นี่คือซีดานหรูเครื่อง 1.8 ลิตรอัดเทอร์โบคันล่าสุดจากค่าย Mercedes Benz ยานยนต์ที่เปิดเผยตัวตนของเจ้าของอย่างแท้จริงและหมดเปลือก...
สายพันธุ์คอมแพ็คซีดานของ Mercedes Benz ในรุ่น C-Class ดำรงอยู่บนเส้นทางแห่งยนตกรรมมานานกว่า 28 ปีแล้ว ถ้านับย้อนรวมไปถึงรุ่น 190 E W201 ซึ่งเป็นคอมแพ็คซีดานทรงหรูยอดฮิตในยุค 80'-90' ที่มีทั้งความสวยงามทนทาน ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และอุปกรณ์ทั้งภายใน รวมถึงภายนอกที่เป็นเลิศ ล้ำหน้ารถยนต์ในยุคเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด กาลเวลาเดินทางมาถึงปี 2007 กับการขัดเกลาในทุกตำแหน่งของรถยนต์ในตระกูล C-Class ให้มุ่งเข้าสู่โมเดลที่ 4 บนรหัสตัวถัง W204 หลังจากนั้นจึงมีรุ่นต่างๆทยอยตามออกมาอีกเพียบเพื่อแย่งช่องว่่างทางการตลาดในรถยนต์ระดับบนสุดของเมืองไทย
ช่วงกลางปี 2010 บริษัท Mercedes Benz เปิดตัวรถ C-Class ใหม่ ด้วยการใช้เทคโนโลยีของการขับเคลื่อนล่าสุด Blue Efficiency พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Turbo แทนระบบอัดอากาศแบบ Superchargers ที่เคยประจำการอยู่ ซึ่งเกิดจากการคิดค้นและพัฒนาของวิศวกรจากค่่ายตราดาวจนได้ยนตกรรมสายพันธุ์เยอรมันที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม เมื่อเปรียบเทียบกันกับรถคู่แข่งในทุกๆ ด้าน ทั้งราคาค่าตัว ความหรูหรา สมรรถนะและความพึงพอใจในการใช้งาน รวมถึงการลดค่าไอเสียตามมาตรฐานสูงสุด ระดับ Euro 6 และนี่คือจุดกำเนิดของรถซีดาน 4 ประตูรุ่น C200 CDI และ C250 CGI พาหนะระดับ Hi-End ที่มีเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตแอบแฝงอยู่ในทุกอนูของตัวถัง
...
All New Mercedes Benz C-Class C250 CGI Avantgarde Model 2010
บริษัท Mercedes Benz เปิดตัวรถ New C-Class ไปเมื่อช่วงกลางปีพร้อมกันถึงสองรุ่น ในรุ่น C200 CDI Blue Efficiency เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรล 1.8 ลิตรแถวเรียงสี่สูบ พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบมีแรงม้ามาให้ใช้งานถึง 184 แรงม้า กับรุ่น C250 CGI Blue Efficiency เครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ล่าสุดที่เกิดจากการพัฒนาของวิศวกรจาก Mercedes Benz นั่นก็คือเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแทนการใช้ซุปเปอร์ชาร์จอย่างรุ่นที่แล้ว ให้กำลังถึง 204 แรงม้าบนตัวเลขความเร็วสูงสุดที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สัญลักษณ์ CDI หมายถึง Common-Rail Direct Injection ซึ่งใช้เชื้อเพลิงดีเซล ส่วนสัญลักษณ์ CGI หมายถึง Charged Gasoline Injection และใช้เชื้อเพลิงเบนซิน รถ New C-Class ทั้งสองรุ่นมีเทคโนโลยี Blue Efficiency ที่ช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ลดการปลอดปล่อยมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม จากการลงมือลงแรงในการ คิดค้นและพัฒนาระบบต่างๆของตัวรถ New C-Class เช่น ระบบควบคุมอุณหภูมิที่ใช้คอมเพรสเซอร์แบบใหม่ที่จะทำงานเท่าที่จำเป็น โดยรักษาระดับของอุณหภูมิภายในห้องโดยสารตามที่ผู้ขับขี่ปรับตั้งไว้ ระบบปั้มเพาเวอร์แรงดันสูงแบบล่าสุดที่ใช้ในระบบบังคับเลี้ยว ลดน้ำหนักของชิ้นส่วนต่างๆทั้งภายในและภายนอก การดีไซน์ตัวถังให้มีค่าสัมประสิทธิแรงต้านทานของอากาศที่ดีขึ้นและส่งผลไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ลดลง ใช้ยางรุ่นใหม่ที่มีค่าแรงเสียดทานกับผิวถนนต่ำ รวมถึงการปรับปรุงระบบกรองไอเสีย ทำให้เทคโนโลยี Blue Efficiency ที่คิดค้นขึ้นโดยวิศวกรของ Mercedes Benz สามารถช่วยให้การปล่อยคาร์บอนมอนน็อกไซด์ลดลงถึงกว่า 23 % และมีความประหยัดเพิ่มขึ้นอีกด้วย
เครื่องยนต์ของรถทั้งสองรุ่นยังถูกปรับจูนเพื่อให้มีความเหมาะสมกับค่าอ็อก เทนของน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำหน่ายในเมืองไทย ลูกค้าระดับบนที่เลือกซื้อ New C-Class จึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดปัญหากับเครื่องยนต์ในระยะยาวอย่าง แน่นอน เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยมลภาวะ Blue Efficiency ยังถูกนำมาใช้งานกับรถยนต์รุ่นล่าสุดในทุกโมเดลของ Mercedes Benz อีกด้วย
...
C250 CGI Avantgarde Model 2010 The Design
เมื่อมองดูรูปทรงของ Mercedes Benz C250 CGI Blue Efficiency จุดเด่นบนด้านหน้าจะอยู่บริเวณหน้ากระจังที่มีสัญลักษณ์ตราดาวขนาดใหญ่ แบบสปอร์ต พร้อมครีบตระแกรงในแนวนอนสามลอน ไฟหน้าปรับเปลี่ยนใหม่มาเป็นไฟแบบโปรเจคเตอร์ ไบ-ซีนอน อยู่ในกรอบโพลิเมอร์ใสแจ๋วทรงกระบอก ภายในกรอบไฟหน้าทำออกมาได้สวยงามและให้แสงสว่างยามค่ำคืนที่ชัดเจน ที่สำคัญก็คือระดับองศาของไฟหน้าสามารถปรับตั้งได้โดยไม่ไปแยงตารถที่สวนทางมาอีกด้วย สีของไฟซีนอนของเจ้า C250 จะออกโทนฟ้าอมขาว นวลสบายตาแต่ให้ความสว่างไปไกลมาก ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยยามค่ำคืนได้ดี ต่ำลงมายังมีที่ฉีดน้ำล้างไฟหน้า สปอยเลอร์หน้ามีตระแกรงทรงรังผึ้งอยู่ตรงบริเวณกึ่งกลางและมุมทั้งสองข้าง ตัวตระแกรงใช้พลาสติกสีดำ ไฟ Daylight LED กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับรถยนต์รุ่นล่าสุดจากเยอรมันที่กำหนดให้ต้องมีติดตั้งทุกคันตามกฎหมายใหม่
ในรถ New C-Class C250 ใช้หลอดไฟ Daylight LED ถึงข้างละ 7 หลอด ให้แสงสว่างสีขาวทั้งกลางวันและกลางคืนเพิ่มมุมมองที่แปลกตาและสวยงามโดยไม่ ต้องไปดิ้นรนหาติดเอง ใต้แนวของไฟ Daytime LED ยังเดินเส้นโครเมี่ยมเพิ่มความเข้มของหน้าตา หากสังเกตให้ดีจะเห็นแนวเส้นสันกลางฝากระโปงหน้าไล่ตั้งแต่ตราสัญลักษณ์ไปจนจรดกึ่งกลางของกระจกหน้าที่เน้นถึงความใส่ใจในการออกแบบรูปทรงได้เป็นอย่างดี กระจกมองข้างมีเลนส์ไฟเลี้ยวอยู่ภายในช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อเปลี่ยนช่องทาง
...
...
