ผู้เช่าห้องลั่นไม่แฟร์! เจ้าของไม่คืนเงินประกัน 6 พันบาท ด้าน เจ้าของห้องสุดทน! เผย ต้องซ่อมห้อง ทำความสะอาด ค่าใช้จ่ายราว 2 หมื่น...

จากกรณีมีผู้โพสต์กระทู้พันทิป ‘เช่าห้อง 7 ปี พอไม่คืนเงินประกันความเสียหาย 6 พัน คนเช่าบอกว่าไม่แฟร์’ ระบุว่า ผู้เช่าเช่าห้องมา 7 ปี และแจ้งย้ายออก แต่ผู้เช่าแจ้งมาว่าไม่สะดวกเข้าไปดูความเสียหายห้องด้วยกัน ทางผู้ให้เช่าได้เข้าไปตรวจความเสียหาย และพบว่า มีกลิ่นเหม็นสาบอยู่ในห้อง และพบว่าสาเหตุของกลิ่นนั้นมาจาก 1.ผู้เช่าเลี้ยงสุนัข พบแผ่นรองซับสิ่งปฏิกูลของสัตว์ที่ชุ่มไปด้วยฉี่สุนัข บนที่นอน โดยฉี่นั้นชุ่มโชกออกมาเลอะที่นอนเต็มไปหมด และ 2.เมื่อดึงชั้นวางทีวีออกมา พบครอบครัวหนู 5 ตัวอยู่ในนั้น และยังมีอีก 2-3 ตัววิ่งไปวิ่งมา

สำหรับความเสียหายภายในห้อง ได้แก่
1. ที่นอนที่ชุ่มไปด้วยฉี่สุนัข และเมื่อพลิกกลับอีกด้านขึ้นมาพบคราบฉี่สุนัขเป็นวงกว้าง ที่นอนขนาดคิงไซส์ ผมต้องทิ้งและซื้อใหม่ในราคาราวๆ 6,000 บาท
2. พื้นปาร์เก้พองทั่วห้อง น่าจะมาจากฉี่ของสุนัขหรือฉี่หนู ไม่สามารถแก้ไขเฉพาะจุดได้ ต้องรื้อออกทั้งหมดแล้วปูใหม่ ห้องขนาด 28 ตรม. หักห้องน้ำ 4 ตร.ม. เหลือ 24 ตร.ม.
3. ค่ารื้อพื้นปาร์เก้เก่า ตร.ม.ละ 20 บาท 24 ตร.ม.= 480 บาท
4. ค่าปูพื้นปาร์เก้ ของ+ค่าแรง ตร.ม.ละ 450 บาท 24 ตร.ม. = 10,800 บาท
5. ผนังในห้องมีการติดสติกเกอร์ ค่าแรงลอก และขูดสติกเกอร์ออกจากห้อง 500 บาท
6. ทาสีผนังในห้อง ตร.ม.ละ 120 บาท ฝั่งซ้ายขวา (สูง 3 x กว้าง 6) x 2 = 36 ตร.ม. ส่วนอีก 2 ฝั่งที่เหลือมีหน้าต่าง มีซิ้งค์ มีประตูด้วย หักออกไปคิดแค่ฝั่งเดียว (สูง 3 x กว้าง 4.5) = 13.5 รวมเป็น (36+13.5) = 49.5 ตร.ม. ตร.ม.ละ 120 บาท (49.5 x 120) = 5,940 บาท
7. ผนังห้องน้ำแปะสติกเกอร์ไว้ทั่ว ต้องทำใหม่หมดทั้งห้องเลย ค่าลอกสติกเกอร์ 500 บาท

...

