อนุกรมของรถตระกูล Z เดินทางมาถึงรุ่นที่สี่ ในรูปแบบรถเปิดหลังคาสไตล์ Roadster นับเป็นรถรุ่นแรกของ BMW ที่นำหลังคาแบบโลหะพับเก็บได้มาใช้ในรถสปอร์ตสองที่นั่ง กับความยอดเยี่ยมในเรื่องของสมรรถนะและความสวยงามลงตัวจนทำให้ชายหนุ่มหลายคนฝันถึง...
รถยนต์แบบเปิดหลังคาในเมืองไทยมีมานานควบคู่ไปกับการใช้รถของคนไทย การขับรถยนต์ประเภทนี้จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากการขับรถยนต์ที่มีหลังคาปิดมิดชิด ในยุคสมัยหนึ่งค่ายรถชั้นนำมักมีรถสปอร์ตที่สามารถพับหลังคาลงได้และได้รับความนิยมอย่างสูง ยุคแรกเริ่มของรถยนต์แบบเปิดประทุนนั้นกลไกการพับเก็บของหลังคายังคงเป็นชิ้นเหล็กกับข้อต่อบานพับติดสปริงแบบง่ายๆที่ต้องใช้มือมาช่วยในการพับเก็บหลังคาที่ทำจากผ้าใบไปด้านหลัง ต่อมามีการปรับปรุงชุดมอเตอร์ช่วยในการกางและพับเก็บของหลังคาโดยใช้เวลาไม่นานนัก ตามมาด้วยระบบการพับและกางหลังคาแบบใหม่ที่สามารถใช้งานในขณะที่ตัวรถยังคงวิ่งอยู่ตามความเร็วที่กำหนด(ไม่เกิน30-40กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
จวบจนบริษัท Mercedes Benz ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและริเริ่มผลิตหลังคาโลหะแบบพับได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งเซนเซอร์แทนการใช้ผ้าใบในปี 1997 แล้วนำมาติดตั้งในรถสปอร์ตรุ่นเล็กของค่ายที่ใช้รหัสโมเดลว่า SLK ช่วงปี 1996-1997 หลังคาแข็งแบบโลหะพับได้จึงเริ่มได้รับความนิยมนับแต่นั้นเป็นต้นมาเนื่องจากมีความทนทาน ดูแลรักษาง่ายกว่าหลังคาแบบผ้าใบ แถมยังเก็บเสียงได้ดีกว่ามากเมื่อวิ่งในย่านความเร็วสูง ความนิยมในตัวหลังคาลักษณะดังกล่าวนี้กระจายไปทั่ววงการผลิตรถสปอร์ตเปิดประทุน ไม่เว้นแม้แต่บริษัท BMW ที่นำหลังคาโลหะพับเก็บได้มาติดตั้งในรถสปอร์ตรุ่นตำนานของค่าย เจ้าของความงามในแบบ Roadster ในโมเดลที่สี่ของรถยนต์ตระกูล Z จาก BMW ที่ใช้รหัสรุ่นว่า BMW Z4 E89
...