C250 CGI Avantgarde Model 2010 The Design
แนวด้านข้างของตัวถังไล่ตั้งแต่บังโคลนหน้าที่ทำเป็นโป่งซุ้มล้อทรงอวบ รับกับแนวเส้นคมชัดของขอบฝากระโปรงหน้าจรดเสา A อย่างที่บอกกันไปแล้วว่าไฟเลี้ยวในกระจกมองข้างช่วยลดจุดติดตั้งตำแหน่งของไฟเลี้ยวบนตัวถังลงไปได้ มีเพียงสัญลัษณ์ Blue Efficiency เล็กๆ เพื่อบ่งบอกตัวตนว่าเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดของ Mercedes Benz ที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตรงตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ห่วงใยสภาวะแวดล้อมของโลกใบนี้ แผนกดีไซน์ตัวถังของ Mercedes Benz ใช้เส้นนำสายตาจากบริเวณกึ่งกลางของด้านข้างโดยลากยาวตั้งแต่บังโคลนหน้า ทะแยงเป็นมุมสูงขึ้นเล็กน้อยไปจนถึงไฟท้าย เส้นดังกล่าวช่วยทำให้มุมมองด้านข้างจะดูคล้ายกับว่าหน้ารถจิกกับพื้น มากกว่าส่วนท้ายเพื่อเน้นภาพลักษณ์ความเป็นรถสปอร์ตซีดาน
ล้ออัลลอยลาย 5 ก้านเซาะร่องตรงกลาง ระบายความร้อนจากการเบรคหนักๆได้เป็นอย่างดี รัดเอาไว้ด้วยยางซิ่งคุณภาพสูงที่มีระบบ Low Rolling Resistance นั่นก็คือยางของ Goodyear รุ่น Excellence ขนาด 225/45/r17 ทั้งหนึบทั้งนุ่ม มือจับประตูทั้งสี่บานเป็นโครเมี่ยมคาดสีเดียวกับตัวถัง ให้สัมผัสในการเปิด-ปิดที่มั่นคงสมราคาสามล้านกว่าๆ กระจกรอบคันมีขนาดใหญ่มองเห็นได้อย่างชัดเจน ชายล่างของแนวด้านข้างที่ทำเป็นกาบเล็กๆก็ยังคงเดินเส้นด้วยงานโครเมี่ยมไล่ เรียงตั้งแต่บังโคลนหน้า ประตู ไปจนถึงสปอยเลอร์หลัง
C250 CGI Avantgarde Model 2010 The Design
บั้นท้ายใช้การออกแบบเรียบๆตามสไตล์ของ Mercedes Benz แต่มีแนวขอบสันของฝากระโปรงหลังมาช่วยเพิ่มมิติ รูปทรงด้านหลังจะออกมนๆ กลมๆ เล็กน้อยเมื่อเพ่งมองดูอย่างใกล้ชิด แต่ดูแข็งแกร่งขึ้นจากสปอย์เลอร์หลัง ไฟท้ายทรงสี่เหลี่ยมสีขาว-แดง เปลี่ยนมาใช้หลอด LED เพื่อความคงทนกว่าหลอดแบบธรรมดาถึง 5 เท่าในเรื่องของอายุการใช้งาน เมื่อเปิดฝาท้ายจะมีพื้นที่กว้างขวางให้ขนสัมภาระกันอย่างจุใจ ทั้งอุปกรณ์ในการเล่น Golf ที่นำพากันไปได้ทีเดียวถึงสองถุงพร้อมกระเป๋าเดินทาง สปอยเลอร์หลังแบบเรียบๆ ใช้เส้นโครเมี่ยมเล็กๆ คาดกลาง ภายในติดตั้งเซนเซอร์อัตโนมัติที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณเมื่อมีวัตถุเข้าใกล้ หรือขีดขวาง ต่ำลงไปบริเวณซ้ายมือเป็นท่อไอเสียทรงรีขนาดกำลังดี ไฟเบรคดวงที่สามอยู่กึ่งกลางตรงขอบของกระจกหลังและใช้หลอด LED เหมือนเดิม
กล่าวโดยสรุป รูปทรงของรถ Mercedes Benz C250 CGI Blue Efficiency มีความดุดันเข้มข้นขึ้น ทั้งจากชุดไฟหน้า กระจังหน้า และสปอยเลอร์ที่มีไฟ Daytime LED ส่วนมุมมองด้านข้างและบั้นท้ายยังดูขรึมๆ อออกแนวผู้ใหญ่ ซึ่งได้ใจกลุ่มผู้ขับที่มีอายุเกินกว่า 30 ปีไปอย่างท่วมท้นเลยทีเดียว
C250 CGI Avantgarde Interior
