วันก่อนมีสุภาพสตรีคนหนึ่งเขียนมาปรับทุกข์ในเฟซบุ๊กแฟนเพจ kateinspirer ว่าเธอพักอยู่หอพักแห่งหนึ่ง สิ่งที่ทำให้เธอทุกข์ใจก็คือ แถวนั้นมีโจรขโมยชุดชั้นในที่เธอซักตากเอาไว้เป็นประจำ เมื่อสอบถามคนอื่นๆ ในหอก็พบว่าโดนกันหลายคน เธอทั้งโกรธที่ถูกขโมยของส่วนตัว และทั้งกลัวว่าคนโรคจิตนั้นจะคิดทำอะไรมากไปกว่าการขโมยชุดชั้นในหรือไม่ เธอยังเคยคิดจะแก้เผ็ดว่าถ้าชอบขโมยชุดชั้นในนักเธอกะจะเอาอุจจาระป้ายไว้ให้เป็นของแถมเสียด้วยเลย อ่านแล้วก็รู้สึกเห็นใจ ถ้าใครโดนอย่างนี้ก็คงรู้สึกโกรธ กลัว และรู้สึกเหมือนถูกคุกคามทางเพศด้วย
คนที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ ถือว่าสภาพจิตใจไม่ปกติ (อาจจะเป็นบ้าหรือไม่บ้าก็ได้) จัดเป็นความผิดปกติทางเพศประเภท fetishism พวกเดียวกันกับพวกชอบโชว์ของลับ พวกถ้ำมอง พวกถูไถบนรถสาธารณะ ฯลฯ คนพวกนี้ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาไม่ค่อยมีความสุขกับการมีเซ็กซ์กับคนปกติ หรืออาจมีความสุขก็ได้ แต่จะมีรสนิยมพึงพอใจกับวัตถุสิ่งของร่วมด้วย คือใช้วัตถุเหล่านี้กลายเป็นสิ่งเร้า สาเหตุที่ทำให้คนมีพฤติกรรมน่ารังเกียจอย่างนี้ จิตแพทย์เองก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าเกิดจากอะไร บางทีอาจเกิดจากความผิดปกติของสมองและจิตใจที่ทำให้เกิดความคิดปรุงแต่งไปต่างๆ นานา หรืออาจเกิดจากปัญหาในวัยเด็กที่ถูกสะสมในจิตใต้สำนึกก็ได้ บางทีอาจเป็นการเชื่อมโยงความสุขที่โหยหาในอดีตกับการรับรู้ผ่านอายตนะทั้ง 5 (อาจเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศก็ได้)
การเชื่อมโยงความสุขนั้น คนปกติธรรมดาก็เป็นได้ เช่น บางคนเวลาได้ทานข้าวคลุกไข่เจียวแล้วจะรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เพราะความทรงจำที่มีความสุขในวัยเด็กกับการที่พ่อแม่ป้อนข้าวคลุกไข่เจียว (ความสุขเชื่อมกับรสสัมผัส) บางคนได้กลิ่นสบู่หอมยี่ห้อที่คุณยายเคยใช้ทำให้หวนนึกถึงความรักความสงบสุขในใจตอนวัยเด็กที่คุณยายเลี้ยงมา (ความสุขเชื่อมกับกลิ่น) บางคนเวลาพูดคุยกับใครชอบเอามือสะกิดหรือแตะคนที่คุยด้วย เพราะทำให้รู้สึกอุ่นใจนึกถึงสัมผัสของพ่อแม่ในวัยเด็กที่ได้นั่งคลอเคลียพ่อแม่ (ความสุขเชื่อมกับการสัมผัส) เป็นต้น การติดสุขอย่างนี้ถือเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีพวก fetishism นั้น น่าจะเกิดจากปมปัญหาในวัยเด็กมากกว่า เรียกว่าความสุขที่ขาดหายไป เช่น อยากได้รับความรักจากแม่ แต่แม่อาจไม่สนใจ จึงต้องขโมยชุดชั้นในชาวบ้านไปดม เพื่อชดเชยความสุขในระดับจิตใต้สำนึกที่ขาดหายไปในวัยเด็กก็เป็นได้
...
การแก้ไขปัญหา อันดับแรกควรพบจิตแพทย์เพื่อให้คุณหมอวินิจฉัยก่อนว่าเป็นโรคทางสมองหรือไม่ ถ้าคุณหมอบอกว่าไม่ได้บ้าก็มาทำจิตบำบัดกับนักจิตวิทยาได้ หากญาติพี่น้องเป็นแต่ไม่ยอมรับ ก็ต้องพูดคุยและรับฟังถึงความรู้สึกของเขา และให้เขาเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้เสียหายด้วย อย่าเพิ่งตำหนิหรือสั่งสอนเขา แล้วค่อยๆ ตะล่อมว่าปัญหาเหล่านี้ แก้ไขได้
ส่วนผู้เสียหายหรือเหยื่อ ซึ่งคงไม่ได้รู้จักและไม่อยากรู้จักกับโจรผู้มีจิตผิดปกตินี้ ก็ควรตั้งสติ ปรับสภาพจิตใจให้นิ่งๆ มองว่าเขาเป็นผู้ป่วย อย่าไปสาปแช่งอะไรให้จิตเราแปดเปื้อนเลย แต่เราต้องระมัดระวังตัวหาทางป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำ เช่น อย่าตากชุดชั้นในประเจิดประเจ้อ หาแผงอะไรมาบังสายตาคนนอก ติดกล้องวงจรปิด แจ้งความกับตำรวจ และแจ้งปัญหากับผู้คุมหอและรปภ. ให้ช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา โจรโรคจิตพวกนี้บางคนอาจมีฝากข้อความอะไรไว้ให้ดูต่างหน้าด้วย ไม่ควรเขียนด่าตอบ เพราะจะทำให้โจรเกิดความสนใจอยากลองดีอีกเรื่อยไป สมัยนี้คนป่วยทางจิตมีมากขึ้น สังคมอยู่ยากขึ้น การที่เรามีสติ ไม่ประมาท และรู้จักการปกป้องตนเองจะดีที่สุดค่ะ
ใครมีปัญหา ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือเข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