BMW Z Model
เมื่อเปรียบเทียบทั้งขนาดและรูปทรงของ BMW Z4 ตัวใหม่คันนี้ต้องขอบอกว่ามันมีขนาดของตัวถังใหญ่โตกว่ารถ Z ในทุกโมเดลที่ BMW เคยผลิตโดยเริ่มตั้งแต่ Z1ในปี 1990 / Z3 E36/2 ในช่วงปี 1996 และ Z4 E85 รุ่นแรกที่ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จเท่าใดนักในปี 2004 จวบจนถึง Z ตัวปัจจุบันในรหัส E89 กับการพัฒนาด้านตัวถัง โครงสร้างและความงามแบบแปลกประหลาดอยู่ตรงรูปทรงของมันที่ดูแบนๆ กว้างๆ หน้ายาวท้ายสั้นแบบลงตัว โดยสืบทอดเลือดเนื้อเชื้อไขของรถสปอร์ตตระกูล Z มาถึงโมเดลที่ 4 แล้ว ตัวรถทั้งคันมีมิติที่เพิ่มขึ้นโดยมีความยาวมากกว่ารุ่นที่แล้วถึง 148 มิลลิเมตร และกว้างขึ้นอีก 10 มิลลิเมตร ทำให้ต้องขยับฐานล้อออกไปอีกเล็กน้อย
คันที่นำมาทดสอบในสัปดาห์นี้เป็นรุ่นน้องเล็กคนสุดท้องที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กสุดในโมเดล Z4 S-Drive 23i ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 204 แรงม้า ส่วนรุ่นเครื่องยนต์โตขึ้นจะเป็นรุ่น S-Drive 30i ความจุ 2996c.c.258 แรงม้าและ S-Drive 35i Twin-Turbo ความจุ 2997 c.c. มีแรงม้าแบบท่วมๆ ถึง 306 ตัว ในคันทดสอบถึงแม้จะเป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์ไม่เกิน 2.5 ลิตร แต่แรงม้าและแรงบิดบนเรือนร่างกระทัดรัดกับน้ำหนักตัวที่ไม่มากนักทำให้มันเป็นรถสปอร์ตที่ขับได้สนุกมากคันหนึ่งเลยทีเดียว
Juliane Blasi BMW Z4 E89 Designer
รูปทรงของ Roadster จากค่าย BMW มีพัฒนาการอันยาวนานสืบต่อเส้นสายที่พลิ้วไหว ซึ่งอาจทำให้ชายหนุ่มหลายคนในยุคนี้ถึงกับมุ่งมั่นเอามันมาเป็นรถยนต์ในฝันที่สักวันต้องหามาครอบครองให้ได้ สปอร์ตคาร์หน้ายาวท้ายสั้นแบบย้อนยุคยังคงตราตรึงวงการออกแบบรถยนต์ไปอีกนานหลังจากรถแบบนี้เคยได้รับความนิยมมากในยุค 1950-1970 และแทบไม่น่าเชื่อว่า BMW Z4 E89 มีดีไซน์สุดเฉี่ยวจากแนวคิดและมันสมองของผู้หญิงในแผนกออกแบบของบริษัท BMW ชื่อ Juliane Blasi โดยเธอผู้นี้ได้นำเอาจินตนาการบวกเข้ากับสัดส่วนแห่งความคลาสสิกของรถสปอร์ตแบบ Roadster คือ หน้ายาว-ท้ายสั้นและมีมุมมองแบบแบนราบ ซึ่งเป็นเคล็ดลับและมนต์ขลังของ Sport Car พันธุ์แท้อย่างรถต้นตระกูลของ BMW เปิดประทุนในรุ่น 507 Roadster ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น Road-Car Open-top ที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์คันหนึ่ง
...
...
...
