมิง ส่วนทีมที่สองกับตัวรถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ใช้เส้นทางเชียงใหม่-แม่แตง เส้นทางที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้เต็มไปด้วยทางขึ้น-ลงเขาพร้อมกับช่วงทางโค้งวกไปวนมารอบภูเขานับกว่า 500 โค้ง ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขาที่สวยงามของเมืองเหนือในช่วงกลางฤดูหนาว ซึ่งถ้าสมรรถนะของตัวรถอยู่ในระดับธรรมดาทั่วไปหรือไม่ดีจริง เจ้าหน้าที่ PR ของ General Motors Thailand คงไม่กล้าที่จะใช้เส้นทางที่มีความโหดหินขนาดนี้ทำการทดสอบเจ้า  Chevrolet Cruze ทั้ง 2 รุ่นอย่างแน่นอน เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการทดสอบที่สื่อแต่ละสำนักใส่กันแบบสุดๆ ชนิดที่เรียกได้ว่าแทบจะเค้นเอาสมรรถนะของตัวรถออกมาทั้งหมดเลยทีเดียว

...


ผมและน้องเอ็กซ์จากนิตยสาร TopGear ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มแรกสุดของการขับทดสอบเจ้ารถ  Chevrolet Cruze รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 150 แรงม้า โดยใช้เส้นทางวนรอบตัวเมืองเชียงใหม่ผ่านถนน มหิดล-ถนนนิมมานเหมินทร์ ตัดเข้าเส้นซุปเปอร์ไฮเวย์ มุ่งหน้าไร่สตอเบอรี่ที่อำเภอแม่ริม จอดพักแล้วเปลี่ยนรถเป็นรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 141 แรงม้า โดยเปลี่ยนมาใช้เส้นทางเชียงใหม่-ปาย ในช่วงแรกสุดหลังจากออกจากตัวเมือง น้องเอ๊กซ์รับหน้าทีี่ขับก่อนเป็นคนแรก ส่วนผมนั่งจับอาการของตัวรถในระหว่างการขับทดสอบ พร้อมถ่ายรูปไปตลอดสองข้างทางที่เต็มไปด้วยเนินเขาสูงๆ ต่ำๆ ตลอดทาง แล้วเปลี่ยนมือมาขับช่วงกลางๆสลับกันไป ทางโค้งหลากหลายรูปแบบบนเส้นทางที่ใช้ทดสอบพร้อมจะเหวี่ยงรถทุกคันลงไปก้นเหว หากใช้ความเร็วเกินหรือหากเกิดความผิดพลาดขึ้นแม้เพียงครั้งเดียว

...


หลังจากออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ได้ไม่นานนัก ขบวนเริ่มทิ้งระยะห่างเนื่องจากความปลอดภัยในการใช้ความเร็วและระยะเบรค เส้นทางในช่วงแรกสุดผมกับเอ็กซ์ก็ได้ผจญภัยกับทางที่สามารถทำให้ใครก็ตามที่นั่งไปด้วยอ้วกเอาง่ายๆ ด้วยโค้งขึ้น-ลง วกไปวนมารอบๆ ภูเขาในแถบแม่ริม-สะเมิง กำลัง 150 แรงม้ากับแรงบิด 320 นิวตัน-เมตร ที่เหลือเฟือของเจ้า  Chevrolet Cruze 2.0 LTZ ติดเทอร์โบถูกสำแดงออกมาเป็นช่วงๆ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของตัวรถคันนี้คือความรู้สึกของการควบคุมพวงมาลัยที่เป็นไปโดยธรรมชาติ เนื่องจากมันใช้พวงมาลัยแบบปั๊มพาว์เวอร์ไฮดรอลิกสายพาน ที่ให้ความรู้สึกดีกว่าพวงมาลัยไฟฟ้าแบบ EPS อย่างเห็นๆ อัตราทดของพวงมาลัยถูกปรับเซ็ตมาเป็นอย่างดี ออกจะไวไปนิดถ้าเปรียบเทียบกับรถทั่วไปแต่เหมาะมากกับทางหินๆ อย่างนี้ การหักหัวเข้าออกสู่ทางโค้งบนภูเขาแม้จะใช้ความเร็วสูงกว่าปกติ หรือแม้กระทั่งในบางช่วงบางตอนก็ใส่กันมาแบบเต็มๆ จนได้ยินเสียงยางที่เสียดสีกับผิวถนนส่งเสียงร้องออกมา ความรู้สึกของช่วงล่างออกไปทางเป็นกลางและมีึความหนึบแน่นตามสไตล์รถยุโรป แม้ย่านของกำลังจากเครื่องยนต์ดีเซลติดเทอร์โบจะรอรอบไปสักนิด แต่ก็เป็นการปรับจูนคันเร่งของตัว 2.0 มาจากโรงงาน จากการลงมือลงแรงของวิศวกรที่เน้นให้แรงบิดรอบต้นมาประมาณ 2,500 รอบขึ้นไปแล้วมาอย่างต่อเนื่องไปจนถึง 5,000 รอบต่อนาทีเพื่อทำให้ขับได้นุ่มนวลมากขึ้นในยามออกตัว

...

