ในระหว่างวันที่15-22 สิงหาคม 2553 พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้เป็นหัวหน้าคณะนำคณะกรรมการบริหารโครงการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนฝ่ายไทย เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการร่วมไทย - สวีเดนใน โครงการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน การจัดการประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมคณะกรรมการร่วมใน 3 ระดับ ด้วยกัน ประกอบด้วย

1-คณะกรรมการบริหารโครงการร่วมไทย - สวีเดน ระดับรัฐบาล (Joint Steering Committee : JSC) โดยฝ่ายไทยมี ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นผู้แทนรัฐบาลไทย และมีคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้แทนกองทัพอากาศ ในส่วนของผู้แทนรัฐบาลสวีเดน มี นาย Gunnar Holmgren ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการยุทธภัณฑ์ทางทหารสวีเดน (FMV : Frsvarets Materiel Verk หรือ Defence Materiel Administration) เป็นหัวหน้าคณะ เข้าร่วมประชุม

...

2-คณะกรรมการบริหารโครงการร่วมไทย - สวีเดน ระดับกองทัพ (Joint Reference Committee : JRC) โดยฝ่ายไทยมี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง เสนาธิการทหารอากาศ เป็นหัวหน้าคณะ และคณะกรรมการประกอบด้วยรองเสนาธิการทหารอากาศฝ่ายยุทธการและการข่าว เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ และรองเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ ในส่วนของผู้แทนกองทัพอากาศสวีเดน ประกอบด้วย พลอากาศจัตวาArne Hedenดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการยุทธภัณฑ์ทางทหารสวีเดน (Senior Advisor to The Director General, FMV) เป็นหัวหน้าคณะ และคณะกรรมการประกอบด้วยนายDan Averstad ตำแหน่งหัวหน้าปฏิบัติการพาณิชย์ (Chief Commercial Operations, FMV) พลอากาศจัตวาHakan Bergstrom ตำแหน่งผู้อำนวยการทางอากาศและอวกาศ (Director Air & Space, FMV) และ นาวาอากาศเอกPer Nilsson ตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการเครื่องบินกริพเพนสำหรับประเทศไทย (Program Director Gripen for Thailand, FMV)

3-คณะกรรมการบริหารโครงการร่วมไทย - สวีเดน ระดับผู้ปฏิบัติงาน (National Program Office : NPO) โดยฝ่ายไทยมีพลอากาศตรี อดิศักดิ์ เจิมวรรธนะ เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศเป็นหัวหน้าคณะ และคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้แทนหน่วยขึ้นตรงกองทัพอากาศรวม 33นาย ในส่วนของประเทศสวีเดนประกอบด้วย นาวาอากาศเอก Per Nilsson ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโครงการเครื่องบินกริพเพนสำหรับประเทศไทย (Program Director Gripen for Thailand, FMV) เป็นหัวหน้าคณะและคณะกรรมการรวม11นาย ประกอบด้วยข้าราชการประจำองค์การบริหารจัดการยุทธภัณฑ์ทางทหารสวีเดน (FMV)

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการร่วมไทย-สวีเดน โครงการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนได้กำหนดระยะเวลาการประชุมในแต่ละระดับดังนี้

1-ในระดับรัฐบาล (JSC) กำหนดการประชุมปีละ1ครั้ง โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม สำหรับการประชุม JSC ครั้งที่1ได้จัดประชุม ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ ประเทศไทย เมื่อวันที่24เมษายน2552การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่2 

2-ในระดับกองทัพ (JRC) กำหนดการประชุมปีละ2ครั้ง โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งได้จัดการประชุมมาแล้วรวม4ครั้ง การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่5

3-ในระดับผู้ปฏิบัติงาน(NPO) กำหนดการประชุมปีละ4ครั้งโดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งได้จัดการประชุมมาแล้วรวม10ครั้ง การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่11