BMW Z4 S-Drive 23i The Design
รถ BMW Z4 S-Drive 23i มีกระจังหน้ารูปไตคู่ขนาดใหญ่ (ซึ่งใหญ่โตกว่า Z-Car ทุกรุ่นที่ BMW เคยสร้าง) ไฟหน้าแบบโปรเจตเตอร์ซีนอนบวกไฟหรี่แบบวงแหวนทรงรี ชายล่างของสปอยเลอร์หน้าทำเป็นช่องรับอากาศเข้า ฝากระโปรงหน้าและบังโคลนทั้งสองข้างถูกออกแบบด้วยการใช้แนวเส้นและสันนูนจนทำให้ตัวรถด้านหน้ามีสัดส่วนที่มองดูคล้ายเป็นรถหัวโตท้ายเล็ก ตามแบบฉบับของ Roadster ตัวจริง บังโคลนหน้าบริเวณด้านข้างทั้งซ้ายและขวายังเซาะร่องเพื่อติดสัญลักษณ์ของ BMW และเครื่องหมายบ่งบอกถึงรุ่นของตัวรถ รวมถึงไฟเลี้ยวเลนส์สีขาว มุมมองด้านข้างมีเส้นข้างเป็นแนวนำสายตาและออกแบบให้คล้ายกับความคอดของเอวผู้หญิง เมื่อเปิดหลังคาจะเห็นเสา Roll Over หลังพนักพิงเพื่อป้องกันศีรษะของผู้ขับขี่หากเกิดการพลิกคว่ำ สันส่วนด้านท้ายที่สัมพันธ์กับแนวเส้นข้างจะเป็นตัวนำสายตาไปสู่ฝากระโปรงท้ายที่ด้านบนทำเป็นขอบลอนอย่างลงตัว ไฟท้ายขาว-แดงแบบหลอดแอลอีดีทรงยาวกับสปอยหลังแบบเรียบๆ พร้อมท่อไอเสียด้านซ้ายในรุ่น 23i ส่วนรุ่นเครื่องยนต์โตกว่านี้ท่อท้ายจะติดตั้งอยู่ทั้งสองฝั่ง ชายล่างของสปอยเลอร์หลังยังมีแถบสะท้อนแสงสีแดงที่ช่วยเสริมมุมมองท้ายรถให้โด่ดเด่นขึ้น
ยามปิดหลังคามันแทบจะเป็น Sport-Coupe แท้ๆ ที่งดงามดุดันจากสีดำขลับของตัวถังแต่เมื่อเปิดหลังคาไฟฟ้าออกหลังจากที่พับเก็บอย่างนิ่มนวลและเงียบเชียบมันจะกลายสภาพไปเป็น Roadster ทรงย้อนยุคอย่างทันทีทันควัน ด้วยเวลาเพียง 20 วินาทีของการทำงานในกลไกกางออกหรือพับเก็บด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า
BMW Z4 S-Drive 23i Interior
ข้อดีของขนาดถังตัวที่ใหญ่ขึ้นคือพื้นที่ของห้องโดยสาร ทำให้การขยับหัวไหล่ ช่วงพื้นที่เหนือศีรษะและขาเป็นไปด้วยความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าตัวเก่า รวมถึงโครงสร้างของตัวรถที่แข็งแกร่งมากขึ้น Z4 S-Drive 23i คันทดสอบมีเบาะแบบสปอร์ตใช้หนังแท้ Dagota สีแดงตัดกับคอนโซลสีดำและเงิน ปุ่มปรับควบคุมอุณหภูมิดิจิตอลแบบแยกส่วนอยู่ตรงกลางคอนโซลใช้รูปแบบทรงกลมเป็นตัวนำเสนอและทำออกมาได้ปราณีตสมราคา ปุ่ม Start-Stop เครื่องยนต์อยู่ใกล้กับพวงมาลัยจึงไม่ต้องเอื้อมมือไปมากนัก ชุดเครื่องเสียงแบบ CD โหลดด้านหน้าพร้อมชุดลำโพงให้เสียงที่ดีเกินตัว วงพวงมาลัยสามก้านมีสวิชท์มัลติฟังชั่นปรับเปลี่ยนโหมดการควบคุมต่างๆ หลังพวงมาลัยมีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์แบบแพ็ตเดิ้ลชิพสีเงิน
