หลังโซเชียลแห่แชร์ภาพแม่สุนัขคาบลูกฝ่าสายฝนไปยืนขวางรถตำรวจหนุ่มให้ช่วยทำแผลให้ลูกของตนนั้น โดยตำรวจที่อยู่ในภาพคือ ส.ต.อ.บุญแสน เมฆหมอก อายุ 35 ปี สังกัดกองกำกับการซักถาม 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฮีโร่ของน้องหมาใน จ.ยะลา นั่นเอง
ส.ต.อ.บุญแสน เริ่มเล่าให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า ปกติตนเป็นคนรักสัตว์และชอบช่วยเหลือสัตว์อยู่แล้ว ทำให้ในรถของตนจะมีอาหารและยารักษาสัตว์เตรียมพร้อมไว้อยู่เสมอ เพราะหากพบเจอสุนัขที่ไหนก็สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันที ซึ่งสุนัขแถวที่ทำงานมักจะจำรถของตนได้เพราะช่วยเหลือกันบ่อย ยิ่งเวลาสุนัขหิวก็ชอบวิ่งมาไล่ตามรถตนอยู่เป็นประจำ
...
ส่วนวันที่เกิดเหตุ (19 พ.ค.) ฝนตกพรำๆ ระหว่างที่ตนกำลังเคลื่อนรถออก ได้เห็นแม่สุนัขคาบลูกเดินมาขวางหน้ารถ และวางลูกลงบนพื้นถนน ก่อนจะเดินถอยห่างออกมา คล้ายกับว่าต้องการจะให้ตนช่วยรักษาลูกของมัน เพราะโดยปกติตนให้อาหารและรักษาสุนัขอยู่บ่อยๆ จนกลุ่มสุนัขจำกลิ่นจำรถได้ จากนั้น ตนได้นำอุปกรณ์การรักษาที่อยู่ในรถออกมาช่วยเหลือลูกสุนัข หลังจากรักษาเสร็จได้ย้ายลูกสุนัขมานอนหลบไว้ใต้ตึก โดยเอาผ้าขนหนูมารองไว้ให้นอนสบายๆ แต่แม่สุนัขกลับไม่ยอมนอนกับลูก โดยเสียสละให้ลูกนอน ส่วนตัวเองไปนอนกลางดินแทน
“ตัวนี้ไม่ใช่สุนัขตัวแรกที่ผมรักษาครับ ผมรักษามาแล้วหลายตัวจนจำไม่ได้แล้ว เป็นร้อยตัวก็ว่าได้ ทั้งสุนัขทั้งแมว มีทั้งโดนรถชนตายข้างถนนก็มี โดยเวลาผมเห็นแล้วจะรีบกลับบ้านไปถอดเครื่องแบบตำรวจออกก่อน แล้วจึงไปช่วยเก็บศพมันไปฝัง เพราะหากใส่เครื่องแบบไปอุ้ม ชาวบ้านก็จะมองว่า ตำรวจเหยียบสุนัข บางคนถ่ายรูปไปลงสื่อออนไลน์แชร์กันอย่างเข้าใจผิดก็ต้องมาแก้ข่าวทีหลังอีก” ตำรวจหนุ่ม กล่าว
ส.ต.อ.บุญแสน เล่าต่อว่า สุนัขที่อยู่ในพื้นที่สีแดงโซนอันตราย มักจะอาศัยอยู่ตามกองขยะ ซึ่งตนก็ได้ไปให้อาหารอยู่บ่อยๆ แต่ไม่สามารถโพสต์รูปหรือลงรูปในโซเชียลได้ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายถูกคนร้ายตามมาลอบยิงได้ ขณะที่ ครั้งก่อนหน้านี้มีสุนัขถูกยิง ตนกับเพื่อนทหารก็รีบไปช่วย ซึ่งเวลานั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว ค่อนข้างอันตราย แต่หลังจากช่วยจนพาไปรักษาได้ สุนัขตัวนั้นก็รอดตายอย่างหวุดหวิด
...
“เหตุผลที่ช่วยเหลือสัตว์น่ะเหรอครับ? คงเพราะไม่มีใครมาช่วยมั้งครับ ยิ่งมันอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้แล้วด้วย ยิ่งอันตราย โดยเฉพาะสุนัขที่โดนลูกหลงถูกยิงมีเยอะ ซึ่งได้ช่วยรักษาไปเยอะแล้วเหมือนกัน แต่หากเป็นเคสหนักๆ เช่น เอวหักก็จะส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ ส่วนเคสเบาๆ เป็นแผลถูกฟัน ถูกยิง รักษาเองได้ทันทีเลยครับ” นายตำรวจวัย 35 ปี เอ่ยถึงเหตุผลที่ช่วยเหลือสัตว์
...