8. ค่าแรง+ทาสีน้ำมัน (ผนังไฟเบอร์) (สูง 3 x กว้าง 3) x2 ด้าน = 18 ตร.ม. อีกด้าน (สูง 3 x กว้าง 1) x2 ด้าน = 6 ตร.ม. รวมเป็น 24 ตร.ม.
9. ทาสีผนังห้องน้ำ ตร.ม.ละ 120 บาท (120 x 24) = 2,880 บาท
10. โซฟา ขาโซฟาขึ้นสนิมจนผุ!! คาดว่าหมาฉี่ใส่แล้วไม่เช็ดออก โซฟาเบี้ยวผิดรูป กลิ่นสาบฉี่หมาติดโซฟาผ้า ไม่สามารถแก้ไขได้ต้องทิ้งแล้วซื้อใหม่
11. เฟอร์นิเจอร์โดนน้ำ ไม่เช็ดทำความสะอาดให้แห้งจนผิวหน้าพองออกมา กำลังคิดอยู่ว่าจะซ่อมยังไง เพราะซื้อใหม่ทั้งหมดไม่ไหวจริงๆ นะคุณ
12. จ้างแม่บ้านคอนโดเข้ามาทำความสะอาด แม่บ้านไม่รับงานนี้เพราะเหม็นสาบเกินไป เข้าห้องไปขนย้ายของไม่ได้ และข้าวของเยอะเต็มห้องมากเกินไป
13. ผมต้องซื้อหน้ากากป้องกันกลิ่น 3M กรองคาร์บอน มาใช้ และจ้างคนนอกมาช่วยขนของออกจากคอนโด เพราะถังขยะของตึกคอนโด รับเฉพาะขยะที่เป็นขยะทั่วไปในการอยู่อาศัยทั่วไป จึงต้องจ้างคนมาขนของออกไป และจ้างรถมาเก็บไป
15. ตู้เสื้อผ้า แปะสติกเกอร์ไว้ ยังไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร

เจ้าของห้องสรุป ค่าความเสียหายภายในห้องคร่าวๆ ประมาณ 21,100 บาท

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ทางผู้เช่ายังคงทวงถามเงินค่าประกันความเสียหาย 6,400 บาท โดยผู้เช่าบอกว่าค่าทำความสะอาด 600 บาทเท่านั้น และเจ้าของห้องไม่ใส่ใจผู้เช่าในขณะที่เขาเช่าอยู่ โดยมีน้ำซึมจากข้างบนห้องมาจากห้องคนอื่นที่อยู่ด้านบน เจ้าของห้องไม่ใส่ใจมาแก้ไขให้ และเวลาทวงค่าเช่า เจ้าของห้องทวงค่าห้องจนน่าเกลียด ไม่ยอมเช็กว่าโอนตังค์มาหรือยัง นอกจากนี้ แอร์เสียก็ไม่ซ่อมให้ ที่ตากผ้าก็ไม่เปลี่ยนให้ เครื่องทำน้ำอุ่นเสียก็ไม่ซ่อมให้ จึงมองว่าการหักค่าประกันความเสียหายหมด 6,400 บาท ผู้เช่าบอกว่า เยอะเกินไป ไม่แฟร์ และเอาเปรียบและยังบอกอีกว่าทรัพย์สินที่เสียหายเป็นการเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทางเจ้าของห้องยังไม่สามารถปล่อยเช่าต่อได้ และเสียโอกาสการให้เช่าห้องต่อเดือนละ 3,200 บาทไป เพราะต้องเสียเวลามาแก้ไขห้องที่เสียหาย

...

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยังนายนิติธร แก้วโต ทนายความชื่อดัง อธิบายว่า ต้องไปพิจารณาสัญญาเช่าก่อน ซึ่งสัญญาเช่าทุกสัญญาเมื่อเลิกสัญญากันแล้ว ผู้เช่าจะต้องคืนห้องและทำห้องให้กลับคืนสู่สภาพเดิม เพราะฉะนั้น การคืนห้องลักษณะนี้ ทางเจ้าของห้องจะต้องเสียค่าทำความสะอาด เสียค่าทาสีบำรุงห้องใหม่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่การทำห้องให้กลับสู่สภาพเดิมมี 2 กรณี โดยผู้เช่าทำเองให้เรียบร้อย หรือเจ้าของห้องทำเองแต่หักจากเงินประกัน

คำว่า ‘เงินประกัน’ เป็นเงินที่ประกันความเสียหายของห้องทุกอย่าง โดยเงินประกันไว้เพื่อ... 1.หากเกิดกรณีทรัพย์สินภายในห้องเสียหาย เจ้าของห้องจะมีเงินไปซ่อมแซม 2.หากไม่จ่ายค่าเช่า เจ้าของห้องจะได้หักจากเงินประกัน 3.ถ้ามีค่าสาธารณูปโภคที่ยังไม่ชำระ เจ้าของห้องจะนำเงินประกันไปจ่าย