หน้าปัดและอุปกรณ์ภายในหน้าปัดยังคงคล้ายคลึงกับรถรุ่นที่แล้วโดยใช้หน้าปัดทรงกระบอกที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่รถ Sport-Car มาช้านานแล้ว (Alfa Romeo Spyder ในยุค 1960) ขวามือเป็นหน้าปัดวัดรอบของเครื่องยนต์ที่มี Red-Line ให้ใช้ถึง 8,000 รอบ/นาที ส่วนด้านล่างเป็นเข็มวัดอุณหภูมิของเครื่องยนต์ที่ถูกนำมารวมอยู่ในกรอบเดียวกัน ด้านซ้ายมือเป็นหน้าปัดบอกความเร็วของตัวรถ มีตัวเลขขู่ไว้ถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่วิ่งจริงๆคงไม่ถึง ด้านล่างเป็นที่อยู่ของเข็มบอกปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิง ใจกลางหน้าปัดทั้งสองมีจอ LCD เล็กๆ คอยแจ้งเตือนข้อมูลที่สำคัญในระหว่างการขับขี่อย่างครบครัน งานประกอบและการใช้วัสดุอุปกรณ์ชั้นดี เช่น พลาสติกเกรดสูง หนังแท้และอลูมิเนียมหรือลายไม้ ส่งผลให้มันคือภายในของรถ BMW ยุคใหม่ที่มีความเรียบง่ายไม่รกรุงรังไปโดยปริยาย
BMW N52B25 Engine
BMW S-Drive 23i วางเครื่องยนต์ตามยาวด้านหน้าขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง ใช้เครื่องยนต์รหัส N52B25 บล็อก 6 กระบอกสูบแถวเรียง DOHC 24 วาล์ว 2,497 c.c. กระบอกสูบ x ช่วงชัก 78.8 x 82.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.0 : 1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด พร้อมระบบวาว์ลแปรผันแบบ Double Vanos และระบบควบคุมการเปิด-ปิดวาล์ว Valvetronics ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร (25.4 กิโลกรัม/เมตร) ที่ 2,750 รอบ/นาที อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักเท่ากับ 1 แรงม้าต่อ 7.3 กิโลกรัม มาตรฐานการปลดปล่อยมลภาวะในระดับ Euro 5 ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Dynamic Drive Contro ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ทั้งในรูปแบบ Sport และ Sport + ซึ่งเป็นโหมดสูงสุดของการขับขี่ โดยระบบสมองกลของ DTC (Dynamic Traction Control -ป้องกันล้อหมุนฟรี) จะปิดการทำงานลงทันที เพิ่มอรรถรสในการขับแบบใช้ความเร็วบนทางคดเคี้ยว อัตราเร่งจาก 0-100 มีตัวเลขประมาณ 7.3 วินาทีและมีความเร็วสูงสุดแบบกดกันมิดคันเร่งที่ 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่เกินกว่าเขตอันตรายในรถสปอร์ตแบบเปิดหลังคาที่่ส่วนใหญ่มีไว้วิ่งแบบกินลมชมเส้นทางไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน พวงมาลัยระบบเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electronics Power Steering) มีระยะการหมุนสัมพันธ์ไปกับความเร็ว การทำงานของล้อและช่วงล่างตามแบบของ BMW ให้ความรู้สึกที่มั่นคงทั้งในช่วงการขับขี่ที่ความเร็วต่ำแบบขับในเมือง และให้ความมั่นใจในขณะที่กำลังขับขี่ด้วยความเร็วสูง รวมถึงมีน้ำหนักที่ปรับเปลี่ยนแปรผันไปตามความเร็วของตัวรถถึงแม้จะเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าก็ตาม