เปิดประตูเข้าไปยังภายในของเจ้า C250 CGI Blue Efficiency จะพบกับความหรูในทุกกระเบียดนิ้วสมราคารถยนต์จากค่ายตราดาว ที่มีงานประกอบภายในด้วยฝีมือปราณีตในระดับสูงสุด คอนโซล เบาะ อุปกรณ์ต่างๆ พวกปุ่มสวิตช์ มีทั้งงานหนังแท้คุณภาพสูง พลาสติกเกรดเยี่ยมที่ไม่มีวันได้พบเห็นในรถราคาถูก บนรอยต่อของชิ้นงานในทุกๆจุดเรียบสนิทแนบแน่น อลูมิเนียมผิวด้านที่ใช้ทำเป็นกรอบในหลายๆ ตำแหน่ง มีรูปแบบและกลไกที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีผสมกับความงาม เบาะหนังแท้คู่หน้าปรับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง แดชบอร์ดแบบทูโทน ด้านบนใช้หนังสีดำเข้มช่วยลดการสะท้อนของแสงแดดยามขับขี่ ส่วนด้านล่างมีสีขาวซึ่งตัดกันอย่างรุนแรงตามมาดสปอร์ต วงพวงมาลัยแบบสี่ก้านพร้อมสวิชท์มัลติฟังก์ชั่น มีทั้งปรับระบบการใช้งาน เช่น ระยะทาง การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ความเร็วในขณะขับขี่ หรือปรับแต่งการใช้งานของระบบไฟส่องสว่าง ระบบเสียง แจ้งตำแหน่งของเกียร์อัตโนมัติในระหว่างการขับขี่ โทรศัพท์ Bluetooth และอื่นๆอีกมากมายจนบรรยายกันไม่หมด Mercedes Benz ให้อุปกรณ์มาจนเกินพอกับความต้องการเพื่อเอาใจลูกค้าในระดับบน
C250 CGI Avantgarde Interior
กรอบหน้าปัดแบบสามวงหุ้มด้วยโครเมี่ยมออกแบบคล้ายทรงกระบอกตามสมัยนิยม เพื่อเน้นบุคลิกมาดสปอร์ต โทนสีของหน้าปัดมีทั้งขาว ดำ เงินและใช้สีเทาในส่วนของกรอบด้านนอก ใจกลางเป็นหน้าปัดวัดความเร็ว ใช้หน่วยเป็นกิโลเมตรให้ตัวเลขมาถึง 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เอาไว้ขู่เพื่อนๆ ที่เข้ามานั่ง ใจกลางของหน้าปัดวัดความเร็วเป็นจอทรงกลมแจ้งเตือนข้อมูลของตัวรถ รวมถึงเป็นจอมอนิเตอร์ในการปรับตั้งค่าต่างๆ การใช้งานต้องจอดรถให้หยุดนิ่งและดับเครื่องยนต์เนื่องจากระบบถูกออกแบบให้คำนึงในเรื่ิองของความปลอดภัยอย่างสูงสุดในการขับขี่ หากผู้ขับปิดประตูไม่สนิทจอจะเปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมกับกระพริบแจ้งเตือน ตำแหน่งของบานประตูที่ปิดไม่สนิท แจ้งเตือนแรงดันลมยาง จอทรงกลมดังกล่าวยังใช้งานได้ง่ายจากการโปรแกรมเมนูและอ่านค่าได้อย่างชัดเจน ใช้เวลาเรียนรู้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถเข้าไปปรับได้ทั้งระบบไฟส่องสว่าง รวมถึงระบบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่โดยใช้ปุ่มสวิตช์สี่ทิศทางบนพวงมาลัย กรอบหน้าปัดขวามือมีขนาดเล็กลงเป็นวงวัดรอบเครื่องยนต์ล้อมด้วยขอบวงสีขาว ที่มีตัวเลขมาให้ถึง 8,000 รอบต่อนาที และใช้งานได้จริงถึงบริเวณย่านรอบสูงสุด สะใจพวกชอบลากรอบเครื่องยนต์ติดเทอร์โบกันทั่วหน้า ซ้ายมือเป็นหน้าปัดสองชุดเล็กๆ อยู่รวมกัน ทั้งวัดระดับเชื้อเพลิงและวัดอุณหภูมิของเครื่องยนต์
C250 CGI Avantgarde Interior
ใจกลางของแดชบอร์ด ที่ด้านบนเป็นตัวแจ้งสัญญาณเซนเซอร์ใช้ไฟหลอดสีเหลือง-แดงเล็กๆ และจะกระพริบพร้อมส่งเสียงเตือนทันทีที่มีวัตถุเข้ามาใกล้ๆ หรือกีดขวางอยู่ ต่ำลงมาเป็นจอมัลติฟังก์ชั่นที่มีทั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียมพร้อมแผนที่เส้นทางหรือบอกตำแหน่งในขณะกำลังเคลื่อนที่ ระบบ DVD CD MP3 รวมถึงเป็นมอนิเตอร์ของระบบสื่อสารแบบ Bluetooth หน้าจอมีความคมชัดแม้จะอยู่ท่ามกลางแสงแดดจัดจ้าก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน ระบบเสียงรอบห้องโดยสารใช้ชุดลำโพงคุณภาพสูงของ Harman Kardon การปรับตั้งระบบการใช้งานต่างๆ ของตัวรถ ทั้งหมดจะผ่านการควบคุมการสั่งงานด้วยปุ่มอลูมิเนียมทรงกลมเล็กๆ ใกล้กับคอนโซลกลางติดกับคันเกียร์ออโต้ (เหมือนกับระบบ i-Drive ของ BMW) จอมัลติฟังก์ชั่นเมื่อดับเครื่องยนต์มันจะพับเก็บด้วยระบบอัตโนมัติทันที หรือผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มกางออกหรือพับเก็บด้วยตนเองก็ได้