ทั้งนี้ในการเดินทางไปร่วมการประชุมทั้ง 3 ระดับในครั้งนี้ ได้มีผู้แทนฝ่ายรัฐสภา และส่วนราชการต่างๆ ร่วมเดินทางไปสังเกตการณ์ด้วย ได้แก่ ผู้แทนกรรมาธิการการทหารของวุฒิสภา ผู้แทนกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง และผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย

คำถาม-คำตอบ ในการแถลงข่าวพิธี Rollout Ceremony
วันที่ 18 ส.ค.2553

สื่อมวลชนที่เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้ได้ตั้งคำถามว่า "โครงการนี้จะประกอบไปด้วยความร่วมมืออะไรบ้าง" นายกุนนาร์ โฮล์มเกรน (FMV)ตอบว่า "สวีเดนจะดำเนินการตามที่ระบุไว้ในสัญญา จากนั้นจะลงลึกในรายละเอียดให้มากยิ่งขึ้นในเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี การเป็นหุ้นส่วนในทางธุรกิจ เช่น การตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง Saab กับ Avia Satcom แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่จะต้องสร้างความเชื่อมั่นว่ากองทัพอากาศไทยจะเป็นหนึ่งในกองทัพอากาศที่ดีที่สุดในอาเซียนตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ โดยสวีเดนจะให้ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ดังนี้"
-ให้ทุนการศึกษา ซึ่งจากที่ผ่านมานักเรียนทุนของไทยมีผลการศึกษาในระดับดีเยี่ยม
- การลงทุนในอุตสาหกรรมเบากับกลุ่มประเทศผู้ใช้เครื่องบินกริพเพน
- การลงทุนในอุตสาหกรรมรถบรรทุกหนัก
- การให้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- การขยายขอบเขตของการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น
สื่อมวลชน: "ขณะนี้กองทัพอากาศถูกโจมตีว่าการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนมีราคาสูงกว่าที่สวีเดนเสนอขายให้กับโรมาเนีย"
นายกุนนาร์ โฮล์มเกรน (FMV) "ขอให้พิจารณารายละเอียดของการจัดซื้อว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ซึ่งในโครงการของกองทัพอากาศไทยจะมีระบบป้องกันทางอากาศ(Air defence )ที่สมบูรณ์ ซึ่งมีองค์ประกอบต่าง ๆ ดังนี้
-เครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์
-ระบบบัญชาการและควบคุม
-ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (TACTICAL DATALINK)
-การถ่ายทอดเทคโนโลยี
-การฝึกอบรม
ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ได้รับข้อเสนอพิเศษที่แตกต่างกันออกไป

...

...

สื่อมวลชนที่เข้าร่วมฟังการแถลงข่าวตั้งคำถามว่า "การจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนของกองทัพอากาศครั้งนี้มีความคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด" นายกุนนาร์ โฮล์มเกรน (FMV) แถลงตอบต่อสื่อมวลชนว่า "โครงการเครื่องบินกริพเพนของกองทัพอากาศไทยเป็นโครงการที่ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดเมื่อพิจารณาจากวงเงินตามสัญญา เนื่องจากผู้แทนในการเจรจาต่อรองของกองทัพอากาศได้พยายามอย่างดีที่สุดในการรักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศไทย และทางสวีเดนถือว่าเป็นหนึ่งในสัญญาที่ดีที่สุดที่เคยมีการลงนามมา"