ส่วนระบบ Servotronic กลายเป็นออฟชั่นเสริมที่ต้องเสียเงินเพิ่มหากเจ้าของรถต้องการติดตั้ง ระบบเบรคใช้ดิสเบรคทั้งสี่ล้อโดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานดิสเท่ากันทั้งสี่ล้อที่ 300 มิลลิเมตร คาร์ลิปเปอร์สไลส์ลูกสูบ พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบควบคุมเสถียรภาพ DSC (Dynamic Stability Control) ระบบควบคุมการออกตัวป้องกันการฟรีของล้อ DTC (Dynamic Traction Control) ระบบช่วยเบรกในขณะขับเข้าสู่ทางโค้ง CBC (Conering Break Control) ระบบควบคุมเสถียรภาพของระบบเบรก DBC (Dynamic Brake Control) ที่ช่วยลดอาการเบรค Fade จากการเบรคที่ความเร็วสูง ล้ออลูมินัมอัลลอยด์ขนาด 8Jx17 นิ้ว แบบ Star Spoke 293 รัดหุ้มเอาไว้ด้วยยางรันแฟรต Sport สมถรรนะสูง Bridgestone Potenza RE050 A I 225/45R17 ทั้งสี่ล้อ
Test Drive
ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผมได้ทดลองขับเจ้า Z4 23i บนทางด่วนพระรามเก้า-มอเตอร์เวย์สามารถสร้างความประทับใจในเรื่องของการขับขี่ตามสไตล์รถ BMW ที่มักมีจุดเด่นอยู่ที่ช่วงล่างและเครื่องยนต์ ตลอดจนการออกแบบทั้งภายในและภายนอกที่สวยงามดุดัน สมกับเป็นรถสปอร์ตรุ่นตำนานของค่าย การควบคุมเต็มเปี่ยมไปด้วยการยึดเกาะและสมดุลที่ดีของตัวรถ ซึ่งเกิดขึ้นจากลักษณะของการวางเครื่องที่ส่งผลไปถึงการกระจายน้ำหนักที่บริษัท BMW ลงมือกับรถทุกรุ่นที่ผลิตออกขาย พวงมาลัยให้ความรู้สึกเบามือแต่ไม่ไวจนควบคุมยาก สภาพของถนนที่วิ่งผ่านไม่ว่าจะเรียบหรือขรุขระจะถูกส่งผ่านทุกรายละเอียดสู่มือผู้ขับ ซึ่งเกิดจากการสื่อสารระหว่างแชสซีส์ที่ชัดเจนและหมดจด หน้ารถที่ียื่นยาวกับตำแหน่งที่นั่งขับตรงกลางตัวถังอาจทำให้รู้สึกเล็กน้อยว่ามันตอบสนองได้ไม่ไวเท่าที่ควร แต่เครื่องยนต์ 6 กระบอกสูบแถวเรียงในรุ่นเล็กสุดมีความกระฉับกระเฉงพอสมควร มันอาจไม่แรงจนกระชากหลังติดเบาะแบบเครื่องยนต์ 3.0 Twin Torbo ในรุ่นสูงสุด แต่มันก็มีย่านของพลังที่ต่อเนื่อง การเร่งแซงทำได้สบายๆ แม้จะเป็นน้องเล็กสุดในรุ่นที่มีความจุเพียง 2497 c.c. แต่ไม่สร้างความลำบากใจในการเร่งความเร็วแต่อย่างใด
บุคลิคเฉพาะตัวของมันทำเอาเจ้าของ Mercedes Benz SLK ถึงกับแอบค้อนอยู่เล็กๆ เนื่องจากเจ้า Z4 E89 ขับได้มันกว่าเล็กน้อย การเปลี่ยนเกียร์ทำได้โดยสมบูรณ์ เมื่อกดคันเร่งลงลึกระบบสมองกลเกียร์จะตอบสนองอย่างฉับไวและต่อเนื่องจนทำให้การขับขี่มีความง่ายดายมากขึ้น ในรอบเครื่องยนต์ที่สูงกว่า 5,000 รอบต่อนาที เสียงเครื่องจะครางทุ้มต่ำคล้ายกับเครื่องตระกูล V ซึ่งสร้างความเร้าใจได้มากเมื่อเปิดหลังคาขับ ปุ่มปรับโหมดควบคุมสามารถปรับได้ถึง 3 ระดับ และจะทำหน้าที่ควบคุมระบบพวงมาลัย การตอบสนองของคันเร่งและการทรงตัวซึ่ง BMW มีความถนัดมานานแล้ว การปรับเซ็ตโหมดมีความยุ่งยากเล็กน้อยจากการเข้าระบบใน iDrive แต่ถ้าใช้งานบ่อยขึ้นจะเกิดความเคยชินไปเอง
Test Drive