ชุดปุ่มปรับอุณหภูมิออกแบบได้อย่างดีเยี่ยม ให้ผิวสัมผัสที่ดีในการหมุน ใช้งานสะดวกปรับตั้งง่ายด้วยระบบแอร์แบบแยกส่วนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กระจายความเย็นฉ่ำไปทั่วห้องโดยสารได้อย่างรวดเร็ว แถมยังมีความสวยงามในการเลือกใช้วัสดุและการออกแบบทั้งตัวเลขของอุณหภูมิที่เหนือระดับ บ่งบอกความเป็นรถยนต์จากค่าย Mercedes Benz ได้เป็นอย่างดี ห้องโดยสารมีระบบความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่งที่ติดตั้งอยู่ในจุดสำคัญหากเกิดอุบัติเหตุที่มีการชนกระแทก เช่น ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 4 ตำแหน่ง และม่านถุงลมนิรภัยอีก 4 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบผ่อนแรงและรั้งกลับอัตโนมัติ
1.8 Litre With Turbo 204 bhp
แทบไม่น่าเชื่อว่าเครื่องยนต์เบนซิน 4 กระบอกสูบขนาด 1.8 ลิตร รุ่นใหม่ล่าสุดของ C250 จะมีกำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ N52 B30 บล็อค 6 สูบแถวเรียง 2.5 ลิตรของรถ BMW New Series5 รหัส F10 ในรุ่น 523 Highline โดยมีแรงม้าเท่ากันพอดีที่ 204 ตัว ซึ่งเกิดจากการติดตั้งระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบใน C250 (ฺBMW Series 5 F10 มีเครื่องยนต์ที่หายใจเองโดยไม่มีระบบอัดอากาศ) เครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ของ Mercedes Benz ตัวนี้ ใช้เทคโนโลยีล่าสุดบนวิศวกรรมยานยนต์ที่เกิดจากการพัฒนาในสนามแข่งขัน มันมีระบบจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรงแบบ CGI หรือ Charged Gasoline Injection พร้อมด้วยระบบวาล์วแปรผันไปตามความเร็วรอบ ทั้งสองระบบจะทำงานประสานกันในทุกย่านความเร็วเพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพ อย่างสูงสุดในการเรียกพลัง ระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ช่วยทำให้กำลังอัดของเครื่องยนต์ รวมถึงการเผาไหม้เชื้อเพลิงเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ลดการสึกหรอและช่วยยืดอายุการใช้งาน วาล์วแปรผันยังช่วยให้อัตราการใช้เชื้อเพลิงน้อยลง ระบบเพลาถ่วงสมดุลคู่หรือ Tow Lanchester Balancer Shafts เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการลดการสั่นสะท้านของเครื่องยนต์ในทุกย่านความเร็ว ตัวเครื่องประกอบไปด้วยชิ้นส่วนประเภทอลูมินัมอัลลอยที่ใช้ทำเป็นบล็อคของเครื่อง หัวลูกสูบก็ขึ้นรูปด้วยอัลลอยเพื่อลดน้ำหนัก แต่มีความแข็งแกร่งมากเป็นพิเศษจากการขึ้นรูปด้วยเตาอบแรงดันสูง ชุดอุปกรณ์อัดอากาศแบบเทอร์โบมีน้ำหนักน้อยกว่าชุดซุปเปอร์ชาร์จแบบเก่าถึง 4 กิโลกรัม แต่ให้ประสิทธิภาพทั้งแรงม้าและแรงบิดที่สูงกว่ามาก
เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรของ C250 CGI นอกจากเป็นเครื่องยนต์ตัวล่าสุดของ Mercedes Benz แล้ว มันยังมีเทคโนโลยี Blue Efficiency ซึ่งช่วยให้การปล่อยไอเสียลดน้อยลงมากถึง 23 % สามารถผลิตกำลังสูงสุดที่ 204 แรงม้าในรอบเครื่อง 5,500 รอบต่อนาที กับแรงบิดที่มาตั้งแต่รอบต่ำๆ ถึง 310 นิวตันเมตรในย่าน 2,000-4,300 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 7.4 วินาที และถ้ากดกันมิดๆมันจะไปได้ถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งนับว่าเกินพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