นอกจากนี้ เจ้าของห้องยังสามารถเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินประกันแก่ผู้เช่าได้ด้วย หากพบว่าเงินประกันนั้นไม่เพียงพอต่อการจ่ายค่าเสียหายภายในห้องทั้งหมด ยกเว้นว่า หากสัญญามีระบุไว้ว่า หักจากเงินประกันเรียบร้อยแล้วก็แล้วต่อกัน ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดชอบในมูลค่าความเสียหายเพิ่มเติม เจ้าของห้องไม่สามารถเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้

...

“ในการรับมอบห้องครั้งแรกนั้น ผู้เช่าเซ็นรับมอบห้องจากเจ้าของห้องด้วยสภาพที่ดี แต่เมื่อมีสิ่งของภายในห้องพังตั้งแต่ต้นและผู้เช่าไม่ได้ตรวจสอบเองมาอ้างภายหลังว่าห้องพังแต่แรกนั้น ทำไม่ได้แล้ว”

ขณะที่ ในส่วนของผู้เช่า กรณีที่เจ้าของห้องเก็บเงินประกันแพงเกินไปนั้น ต้องตรวจสอบดูว่ามีค่าเสียหายอะไรบ้าง ซึ่งหากผู้เช่ามองว่า แพงเกินไปหรือถูกเจ้าของห้องเอาเปรียบก็สามารถฟ้องร้องไปที่ สคบ. ได้ ถ้าเกิดว่าไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับห้อง สามารถเรียกเงินประกันคืนได้ โดยร้องเรียนไปยัง สคบ. เพื่อขอให้บังคับเจ้าของห้องคืนค่าเสียหายได้

“สำหรับเจ้าของห้อง การเรียกเก็บเล็กๆ น้อยๆ ก็เกินไป ต้องเหลือเงินให้แก่ผู้เช่าบ้างอะลุ่มอล่วยให้กันบ้าง เพื่อให้เขาไปเช่าที่อื่นต่อ เพราะหากเขามีเงินก็คงซื้อห้องเป็นของตัวเองแล้ว ส่วนผู้เช่า การเช่าห้องในสัญญาเช่าเขียนไว้ว่า ผู้เช่าจะต้องรักษาห้องเยี่ยงวิญญูชนพึงรักษาทรัพย์สินของตัวเอง ถามว่าการเช่าห้องโดยหลักการแล้วก็ควรทำความสะอาดห้องด้วย แต่หากไม่รักษาความสะอาด เจ้าของห้องย่อมต้องมีสิทธิ์ที่จะเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากการที่ต้องทำความสะอาด การซ่อมแซมห้องให้กลับคืนสู่สภาพเดิมที่จะเอาไปให้คนอื่นเช่าต่อ”

...

อย่างไรก็ตาม ในสัญญาเช่ายังได้ให้สิทธิ์ของผู้ให้เช่าสามารถเข้าไปชมห้องได้ เพื่อที่จะดูว่ามีข้าวของเสียหายหรือไม่ ผู้เช่ามีสิ่งผิดกฎหมายในห้องหรือไม่ ใช้ห้องไปในแนวทางข้อสัญญาหรือไม่ ซึ่งระบุไว้ในข้อตกลงแต่ไม่ได้ระบุสภาพบังคับไว้ว่า หากผู้ให้เช่าไม่ได้เข้าไปดูห้องแล้ว ผู้ให้เช่าหมดสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้เช่านั้น...ไม่ใช่!

ขณะที่ นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุว่า กรณีดังกล่าวต้องไปดูสัญญาเช่าว่าเป็นอย่างไร แต่หากผู้เช่าห้องรู้สึกว่าโดนเจ้าของห้องเอาเปรียบเรื่องเงินประกัน สามารถมาร้องเรียนได้ที่ สคบ.

ขอบคุณภาพจาก เจ้าของกระทู้พันทิป oiooo