รถยนต์ตระกูลMX5คืออัศวินม้าขาวที่เข้ามากอบกู้สถานภาพที่ไม่ค่อยดีเท่าใดนักของMazdaในช่วงปลายยุค80' ให้กลับพื้นคืนสู่สถานะแห่งความมั่นคงอีกครั้ง การจงใจผลิตรถสปอร์ตคันเล็กแบบเปิดหลังคาขึ้นในปี 1988 โดยใช้รูปแบบของLotus Elan Sport-Car ยอดนิยมของอังกฤษมาเป็นแบบอย่างในการสร้างรูปทรงของตัวรถนับได้ว่าเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่งในเชิงวิศวกรรมของบริษัทMazda เนื่องจากในช่วงเวลานั้นรถสปอร์ตRoadsterห่างหายไปจากท้องถนนมานานกว่า20ปีแล้วจากปัญหาเรื่องราคาของพลังงานในช่วงปี1974 หลังจากออกขายได้ไม่นาน Mazda MX5 -NAโมเดลแรกสุดก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในเรื่องของราคา คุณภาพในการประกอบรวมถึงสิ่งที่สำคัญมากที่สุดที่ทำให้มันประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก็คือ สมรรถนะในการขับขี่ที่มีเครื่องยนต์ ช่วงล่างและเกียร์ ซึ่งทำงานประสานกันอย่างยอดเยี่ยมบนอััตราส่วนการกระจายน้ำหนักที่สมดุลย์มากที่สุด ทำให้MX5-NA 1989-1996กลายเป็นรถสปอร์ตที่มีความคุ้มค่าน่าขับมากที่สุดในทำเนียบรถสปอร์ตแบบเปิดหลังคาของโลกยนตกรรม
3-Mazda MX5 NA 1989-1996
...
4-Mazda MX5 NB 1997-2004
5-Mazda MX5 NC 2005-Now
MX5เดินทางผ่านเวลามาถึงรุ่นที่สามด้วยรหัสตัวถัง NC เป็นรถสปอร์ตคันเล็กอีกรุ่นของMazdaที่ยังคงสร้างความประทับใจในสมรรถนะของตัวรถรวมถึงการขับขี่ที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ หลังจากทำการเปิดผ้าคลุมไปเมื่อปี2005กับรถรุ่นแรกที่ใช้หลังคาอ่อนแบบผ้าใบ มาถึงช่วงปี2009กับการปรับเปลี่ยนการนำเสนอรูปแบบของวัสดุทีีใช้ทำหลังคาพร้อมกลไกในการกางหรือพับเก็บแบบใหม่ล่าสุดซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ Mazdaนำหลังคาโลหะพับได้มาใช้กับรถสปอร์ตในค่าย หลังคาแบบใหม่ใช้เวลาในการกางออกหรือพับเก็บเพียง12วินาทีซึ่งถือได้ว่าเป็นหลังคาไฟฟ้าที่มีการทำงานรวดเร็วที่สุดในหมู่รถสปอร์ตเปิดประทุนยุคใหม่ น้ำหนักของหลังคาแบบใหม่นี้เมื่อรวมกันแล้วจะทำให้ตัวรถมีน้ำเพิ่มขึ้นอีก 37กิโลกรัมเมื่อเปรียบเทียบกับหลังคาแบบผ้าใบ การกระจายน้ำหนักยังคงมีตัวเลขที่สมบูรณ์แบบตามลักษณะของรถเครื่องวางตามยาวด้านหน้า-ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยตัวเลข50/50 ส่วนพื้นที่ด้านท้ายสำหรับเก็บสัมภาระยังมีขนาด150ลิตรเท่าเดิม ความน่าสนใจในตัวรถMX5 NC Roadster-Coupe ยังอยู่ที่ราคาของมันซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถหามาครอบครองได้แบบไม่ไกลเกินเอื้อมเหมือนสปอร์ตคาร์เปิดประทุนจากฝั่งยุโรป
...
...
Mazda MX5 NC Roadster-Coupe
โครงสร้างของMX5 NC Roadster-Coupe ใช้โครงสร้างแบบโมโนค็อก วางตำแหน่งเครื่องยนต์ตามยาวด้านหน้า-ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังหรือ Front-Midship Engine โดยการวางเครื่องยนต์ลงไปบริเวณด้านหลังของเพลาขับหน้า เพื่ิอทำให้อัตราการกระจายน้ำหนักสามารถส่งประสิทธิภาพไปถึงสมถรรนะของตัวรถในขณะที่ขับขี่อย่างสูงสุด ตัวถังของมันกว่า60%ใช้เหล็กกล้าประเภท Ultra High Tensile Steel ให้ความแข็งแกร่งของโครงรถเมื่อต้องรับแรงบิดเนื่องจากเป็นรถที่พับหลังคาได้ ความแข็งแรงของโลหะที่ใช้ทำโครงสร้างยังออกแบบให้รองรับแรงจากเครื่องยนต์และการทำงานของระบบกันสะเทือนรวมถึงปกป้องผู้โดยสารหากเกิดอุบัติเหตุโดยวิศวกรที่ออกแบบโครงสร้างยังต้องคำนึงถึงน้ำหนักตัวทั้งหมด ทำให้MX5 NC Roadster-Coupe มีน้ำหนักเพียง1075กิโลกรัม บนตัวถังแบบผสมCoupe-Roadster ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาจนถึงรุ่นที่สามแล้วโดยการใช้แนวคิดที่ผู้ขับขี่จะต้องประสานไปกับตัวรถด้วยการออกแบบระบบบังคับเลี้ยวอันแม่นยำเฉียบคมและพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารที่จัดวางอุปกรณ์อย่างลงตัวและง่ายต่อการใช้งาน เมื่อปิดหลังคาวิ่งMX5 NC มีความดังจากเสียงภายนอกประมาณ2.7เดซิเบลเมื่อใช้ความเร็วประมาณ60กิโลเมตรต่อชั่วโมง
...