ตำรวจหนุ่มหัวใจรักสัตว์ยอมรับว่า ตนไม่เคยเรียนทางด้านการรักษาสัตว์เลย ได้แต่เคยไปแอบดูหมอทำแผลให้สัตว์ในโรงพยาบาลสัตว์ เพราะเมื่อก่อนตนไม่ได้รักษาเอง เมื่อพบเจอสุนัขบาดเจ็บก็จะช่วยพาไปที่โรงพยาบาลสัตว์อยู่บ่อยครั้ง จึงอาศัยครูพักลักจำ แล้วเอามาทำเอง แม้แต่ฉีดยาก็ทำเองทั้งหมด จนมีประสบการณ์รักษามากขึ้น
“อันที่จริงที่บ้านผมไม่ได้เลี้ยงสุนัขนะ มีแต่แมว 4 ตัว เพราะไม่มีพื้นที่ ส่วนที่ทำงานก็ให้อาหารสุนัขแถวนั้นทุกวัน ฉีดยาเห็บหมัดให้ด้วย ซึ่งสุนัขที่นั่นจะสะอาด สุขภาพดีทุกตัวเลยครับ และทำแผลเองทั้งหมด ส่วนสุนัขที่อยู่ด้านนอกหากพบเจอก็จะให้อาหารและช่วยเหลือเหมือนกัน” ตำรวจหนุ่มพูดอย่างภูมิใจ
...
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เริ่มช่วยเหลือสุนัขมาตั้งแต่เมื่อไร ส.ต.อ.บุญแสน ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนตอบว่า “ผมเองก็จำไม่ได้เหมือนกันนะว่ากี่ขวบ แต่รู้สึกว่าเริ่มช่วยมาตั้งแต่เด็กๆ เลย แม่เคยเล่าให้ฟังว่า ตอนเด็กๆ ประมาณ 4 ขวบ มีคนตีสุนัขและจับโยนลงไปในน้ำ ผมก็กระโดดน้ำลงไปช่วยสุนัข แต่ตัวเองเกือบจมน้ำ โชคดีที่มีคนกระโดดลงมาช่วยทัน ไม่งั้นคงไม่มีผมในวันนี้แน่ๆ และตอนเด็กๆ ก็ยังเคยแอบเอาแมวเข้ามาเลี้ยงที่บ้านด้วย แต่แม่ไม่ให้เลี้ยง ก็เลยต้องเอาแมวไปแอบไว้ในตู้เย็นแทน (หัวเราะ)”
“พอโตขึ้นมาตอนยังไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงินเดือน ก็ให้อาหารอย่างเดียว และหลังจากที่เข้ามาเป็นตำรวจ อายุประมาณ 26 ปี เริ่มมีเงินเดือนแล้ว ก็หันมารักษาสุนัขเพิ่มเติมด้วย”
สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือยา ใช้ทุนจากส่วนไหน ตำรวจชายแดนใต้ เล่าว่า ลำพังเงินเดือนตำรวจไม่ได้มีมากพอที่จะสนับสนุนส่วนนี้ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคสหนักๆ ที่ต้องพาไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ ตนจึงต้องโพสต์เฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือไปยังเพื่อนๆ แต่ตนไม่ขอรับเงิน โดยให้โอนเข้าไปที่โรงพยาบาลสัตว์แทน ซึ่งเพื่อนก็ยินดีช่วยเหลือหลายเคส นอกจากนี้ เมื่อบริจาคเข้ามาก็มีเงินเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งจะใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาเคสต่อๆ ไป
ขณะเดียวกัน เคยผู้ใจดีหลายคนจะบริจาคเงินให้ตน เพื่อนำไปช่วยเหลือสุนัข แต่ตนไม่ขอรับ โดยแนะนำให้สั่งซื้ออาหารในนามตนที่โรงพยาบาลสัตว์ยะลาแทน เพื่อที่ตนจะได้นำอาหารมาแบ่งปันสุนัขต่อไป ถ้ามีปริมาณเยอะก็จะไปแจกตำรวจตามฐานต่างๆ ที่มีสุนัขจรจัดอยู่
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่สนใจจะช่วยเหลือสุนัขกับ ส.ต.อ.บุญแสน สามารถส่งอาหารและยามาได้ที่ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมจ่าหน้าซองว่า ส.ต.อ.บุญแสน เมฆหมอก (ตร.สนามชายแดนใต้) ไปรษณีย์จะไม่คิดเงินค่าส่ง แต่จำกัดน้ำหนัก 1 กล่อง ไม่เกิน 5 กก. โดยจะส่งกี่กล่องก็ได้ไม่จำกัด
“ถามว่าเหนื่อยไหมก็ไม่เหนื่อยนะครับ สนุกดี ได้ช่วยเหลือสุนัข ถามว่าได้อะไรจากการทำไหม ผมไม่ได้คิดอะไร ทำเพราะสงสาร อยากช่วยเหลือมัน บางทีคนเราเจ็บเราไปโรงพยาบาลเองได้ แต่เวลาสุนัขเจ็บมันไปโรงพยาบาลเองไม่ได้ นอนเจ็บอยู่ตรงนั้น” ตำรวจหัวใจรักสัตว์ กล่าวทิ้งท้าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รักยิ่งใหญ่ของแม่หมา! คาบลูกบาดเจ็บฝ่าฝนขวางรถตำรวจ วอนช่วยทำแผลให้
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก บุญแสน เมฆหมอก