ภายในห้องโดยสารที่กว้างขึ้นกว่าตัวเก่า (Z4 E85) มีพื้นที่วางเท้าไม่แคบจนเกินไป ตำแหน่งการขับถูกร่นให้เข้าใกล้กับล้อหลังมากกว่าเดิมจากการจงใจในเรื่องของการกระจายน้ำหนัก ใช้เวลาเพียง 20 วินาทีในการพับหลังคาลง ทำให้เจ้า Z4 E89 กลายสภาพจากรถ Sport -Coupe มาเป็น Roadster ที่สวยงาม เมื่อปิดหลังคาขับเสียงลมที่เข้ามาปะทะกับตัวถังจะดังมากกว่ารถหลังคาแข็งเล็กน้อย การเก็บเสียงทำได้ดีในระดับหนึ่ง สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือการควบคุมในทุกย่านความเร็วที่มีความคล่องตัวประสานไปกับพลังของเครื่ิิองยนต์ กับรูปทรงอันดุดันสวยงาม พลิ้วไหวไปกับสายลมและแสงแดดตามลักษณะของ Sport Roadster ชั้นดีจากเยอรมัน
หลังจากที่ผมได้สัมผัสกับ Z4 E89 แม้จะเป็นช่วงเวลาเพียงแค่วันเดียว แต่กลับได้ความประทับใจพร้อมกับความสมหวังที่ได้ขับรถสปอร์ตเปิดประทุนสไตล์ Roadster ที่ใครๆ หลายคนใฝ่ฝันอยากได้เป็นเจ้าของ การสื่อสารระหว่างตัวรถกับสภาพของการขับขี่ทั้งในเมืองและบนมอเตอร์เวย์สร้างความทรงจำที่ดีตลอดการทดสอบในครั้งนี้ และมันจะไม่ไช่ครั้งสุดท้ายระหว่างผมกับเจ้า Z4 S-Drive 23i อย่างแน่นอน.
BMW Z4 S-Drive 23i Specifications
แบบ...........................................สปอร์ตสองประตู สองที่นั่ง
เครื่องยนต์.................................แถวเรียง 6 สูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ=24 วาว์ล
ลักษณะการวางเครื่องยนต์........เครื่องยนต์วางตามยาวด้านหน้า-ขับเคลื่อนล้อหลัง
ปริมาตรความจุ(c.c.).................2497 c.c. 2.5 ลิตร
อัตราส่วนกำลังอัด.....................11.0:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง.....................หัวฉีด EFI
แรงม้าสูงสุด..............................203.8 แรงม้าที่ 6400 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.............................250.0 นิวตันเมตรที่ 2750 รอบต่อนาที
ระบบระบายความร้อน..............หม้อน้ำ+พัดลมไฟฟ้า
อัตราเร่ง...................................0-100 กิโลเมตรใน 7.6 วินาที
ความเร็วสูงสุด..........................242 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนัก......135.90 แรงม้า/ตัน
ระบบพวงมาลัย.........................Rack & Pinion PAS
ล้อและยาง................................อัลลอย 8jx17 นิ้ว ยาง Bridgestone Potenza RE050 A I 225/45/R17 ทั้งสี่ล้อ
ระบบเบรค.................................ดิสเบรคทั้งสี่ล้อพร้อมABS ขนาดจานดิส 300 มิลลิเมตรทั้งสี่ล้อ
ระบบเกียร์.................................เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Steptronic พร้อมโหมดขับขี่ปรับ 3 ระดับ
มิติตัวถัง
ความกว้าง................................1790 มิลลิเมตร
ความยาว..................................4239 มิลลิเมตร
ความสูง....................................1291 มิลลิเมตร
น้ำหนัก.....................................1480 กิโลกรัม
ความจุถังเชื้อเพลิง...................55 ลิตร
ราคา(ในประเทศ)....................4,390,000 บาท
Arcom roumsuwan
E-mail - chang.arcom@thairath.co.th