...


ช่วงล่าง Euro-Ride Tuning Suspension ด้านหน้าของ Cruze เป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท สปริงเส้นโตกว่าปกติพร้อมด้วยเหล็กกันโคลงกับด้านหลังที่เป็นแบบทอร์ชั่นบีม ถ่ายเทน้ำหนักตัวรถได้ดีในระหว่างการหมุนพวงมาลัยเพื่อเข้า-ออกจากทางโค้ง เทคโนโลยี NVH หรือ Noise-Vibration-Harshness ถูกวิศวกรของค่ายพัฒนามาเพื่อรับมือกับแรงสั่นสะเทือนจากสภาพผิวถนนยางมะตอยด้วยการใช้แท่นเครื่องแบบไฮดรอลิก ช่วยลดเสียงรบกวนที่เกิดจากการเร่งเครื่องยนต์อย่างฉับพลัน รวมถึงการเบรคแบบเต็มกำลังที่ต้องใช้กันไปตลอดทาง ระบบส่งกำลัง 6 สปีดเซมิออโตเมติก พร้อมด้วยกลไก DSC- Drive Shift Contorl มีเกียร์ Overdrive อยู่ในตำแหน่งของเกียร์ 6 ซึ่งผมไม่มีโอกาสได้ใช้งาน เนื่องจากสภาพของเส้นทางที่ระบบเกียร์จะอยู่ในตำแหน่งแค่เกียร์ 2-4 เท่านั้น แผ่นปิดป้องกันอากาศหมุนวนบริเวณใต้ห้องเครื่อง Diffuser ช่วยให้การเก็บเสียงจากกระแสลมที่เข้ามาปะทะและช่วยจัดเรียงกระแสอากาศได้ดี แม้จะเปิดกระจกวิ่งเสียงที่ดังเข้ามามีเพียงแค่เสียงยางหน้ากว้างขนาด 225/50/R17 ในรุ่น 2.0 LTZ เท่านั้นที่ดังลอดเข้ามา แต่พอปิดกระจกความเงียบก็เข้ามาครอบงำห้องโดยสารทันที


อุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องของการทรงตัวทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มันมีชื่อเรียกว่า ESP หรือ Electronic Stability Program ซึ่งเป็นสมองกลไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ประเมินการเคลื่อนที่ของตัวรถ รวมถึงองศาของการหมุนพวงมาลัย ในระหว่างการขับเข้าโค้งลงภูเขาที่เส้นสะเมิง น้องเอ็กซ์จาก TopGear ก็ได้มีโอกาสใช้งาน เนื่องจากขับเข้าสู่ทางโค้งลงเขาด้วยความเร็วที่สูงเกินไปนิด ระบบดังกล่าวเข้ามาแทรกแซงทันทีด้วยการเพิ่มแรงเบรคในแต่ละล้อ พร้อมลดกำลังของเครื่ิิองยนต์ทำให้สามารถหันหัวรถเข้าสู่ทิศทางที่ถูกต้องและปลอดภัย โดยมีเพียงเสียงร้องโหยหวนของยาง แต่ก็เล่นเอาเหงื่อออกมือเนื่องจากความเสียวเมื่อหันกลับไปมองในบริเวณทางโค้งลงเขาที่ผ่านมา ซึ่งจุดที่จะแหกไปหานั้นเป็นเหวลึกมองเห็นยอดไม้ข้างล่างลิบๆ ส่วนระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบควมการลื่นไถล TCS-Traction Control System ซึ่งจะเข้ามาช่วยอย่างฉับพลันในกรณีที่ตัวรถเกิดการลื่นไถลหรือเกิดการหนุมฟรีของล้อข้างใดข้างหนึ่งจากสภาพไหล่ทางที่เป็นกรวด ระบบจะทำการสั่งให้ลดกำลังของล้อข้างนั้นเพื่อป้องกันการสูญเสียการทรงตัว ทำให้การขับขี่มีความสะดวกสบายและเต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่คุ้มกับราคา 1,165,000 ของเจ้า Chevrolet Cruze 2.0 LTZ

ผมกับเพื่อนร่วมอาชีพใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงบนเส้นทางที่สามารถเรียกได้ว่าโหดหินใช้ได้เลยกับการทดสอบตัวรถ 2.0 ลิตรดีเซลเทอร์โบ ช่วง 11.45 น. เราก็มาถึงจุดแวะพักที่ไร่สตอเบอรี่ที่ไร่นก-ภูผาแถบอำเภอสะเมิง หลังจากพักดื่มน้ำทานของว่างแล้วก็ทำการเปลี่ยนรถเป็นรุ่น 1.8 ลิตร เบนซิน 141 แรงม้า แล้วย้อนกลับไปสู่เส้นทางแม่แตงที่มุ่งสู่อำเภอปายทันที

โปรดติดตามการทดสอบรถยนต์ Chevrolet Cruze 1.8-2.0 LTZ ได้ในตอนต่อไป

Arcom Roumsuwan
E-Mail Chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom