หลังจากกลุ่มนักลงทุนจีนบุกเช่าที่ชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารของประเทศลาว เพื่อทำสวนกล้วย โดยไม่สนใจวิธีการ แม้ว่าจะต้องใช้สารพัดสารเคมี และสารกำจัดศัตรูพืช มากมายแค่ไหน ขอเพียงแต่ให้เก็บผลผลิตให้ได้มากที่สุด และไม่เหี่ยวเฉาเป็นสำคัญ เพราะผลลัพธ์ของการทำธุรกิจไร้ธรรมาภิบาลนั้น ได้ผลตอบแทนอย่างมหาศาล
แน่นอนว่า การทำธุรกิจแบบนี้ ส่งผลให้พื้นดินบริเวณนั้นชุ่มโชกไปด้วยสารเคมี สภาพพื้นดินเสียหายหนักจนไม่สามารถปลูกพืชชนิดอื่นต่อได้ สารเคมีปนเปื้อนลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ และที่สำคัญ คนงานชาวลาวป่วยหนัก จากสารพิษในสวนกล้วย กระทั่ง รัฐบาลลาวได้ออกมาห้ามไม่ให้มีการเช่าที่ดินเพื่อปลูกสวนกล้วยจากนักลงทุนจีนเด็ดขาด
ขณะที่ ชาวไทยได้ร่วมทุนกับนักธุรกิจจีนทำสวนกล้วยใน อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย จำนวน 2,700 ไร่ ด้วยเช่นกัน โดย คนงานในสวนกล้วยยักษ์ใหญ่ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เพื่อนๆ มาจาก อ.ขุนตาล อ.พญาเม็งราย อ.เชียงของ อ.เทิง ส่วนมากจะเป็นญาติๆ กัน รวมทั้ง ยังมีกลุ่มม้งด้วย โดยได้ค่าแรง วันละ 300 บาท ซึ่งคนงานทุกคนมีความสุขดีที่ได้ทำงานใกล้บ้าน จากที่มีรายได้แค่การทำนาปรัง แต่เมื่อมาทำงานในสวนกล้วยก็ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น
...
ไขสาเหตุ ไฉนคนจีนนิยมกินกล้วยหอม!?
“กล้วยหอม” ทำไมถึงนิยมปลูกกันนักหนา คนงานจากสวนกล้วยยักษ์ใหญ่ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า สาเหตุที่คนจีนนิยมกินกล้วยหอมเขียว เนื่องจากว่า กล้วยหอมเขียวจะมีคุณสมบัติพิเศษ ปรับสมดุล ทางเพศชายหญิง และคนจีนดื่มสุราเก่ง เวลาดื่มเหล้าก็กินกล้วยจะทำให้สร่างเมาเร็ว โดยมักจะวางกล้วยหอมไว้บนโต๊ะเหล้าด้วย
อย่างไรก็ดี สำหรับลูกค้าของสวนกล้วยที่นี่จะเป็นคนจีน ที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาซื้อกล้วยหอมที่สวนอยู่เป็นประจำ ซึ่งจะส่งออกไปยังประเทศจีนอย่างเดียว ไม่ได้ขายในประเทศไทย
สวนกล้วยไทย ปฏิเสธสารเคมีจีน เข้าใจบทเรียนจากลาว
คนงานจากสวนกล้วย ยังเล่าต่อว่า ขั้นตอนการปลูกนั้น ทางชาวจีนจะได้ส่งเนื้อเยื้อกล้วยหอมเขียวมาให้กับทางสวน ซึ่งเป็นสายพันธุ์พิเศษ มีรสชาติดี ส่วนการใส่ปุ๋ย ลอตแรกระยะลงหลุม 3-4 วันจะให้ปุ๋ยสูตร 16-16-16 และผ่านไป 10-15 วันจะให้ปุ๋ยอีกครั้ง ประมาณ 1 เดือน จะให้ปุ๋ย 3 ครั้ง
แต่ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีนักวิชาการชาวจีนนำสารเคมีชนิดหนึ่งมาให้ใช้กับสวนกล้วยแห่งนี้ ซึ่งมีลักษณะเป็นเหมือนฮอร์โมน คล้ายกับน้ำหมัก แต่ได้ปฏิเสธไป โดยให้เหตุผลว่า อ่านภาษาจีนบนขวดสารเคมีนั้นไม่ออก ประกอบกับคนงานในสวนเป็นพี่น้อง จึงกลัวว่าเป็นยาอันตราย เมื่อใช้ไปแล้วอาจจะเป็นอันตรายกับคนงานในสวนได้
อย่างไรก็ดี ทางนักวิชาการจีนก็ยินยอม เพราะได้แสดงให้พวกเขาเห็นว่าสารเคมีของไทยก็ทำให้กล้วยในสวนสวยงามและมีคุณภาพได้เช่นกัน โดยใช้ยาฆ่าหญ้ากรัมม็อกโซน ฮอร์โมนพ่นหวีกล้วยก็ใช้ยาร่าวิต้า โบรอน สังกะสี ไม่ใช้สารเคมีจากจีนเลย
ด้าน หุ้นส่วนสวนกล้วยชาวไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เข้าใจบทเรียนการทำสวนกล้วยที่ประเทศลาว แต่เชื่อมั่นว่าหุ้นส่วนชาวจีนเป็นคนดี และได้อธิบายว่าไม่เอาสารเคมีและยาจากประเทศจีน ซึ่งเขายอมรับฟังในสิ่งที่ตนต้องการ
ตะลึง! เอ็นจีโอ ระบุ สวนกล้วยจีนในลาว ใช้สารเคมีกว่า 140 ชนิด
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) ได้อธิบายถึงผลกระทบของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการทำสวนกล้วยจีนในประเทศลาว ว่า การปลูกกล้วยหอมเชิงเดี่ยวในพื้นที่ขนาดใหญ่จะเป็นระบบการปลูกที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด
...
ฉะนั้น จึงต้องใช้สารเคมีจำนวนมาก อย่างสวนกล้วยจีนในประเทศลาวนั้น มีการใช้สารเคมีมากกว่า 105-140 ชนิด ซึ่งปริมาณการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในการปลูกกล้วยเชิงอุตสาหกรรมมากกว่าระดับการใช้โดยทั่วไปประมาณ 10-20 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่การปลูกพืชเกษตรอื่นๆ โดยทั่วไป อีกทั้ง รายงานของ PAN UK และ IUCN ยังพบว่า ระดับการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในพื้นที่ปลูกกล้วยนั้น สูงพอๆ กับการทำไร่ฝ้ายเลยทีเดียว
ไบโอไทย เผย ผลตรวจสารเคมีสวนกล้วยจีน อ.พญาเม็งราย พบ 4 สารอันตราย
นายวิฑูรย์ ยังได้ให้ข้อมูลหลังจากนำตัวอย่างกล้วยหอมไปตรวจเมื่อปี 2559 ระบุว่า สารเคมีที่พบในสวนกล้วยจีน ใน อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย มีทั้งหมด 7 ชนิด ซึ่งอยู่ 4 ชนิดที่เป็นอันตราย ได้แก่ “ไกลโฟเสต” หรือ ยาฆ่าหญ้า เป็นสารที่องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นสารที่น่าจะก่อมะเร็ง และกระทรวงสาธารณสุข มีข้อเสนอให้มีการยกเลิกการใช้ในพื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ เพราะฉะนั้น พื้นที่ๆ ปลูกกล้วยในเชียงราย จึงชัดเจนว่า ปลูกในพื้นที่ต้นน้ำ และเป็นแหล่งน้ำสะอาด
...
ส่วนชนิดที่สอง “โปรคลอราช” หรือ สารกำจัดเชื้อรา โดยในประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่อนุญาตให้ใช้ ส่วนประเทศบราซิลจะแบนในปี 2017 สารตัวนี้มีผลต่อระบบสืบพันธุ์
สำหรับชนิดที่สาม “โพรพิโคนาโซล” หรือ สารกำจัดเชื้อรา มีผลเป็นพิษต่อปลาอย่างรุนแรง โดยคำแนะนำของหลายประเทศไม่ให้ใช้ในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ
และชนิดสุดท้าย “ฟิโปรนิล” หรือ สารฆ่าแมลง มีผลเป็นพิษร้ายแรงต่อปลาเช่นเดียวกัน และมีผลต่อผึ้งด้วย หลายประเทศห้ามใช้ในพื้นที่ๆ มีการเลี้ยงผึ้ง หรือ พื้นที่ๆ ต้องการอาศัยการผสมเกสร เช่น ข้าวโพด และทานตะวัน
“การที่ทางสวนกล้วยรู้ล่วงหน้าว่าจะไปตรวจก็อาจทำให้มีผลของสารเคมีลดน้อยลงได้ รวมทั้ง การที่ไปตรวจในครั้งนั้น เป็นช่วงระยะเริ่มต้นของการทำสวนกล้วย เพราะฉะนั้น สารเคมีในขณะนั้น เทียบกับปัจจุบันไม่ได้ แต่เชื่อว่าเมื่อมีการปลูกกล้วยในระยะยาวติดต่อกันหลายๆ ปี อาจมีการสะสมของสารเคมีกําจัดศัตรูพืชในดินมากกว่านี้ รวมถึง ชนิดของการใช้ก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย และสุดท้ายมันจะเป็นแหล่งรวมของสารเคมีและโรคภัยหลายชนิด
...
ขณะที่ ในวันนี้ผลอันตรายต่อร่างกายจากสารเคมีที่ใช้ อาจจะยังไม่เห็นชัด แต่วันข้างหน้ามีผลแน่นอน อาจจะใช้ระยะเวลามากกว่า 5 ปี เพราะสารดังกล่าวเป็นสารที่มีพิษภัยเรื้อรัง ยกเว้น สารที่มีพิษต่อปลา อาจจะเห็นผลเร็วๆ นี้ และขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย ไม่เช่นนั้นในต่างประเทศคงไม่ห้ามใช้” ผู้อำนวยการไบโอไทย ระบุ
ยังไม่ขยายพื้นที่เพิ่ม! สถานการณ์กลุ่มทุนจีนปลูกกล้วยในไทย มี 2 จังหวัด
ขณะที่ นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา อ.เชียงของ จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ล่าสุด ทราบว่า พื้นที่ๆ เป็นข่าวไม่ได้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกสวนกล้วยเพิ่ม ส่วนพื้นที่อื่นๆ ที่กลุ่มทุนจีนมาขอเช่าพื้นที่ทำสวนกล้วยมีที่ อ.จุน จ.พะเยา เป็นแปลงทดลองอีกแปลง ซึ่งตอนนี้มี 2 จังหวัด คือ จ.เชียงราย กับ จ.พะเยา จังหวัดอื่นยังไม่มีกลุ่มทุนจีนเช่าพื้นที่
เกษตรอำเภอพญาเม็งราย ยัน ตรวจเข้มปุ๋ยในสวน พร้อมเก็บตัวอย่างเลือดคนสวนตรวจ
ด้าน นายเลิศชัย ดอนชัย เกษตรอำเภอพญาเม็งราย จ.เชียงราย กล่าวว่า จากที่มีความกังวลของชาวบ้านเรื่องผลกระทบการสวนกล้วยหอมส่งออกจีน หลังจากที่ข่าวสวนกล้วยฝั่ง สปป.ลาวถูกนำเสนอ แต่ยืนยันว่า สวนกล้วยฝั่งไทย พื้นที่พญาเม็งรายและอำเภอใกล้เคียง ไม่มีการขยายแปลงเพิ่ม และมีการควบคุมการใช้ปุ๋ยและสารเคมีอย่างต่อเนื่อง จากหน่วยงานและกรมวิชาการเกษตรที่มาเก็บตัวอย่างสุ่มตรวจ น้ำ ดิน ตามตารางเวลา
ส่วนเรื่องการตรวจสารพิษในเลือด ได้มีการส่งตรวจครั้งที่สอง ไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่าน โดยแบ่งตรวจเป็น 3 กลุ่ม คือ คนงานในสวน เกษตรกรรอบๆ สวนกล้วย และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนี้อย่างมี ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มาทำวิจัยเก็บตัวอย่างตรวจสารพิษตกค้างในสวนกล้วยด้วยเช่นกัน
ส่วนปัญหาการใช้น้ำในปีที่ผ่านมาไม่มีการร้องเรียนจากชาวบ้าน เนื่องจากปีนี้ฝนมาเร็ว ทำให้ไม่มีปัญหาการแย่งชิงน้ำ น้ำเพียงพอยังไม่มีการเจาะบ่อบาดาลเพิ่มใช้น้ำจากลำน้ำอิง และบ่อบาดาลเดิม 2 บ่อ ในฐานะเกษตรอำเภอที่ต้องดูแล ก็จะมองทั้งสองด้าน หากสวนกล้วยอยู่ได้ เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ถ้าเป็นสารพิษ ก็ไม่ดีก็ต้องควบคุมดูแลไม่ให้ส่งผลเสีย
เจ้าของสวนกล้วย จ่อลงกล้วยไข่กำแพงเพชรเพิ่ม