ส่วนการถูกโจมตีในเรื่องราคาจัดซื้อที่ค่อนข้างสูงจะส่งผลกระทบต่อการจัดซื้อในระยะที่สองหรือไม่นั้นนายกุนนาร์ โฮล์มเกรน กล่าวต่อไปว่า "ขึ้นอยู่กับทางประเทศไทย สำหรับสวีเดนแล้ว เรามีประสบการณ์ และความคุ้นเคยในกรณีเช่นนี้มาแล้ว" สื่อมวลชนตั้งคำถามว่า "นอกจากประเทศไทยแล้วในภูมิภาคเอเชียมีชาติอื่น ๆ ที่ให้ความสนใจจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนหรือไม่" นายกุนนาร์ โฮล์มเกรน (FMV) กล่าวว่า "มีหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียที่สนใจ แต่ยังรอประเมินความเป็นมืออาชีพในการใช้งานของกองทัพอากาศไทย รวมถึงการนำระบบ ERIEYE มาใช้ในการบัญชาการและควบคุม ตลอดจนยังต้องเฝ้าดูว่า ระบบต่าง ๆ ของกองทัพอากาศไทยสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ปัจจุบันมีกองทัพอากาศอินเดียให้ความสนใจ นอกจากนั้นถ้ามีประเทศ อื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความสนใจจะเป็นโอกาสที่ดีของกองทัพอากาศไทยที่จะร่วมเป็นหุ้นส่วนในการได้ประโยชน์ร่วมกันกับสวีเดนในเรื่องการให้การฝึก และ การสนับสนุนอื่น ๆ" นายกุนนาร์ โฮล์มเกรน (FMV)ยังบอกด้วยว่า เครื่องบินกริพเพนสามารถบูรณาการให้ใช้กับระบบอาวุธของกองทัพอากาศที่มีใช้งานอยู่ในปัจจุบันได้ และในอนาคตจะมีการบูรณาการการใช้ระบบอาวุธที่กลุ่มประเทศผู้ใช้เครื่องบินกริพเพนมีใช้งานอยู่ในลักษณะรวมการ และร่วมกันออกค่าใช้จ่าย

...

เครื่องบินขับไล่-โจมตีอเนกประสงค์แบบJAS-39 Gripen ออกแบบและผลิตขึ้นโดยบริษัทอากาศยานเก่าแก่ของสวีเดนนั่นคือ บริษัท SAAB เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบเก่า J35 Darken และAJS 37 Viggen ของกองทัพอากาศสวีเดน JAS-39 Gripenเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2530 เป็นวันครบรอบ 50 ปีของบริษัทSAAB และขึ้นทำการบินทดสอบเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2531เริ่มเข้าประจำการในกองทัพอากาศสวีเดนในปี 2540 ปัจจุบันนี้เครื่องบินรบJAS-39 Gripenได้รับการยอมรับในสมรรถนะอันโ่ดดเด่นโดยกองทัพอากาศทั่วโลกเช่นแอฟริกาใต้ได้ทำการสั่งซื้อเครื่องบินรบรุ่นนี้เป็นจำนวนถึง 26ลำประกอบไปด้วยเครื่องที่นั่งเดี่ยว 17 ลำ เครื่องสองที่นั่งอีก9 ลำ ไทยกองทัพอากาศไทยสั่งซื้อจำนวน 6 ลำในล็อตแรก และจะสั่งซื้อในล็อตที่สองอีก6 ลำ โดยจะส่งมอบในปี พ.ศ. 2554 ท.อ.ฮังการี เช่าซื้อจำนวน 14 ลำในปีพ.ศ. 2544 โดยเมื่อหมดสัญญาเช่า 10 ปีแล้วเครื่องบินจะเป็นกรรมสิทธิของฮังการีโดยถาวรส่วนสาธารณรัฐเช็กก็ได้ทำการจัดซื้อ JAS-39 Gripen จำนวน14 ลำเช่นกันนอกจากนั้นยังมีสถาบันนักบินทดสอบของอังกฤษ (Empire Test Pilots School)ได้สั่งซื้อเครื่อง JAS-39 Gripenเพื่อใช้ในการฝึกบินให้กับนักบินใหม่ของสถาบันอีกด้วย ทางกองทัพอากาศไทยได้ทำการจัดส่งนักบินและวิศวกรการบินที่เชี่ยวชาญของกองทัพเข้าทำการฝึกบินและทดสอบสมรรถนะของตัวเครื่องJAS-39 Gripen ที่ประเทศสวีเดนเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับเครื่องบินขับไล่-โจมตีแบบใหม่ล่าสุดของกองทัพที่จะเริ่มบรรจุเข้าประจำการในฝูงบินต่างๆภายในช่วงต้นปี2554นี้.

arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th