นักดื่มพึงระวัง! ขับชน แอลกอฮอล์เกิน 50 มก. ประกันไม่จ่าย ผู้เสียหายยังคุ้มครอง

ข่าว

    นักดื่มพึงระวัง! ขับชน แอลกอฮอล์เกิน 50 มก. ประกันไม่จ่าย ผู้เสียหายยังคุ้มครอง

    ไทยรัฐออนไลน์

    3 มิ.ย. 2560 18:00 น.

    มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 60 ที่ผ่านมา สำหรับข้อยกเว้นกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ จากเดิม “การขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์” แก้ไขข้อความเป็น “การขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์”

    นายตนุภัทร รัตนพูลชัย รองเลขาธิการ ด้านกฎหมาย คดี และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า การแก้ไขแบบข้อความกรมธรรม์ประกันภัย และเอกสารแนบท้ายของกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวนี้ เป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2537) ออกตามความใน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยกำหนดว่าบุคคลที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่า “เมาสุรา”

    นายตนุภัทร รัตนพูลชัย รองเลขาธิการ คปภ.
    นายตนุภัทร รัตนพูลชัย รองเลขาธิการ คปภ.

    โดยเอกสารแนบท้ายของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้นั้น จะส่งผลให้ผู้ขับขี่รถเอาประกันภัยภาคสมัครใจ หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เมื่อประสบอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากกรมธรรม์

    แต่ในส่วนของผู้ประสบภัยหรือบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายจากรถคันที่เอาประกันภัยดังกล่าวยังคงได้รับความคุ้มครอง โดยบริษัทประกันภัยของรถคันที่เอาประกันภัยฝ่ายผิด จะต้องให้ความคุ้มครองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยบริษัทประกันภัยจะไปไล่เบี้ยเรียกคืนค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทจ่ายไปจากผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ต่อไป

    แต่ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนปริมาณแอลกอฮอล์ดังกล่าว ไม่กระทบต่อความคุ้มครองของการประกันภัยรถภาคบังคับ

    หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มก. เมื่อประสบอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครอง
    หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มก. เมื่อประสบอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครอง

    “เหตุผลที่คุ้มครองแต่บุคคลภายนอกนั้น เนื่องจากว่าบุคคลภายนอกไม่ทราบว่าผู้เอาประกันเมาแล้วขับ บริษัทจึงคุ้มครองบุคคลภายนอกเหมือนเดิม แต่ผู้เอาประกันทราบดีว่าเงื่อนไขข้อยกเว้นของกรมธรรม์คืออะไร แต่ยังกระทำ จึงเห็นว่าผู้เมาแล้วขับไม่สมควรที่จะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้เอาประกันด้วย” นายตนุภัทร อธิบาย

    ผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายจากรถคันที่เอาประกันภัยดังกล่าวยังคงได้รับความคุ้มครอง
    ผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายจากรถคันที่เอาประกันภัยดังกล่าวยังคงได้รับความคุ้มครอง

    ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เมื่อบริษัทประกันออกข้อยกเว้นเมาไม่จ่ายเข้มงวดถึงเพียงนี้ แนวโน้มของการเกิดอุบัติเหตุจะลดลงด้วยหรือไม่ นายตนุภัทร กล่าวว่า “ผมคาดว่าอุบัติเหตุน่าจะลดลง เพราะคนเมาจะตระหนักได้ว่า หากขับรถไปแล้วเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นคุณต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด ขณะที่เมื่อก่อนทางประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบให้ ซึ่งถึงแม้ว่าทางบริษัทประกันภัยเองจะรับผิดชอบให้กับผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมหรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องแล้วนั้น คุณก็จะถูกไล่เบี้ยคืนตามจำนวนเงินที่ทางบริษัทประกันจ่ายไปให้กับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคุณยังมีความผิดทางอาญาอีกด้วย จะผิดทั้งสองเด้ง ดังนั้น ก่อนขับขี่ยวดยานพาหนะจะต้องตระหนักให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น”

    แต่อย่างไรก็ตาม กรณีการไล่เบี้ยคืนกับผู้เอาประกันซึ่งคือเจ้าของรถคันนั้น แต่หากผู้เอาประกันไม่มีทรัพย์ให้ หรือเสียชีวิตขณะเกิดอุบัติเหตุ ทางบริษัทก็ไม่สามารถไล่เบี้ยคืนได้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ประกันรถยนต์คปภ.ปริมาณแอลกอฮอล์เมาไม่จ่ายทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 12:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์