Engine And Suspension
เครื่องยนต์ของMazda MX5 NC Roadster-Coupe มีสองขนาดความจุให้เลือกคือ เครื่องยนต์ขนาด1.8ลิตรใช้รหัส MZR1.8 มีเรี่ยวแรงประมาณ 126แรงม้าที่6500รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดท้วมๆที่167นิวตันเมตร-4500รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา5สปีดและเกียร์อัตโนมัต6สปีด อัตราเร่งพอสนุกจาก0-100กิโลเมตรใช้เวลา9.9วินาที กับความเร็วปลายแบบมิดคันเร่งที่198.7กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนเครื่องอีกตัวที่แรงขึ้นคือเครื่องMZR 2.0 ปริมาตรความจุ 1999c.c. 16วาว์ลให้กำลัง160แรงม้าที่ึ7000รอบต่อนาที มีแรงบิดสูงสุด188นิวตันเมตรที่5000รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา6จังหวะหรือเกียร์ออโต้6สปีด โดยตัวรถรุ่นเกียร์ธรรมดาสามารถกดกันสุดคันเร่งที่218กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว อัตราเร่งจาก0-100กิโลเมตรทำได้ในเวลา7.8วินาที ฝาสูบและเสื้อสูบทำจากอะลูมิเนียม Iron Cylinder Liners, DOHC (Double-Overhead Camshafts) พร้อมระบบแปรผันวาล์วไอดี ระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ ซีเควนเชียล ควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Multi Point และระบบจุดระเบิด แบบ Coil Onplug อัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 10.8:1 ความสูงกระบอกสูบ 83.1 มิลลิเมตร ช่วงชัก 87.5 มิลลิเมตร ระดับของการเปิด-ปิดวาล์วไอดีจะแปรผันอยู่ที่ระดับ 30 องศาเมื่อวัดที่แคมชาร์ป
Mazda MX5 NC Roadster-Coupe 2010
ชุดปรับตั้งวาล์วเป็นแบบแผ่นชิมช่วยยืดอายุการใช้งานและบำรุงรักษาต่ำ ลูกสูบเคลือบด้วยสารMolybdic Anti-Friction Compound เพื่อลดความสึกหรอจากการเสียดสีในห้องเผาไหม้ ระบบแปรผันทางเดินไอดี Variable Intake System (VIS) สร้างแรงบิดให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบ VIS ถูกปรับแต่งให้เน้นความสำคัญในการลดเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ ในรอบการทำงานที่สูงผ่านท่อไอเสีย แคตเตอร์ไลติกและท่อพักท้ายจึงให้เสียงที่ทุ้มนุ่มแบบเรียบๆของเครื่องสี่กระบอกสูบ ระบกันสะเทือน ด้านหน้าแบบ ปีกนกคู่ ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ ปรับปรุงระยะ Front Roll Centerลง26มิลลิเมตร ซึ่งการปรับปรุงจุดนี้จะทำให้การหมุนตัวในระหว่างทำการเลี้ยวได้ดีขึ้น ลดการเอียงของตัวรถขณะขับเข้าสู่ทางโค้งด้วยความเร็วสูง โช็คอัพถูกอัพเกรดขึ้นไปใช้โช็คชั้นดีของเยอรมันยี่ห้อ Bilsteni ระบบห้ามล้อเหมาะสมดีกับกำลังของเครื่องยนต์และน้ำหนักของตัวรถ ด้านหน้าใช้จานดิสเบรคขนาด290มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังมีขนาดย่อมลงมาเล็กน้อยที่280มิลลิเมตร พร้อมด้วยระบบช่วยเบรคTCS-Traction Control Systemช่วยลดอาการหมุนฟรีของล้อขับเคลื่อนคู่หลัง รวมถึงระบบช่วยในการทรงตัวDSC-Dynamic Stability Control ช่วยป้องกันตัวรถไม่ให้หลุดออกนอกโค้งแต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในลิมิตที่สมองกลจะปรับการทำงานช่วย เกินกว่านี้ก็ตัวใครตัวมัน แต่หากเชื่อมั่นในฝีมือการขับของตนเองว่าเจ๋งพอ สามารถปิดสวิตช์การทำงานของระบบช่วยการทรงตัวต่างๆ คราวนี้ท่านก็จะได้สัมผัสความรู้สึกโดยตรงกับอัตราการกระจายน้ำหนักแบบ50/50ซึ่่งรถยนต์น้อยคันในยุคนี้จะทำได้แบบมัน.
arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Photo By
http://www.flickr.com