นางวงเดือน คล้ายวิเชียร ผจก. หจก.พญาเม็งรายการเกษตร กล่าวว่า จากปีที่แล้วยังไม่ได้ปลูกกล้วยหอมเพิ่มยังคงปลูก 1,000 กว่าไร่ ในพื้นที่แปลง 2,700 ไร่ แต่ได้เตรียมแปลงที่จะปลูกกล้วยไข่กำแพงเพชรเพิ่มอีก 300,000 ต้น บนพื้นที่ประมาณ 750 ไร่ เนื่องจากขณะนี้ ชาวจีนสนใจรับซื้อกล้วยไข่กำแพงเพชร ซึ่งพื้นที่จันทบุรีมีการปลูกกล้วย และชาวจีนได้ตั้งเต้นรับซื้อและส่งออกทางด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่ อ.เชียงของ ซึ่งบางครั้งผลไม้อื่น หรือกล้วยไข่ที่จันทบุรีไม่เต็มตู้ ก็จะมาแวะรับซื้อกล้วยหอมที่สวนไปเพิ่ม ตนจึงเตรียมลงกล้วยไข่เพิ่ม เพราะชาวจีนเริ่มนิยมมากขึ้น โดยทุกวันนี้จะส่งออกประมาณวันละ 2 ตู้ หรือ ประมาณ 2 หมื่นกว่ากิโลกรัม
ชาวบ้านริมโขง หวั่น สารพิษจากสวนกล้วยตกค้างในดิน-น้ำ
ขณะที่ นายเลื่อน ผิวผ่อง กำนันตำบลบ้านต้า อ.ขุนตาล กล่าวว่า ในช่วงหน้าแล้งชาวบ้านได้ช่วยกันทำฝ่ายกั้นน้ำไว้ก่อน ทำให้บรรเทาปัญหาเรื่องน้ำไม่เพียงพอไปได้ และในปีนี้เนื่องจากฝนมาเร็ว จึงยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่ก็ต้องให้ทางหน่วยงานได้ทำตามที่ตกลงกันในที่ประชุมว่าจะมีการทำการวัดระดับน้ำและการควบคุมไม่ให้สวนกล้วยหรือเกษตรแปลงใหญ่สูบน้ำเมื่อน้ำลดระดับลงต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้ และมีการดูแลควบคุมเรื่องสารเคมีตามแผนที่ได้แจ้งชาวบ้านไว้
ส่วนปัญหาเรื่องสารเคมี เนื่องจากปีที่แล้วระดับน้ำลดจึงมองเห็นสีของน้ำและผลกระทบมีอาการแพ้ในเด็ก และคนแก่ได้ชัด ปีนี้ยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจน แต่ชาวบ้านก็มีความกังวลในระยะยาวเรื่องสารตกค้างที่สะสมในดินและน้ำที่ใช้ร่วมกัน
กรมประมง เผย ยังไม่สรุปเหตุปลาน็อกน้ำ
ด้าน นายพิสิฐ ภูมิคง นักวิชาการประมงชำนาญการ กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง กล่าวว่า จากการที่มีชาวบ้านสงสัยว่าการที่ปลาขึ้นมาลอยคอให้จับในบางช่วงนั้น ทางกรมได้สอบถามมาทางพื้นที่ ให้นำปลาไปตรวจหาสาเหตุ แต่เนื่องจากพื้นที่ริมน้ำโขงไม่มีหน่วยงานที่ดูแลโดยตรง จึงต้องส่งไปตรวจที่ จ.พะเยา ดังนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ปลาเป็นเช่นนั้น และหากเกิดภาวะเช่นนั้นอีกก็จะประสานให้ชาวบ้านส่งปลาไปตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุ.
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สวนกล้วยจีน EP.1 เปิดอาณาจักร 2 พันไร่ ทุนมังกรบุกไทย อ้างช่วยชาวนา
สวนกล้วยจีน EP.2 เอฟเฟกต์ทุนนอก หวั่นสารเคมีทะลัก เม็ดเงินไม่เข้าไทย
คุ้มไหม? ชาวลาวสยอง ฤทธิ์เดชนักลงทุนจีน เช่าที่ปลูกกล้วยโชกชุ่มสารเคมี
ลาวห้ามแล้ว! ไทยทำไมยังเฉย! ร่วมกระทุ้งรัฐ แบนจีนปลูกกล้วยโชกสารเคมี
เริ่มป่วยแล้ว! ชาวสวนลาวแห่รักษาตัวในไทย หลังปลูกกล้วยชุ่มสารเคมี