One Touch Shift Transmission/Suspension And Brakes
ระบบส่งกำลังของ C250 CGI ใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์แบบ One Touch Shift ส่งแรงบิดทั้งหมดจากเครื่องยนต์ไปสู่เพลากลางและเฟืองท้ายได้อย่างต่อเนื่อง และหมดจด การทำงานของระบบเกียร์เป็นไปด้วยความราบเรียบ ผู้ขับสามารถกำหนดการปรับเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงด้วยตนเอง โดยใช้การผลักคันเกียร์ไปด้านข้าง โดยด้านขวามือจะเป็นตำแหน่งของการเพิ่มเกียร์ขึ้นสูงส่วนด้านซ้ายมือเป็นการชิฟเกียร์ให้ลดลง อัตราการทดกำลังยังถูกคำนวณและปรับแต่งโดยวิศวกรของ Mercedes Benz ให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานในเครื่องยนต์แต่ละรุ่น นอกจากนั้นยังมีโหมดการใช้งานทั้งแบบประหยัดและแบบสปอร์ตเพื่อความสมบูรณ์แบบอย่างสูงสุดในระหว่างการขับขี่ด้วยสวิตช์ C-S ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ด้านหลังใช้แบบมัลติลิงค์กับคอยล์สปริง พวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้าและระบบแปรผันน้ำหนักไปตามรอบเครื่องยนต์กับความเร็วของตัวรถ ระบบห้ามล้อใช้ดิสเบรคทั้งสี่ล้อ ทำงานร่วมกับ ABS ป้องกันการล็อกในขณะที่เบรคในสภาพถนนที่เปียกชื้น และระบบกระจายแรงเบรคให้สม ดุลย์ EBD กับระบบเพิ่มแรงดันเบรคฉุกเฉิน BAS หรือ Brake Assist
Test-Drive Mercedes Benz C-Class C250 CGI Blue Efficiency Avantgarde Model 2010
ตลอด ช่วงระยะเวลา 4 วัน ที่ผมได้ทำความรู้จักมักคุ้นกับรถยนต์ C250 CGI เหมือนกับเป็นการเติมเต็มในช่วงเวลาที่ขาดหายไปในการทดสอบรถยนต์ที่ได้ชื่อว่า เป็นคอมแพ็คซีดานรุ่นสูงสุดในตระกูล New C-Class ถ้าไม่นับรวมรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง C55-C63 AMG การขับทดสอบทั้งหมดเป็นการขับภายในกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางสภาพการจราจรของเมืองหลวงที่มีรถคับคั่งหนาแน่นในช่วงกลางวัน และโปร่งโล่งสบายหลังจากเที่ยงคืนไปแล้ว การขับขี่ในลักษณะดังกล่าวทำให้ทราบถึงสมรรถนะที่แท้จริงในการใช้งาน ความประหลาดใจเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรติดเทอร์โบตัวใหม่ล่าสุดของบริษัท Mercedes Benz ที่มีกำลังให้เรียกใช้กันอย่างล้นเหลือ สะดวกและรวดเร็วในทุกย่านความเร็วรอบ ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวหลังจากสัญญาณไฟเขียว การกดคันเร่งเพื่อแซงรถช้า การถอยเข้า-ออกในพื้นที่คับแคบ การเปลี่ยนเลนไป-มาในย่านความเร็วสูง ระบบพวงมาลัยของ C250 มีความเบาสบายให้สัมผัสยามออกตัวที่ชัดเจนและจะหน่วงตัวเองให้หนึบและหนักขึ้นทันทีที่ตัวรถเริ่มมีความเร็วที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางในย่านสาธร สีลม เยาวราช หรือย่านชานเมืองอย่างสนาม Golf นวธานี รวมถึงเส้นทางบนทางด่วนขั้นที่ 1-2-3
เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง กับช่วงล่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆภายในตัวรถสามารถทำให้การขับขี่มีความเพลิดเพลินเจริญใจในการประสานการทำงานของทุกระบบบนตัวรถ C250 เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพและดุลยภาพแห่งพลัง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนทำงานได้อย่างไร้ที่ติ ช่วงล่างที่ให้สัมผัสแน่นปื้กตามสไตล์รถขับเคลื่อนล้อหลังซึ่งเกิดจากการกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยมเหนือกว่ารถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า แบบเทียบกันไม่ติด
เมื่อผมทดลองกดคันเร่งกันแบบมิดๆ เครื่องยนต์แถวเรียง 4 กระบอกสูบสามารถตอบสนองต่ออัตราเร่งชนิดหลังติดเบาะ ถึงแม้มันจะไม่กระชากจนหน้าหงายเหมือนสปอร์ตซูเปอร์คาร์พลังสูงในรุ่น C55-C63 AMG แต่แรงดึงของม้าทั้ง 204 ตัวในระหว่างการจมคันเร่ง ก่อให้เกิดแรงจี จนรู้สึกได้ที่บริเวณท้องน้อย ตัวรถพุ่งทะยานอย่างมั่นคงและดีดตัวเองขึ้นสู่ย่านความเร็วสูงได้คล่องแคล่ว และว่องไวเหมือนนักกีฬาที่ฟิตซ้อมมาอย่างดี แรงยึดเกาะเชิงกลไกที่วิศวกรของ Mercedes Benz บรรจงใส่ลงไปในระบบรองรับสามารถรับมือกับโค้งแคบๆ ได้ดี และจะดียิ่งขึ้นไปกว่านี้ถ้าคุณนำมันไปเปลี่ยนขนาดของล้อให้เป็นแบบ 19 นิ้วพร้อมสปริงเจ๋งๆ สักชุดกับยางซิ่งคุณภาพสูง พวงมาลัยวางน้ำหนักได้เหมาะเจาะสอดประสานไปกับ Body-Control ที่ยอดเยี่ยมสมราคา 3 ล้านกลางๆ
การส่งต่อแรงบิดและอัตราทดจากเกียร์ One Touch Shift ไปที่เพลากลางและไปถึงเฟืองท้ายเนียนนุ่มราวกับพรมชั้นดี คุณจะไม่มีวันได้รับรู้ถึงแรงกระตุกกระชากในระหว่างการทำงานของระบบเกียร์ แบบ 5 สปีดของมันเป็นอันขาด บนถนนที่ไม่ราบเรียบของกรุงเทพมหานคร มันจัดการกับรอยต่อ หลุมเล็กๆและลอนคลื่นบนผิวถนนได้อย่างหมดจดและเด็ดขาด มีเพียงความรู้สึกเล็กๆที่ส่งต่อจากสภาพเส้นทางอันย่ำแย่เหล่านั้นตรงเข้าสู่มือของผู้ขับตามนิสัยของรถขับเคลื่อนล้อหลัง ความบันเทิงเริงรมย์จะเกิดขึ้นในทันทีทันใดถ้าขับกันแบบชิลๆ ไปเรื่อยๆ ด้วยความนุ่มและหนึบของระบบรองรับ ผมคิดว่าในตัวรถระดับนี้ความรีบเร่งดังกล่าวคงไม่เกิดประโยชน์อันใดขึ้น ถ้าขับกันแบบกระโชกโฮกฮากดูเหมือนกับว่าจะทำให้มันเสียของไปซะเปล่าๆ ซึ่งอาจหมายรวมถึงอันตรายจากผู้ใช้เส้นทางคันอื่นที่ไม่ได้รับรู้เลยว่าว่า คุณกำลังใช้ความเร็วสูงเพื่อเร่งแซงรถที่ขับช้ากว่า
อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงคงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับบุคคลที่เลือกซื้อรถรุ่นนี้ การขับขี่ในแบบปกติไม่รีบร้อนสามารถไปได้ถึง 14-16 กิโลเมตรต่อลิตร แต่เมื่อใดที่กดคันเร่งกันอย่างไม่ยั้งตัวเลขของความสิ้นเปลืองก็จะมากขึ้น เป็นค่าตอบแทนในการเรียกเอากำลังของม้าทั้ง 204 ตัวออกมาใช้งาน การเก็บเสียงคือจุดเด่นของรถยนต์จากเยอรมัน โดยเฉพาะ Mercedes Benz และทำออกมาได้ดีเหมือนเดิม ห้องโดยสารที่เงียบกริบของมันจะทำให้รู้สึกเหงาได้เลยถ้าคุณไม่เปิดระบบเครื่องเสียง ส่วนในเรื่องของการทรงตัวนั้นนอกจากความนิ่งของระบบรองรับแล้วยังมีความนุ่มสบายแอบแฝงอยู่ แต่ถ้าย่านความเร็วเกินกว่า 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวรถจะเริ่มมีอาการเล็กๆ ซึ่งเกิดจากการปรับเซ็ตช่วงล่าง ให้นุ่มนั่งสบาย ถ้าชอบขับเร็วก็คงต้องทำอย่างที่บอก คือ ล้อ 19 นิ้ว พร้อมสปริงเจ๋งๆ สักชุด กับยางซิ่งคุณภาพสูง เพียงแค่นี้มันก็จะเกาะกับผิวถนนเป็นตุ๊กแก จากการทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพ และการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Accererated Skid Control) รวมถึงระบบ Adaptive Brake ที่สร้างความรู้สึกมั่นใจในการเบรค C250 CGI พร้อมจะพุ่งทะยานไปในย่านความเร็วกว่า 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมันทำได้อย่างที่แจ้งเอาไว้จริงๆ
Mercedes Benz C-Class C250 CGI Avantgarde Specifications
แบบ.................................................ซีดาน 4 ประตู
เครื่องยนต์.......................................เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป (DOHC)
ปริมาตรความจุ...............................1.8 ลิตร / 1796 c.c.
วาล์ว................................................4 วาว์ลต่อสูบ 16 วาล์ว
ระบบอัดอากาศ...............................เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง..........................ฉีดตรงแบบไดเรกอินเจคชั่น
ระบบส่งกำลัง.................................เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด
แรงม้าสูงสุด...................................204 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด...................................310 นิวตันเมตร ที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง..........................................0-100 กิโลเมตรใน 7.4 วินาที
ความเร็วสูงสุด................................242 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า..........................................แม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง..........................................มัลติลิงค์กับคอยล์สปริง
ระบบพวงมาลัย...............................แร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้าและระบบแปรผันน้ำหนักไปตามความเร็วรอบเครื่องยนต์
ระบบ ช่วยทรงตัว.............................. ESP (Electronic Stability Program) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Accererated Skid Control) ระบบ Adaptive Brake
ล้อและยาง.......................................อัลลอยขนาด 17 นิ้ว /Goodyear Excellence 225/45/r17 ทั้ง 4 ล้อ
ระบบ เบรค.......................................ดิสเบรคทั้ง 4 ล้อทำงานร่วมกับ ABS /ระบบกระจายแรงเบรคให้สมดุลย์ EBD กับระบบเพิ่มแรงดันเบรคฉุกเฉิน BAS หรือ Brake Assist
มิติ
ความกว้าง.......................................1,770 มิลลิเมตร
ความยาว.........................................4,581 มิลลิเมตร
ความสูง...........................................1,447 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง...........................66 ลิตร
ราคา................................................3,349,000 บาท
Arcom Roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th