หอการค้าสระแก้ว ร้อง ตม.สระแก้วประสาน ตม.เขมร เร่งจัดระเบียบรถเข็นล้อเลื่อนกัมพูชา ที่ต่อเติมจนมีขนาดใหญ่เกินกำหนด เข็นบรรทุกสิ่งของเข้าฝั่งไทย ส่งผลให้รถบรรทุกสินค้าส่งออกไปยังเขมรติดขัดยาวเหยียด ทำให้เป็นผลเสียต่อการส่งออก จึงประสาน ตม.ปอยเปตมาร่วมหารือ...
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 พ.ค.60 นายสุรวุฒิ วงษ์สำราญ กรรมการหอการค้าจังหวัดสระแก้ว ฝ่ายโลจิสติกส์ และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าออกไปกัมพูชา ได้เดินทางเข้าพบเพื่อร้องต่อ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว กรณีผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งสินค้าออกไปกัมพูชาได้รับความเดือดร้อนจากรถเข็นล้อเลื่อนกัมพูชาที่เข้ามาบรรทุกสินค้าจากตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แล้วนำออกไปส่งในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ผ่านด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยผู้ประกอบการชาวเขมรได้ต่อเติมและดัดแปลงรถเข็นล้อเลื่อนให้ใหญ่โตขึ้นจนใหญ่กว่ารถบรรทุก 6 ล้อของไทย โดยทำจากโครงไม้และโครงเหล็ก และใช้ล้อรถยนต์เป็นล้อเลื่อน เพื่อบรรทุกสินค้าได้จำนวนมาก แต่ก็ยังใช้แรงงานกรรมกรชาวเขมรเป็นผู้เข็น ทำให้เกิดการเกะกะและกีดขวางการจราจรบนถนนจากตลาดโรงเกลือไปจนถึงหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ทำให้รถบรรทุกสินค้าจากไทยที่นำสินค้าออกไปส่งในฝั่งกัมพูชา ซึ่งมีจำนวนมากวันละกว่า 300 คัน และส่วนใหญ่เป็นรถพ่วงและรถเทรลเลอร์ ทำให้เกิดการติดขัดยาวเหยียดบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ส่งผลเสียต่อการส่งสินค้าออกไปกัมพูชาจากความล่าช้า
...
หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.เบญจพล รีบรุดไปตรวจสอบบนถนนสุวรรณศร จากทางแยกเข้าตลาดโรงเกลือ ไปหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบมีรถบรรทุกสินค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุกพ่วงและรถเทรลเลอร์จำนวนมากติดขัดต่อท้ายกันยาวเหยียด จากหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ มาจนถึงทางแยกเข้าสุสาน กม.5 อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ระยะทางยาวกว่า 3 กม. และพบว่ามีกรรมกรชาวกัมพูชาเข็นรถเข็นล้อเลื่อนขนาดใหญ่ใช้ล้อรถยนต์เป็นล้อรถเข็น ความกว้างของรถเข็นประมาณ 2 เมตร และยาวประมาณ 5 เมตร บรรทุกสินค้าจากตลาดโรงเกลือมาเต็มคันรถแล้วใช้กรรมกรชาวเขมร 4-5 คนช่วยกันเข็นจำนวนหลายสิบคัน แต่ไม่สามารถใช้ความเร็วได้ต้องเข็นมาอย่างช้าๆ ทำให้เป็นที่กีดขวางการจราจรของรถบรรทุกสินค้า
จากนั้น พ.ต.ท.เบญจพล จึงได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.ซึม สมอาด หัวหน้าด่าน ตม.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ส่ง จนท.ผู้ควบคุมด่าน ตม.ปอยเปต มาร่วมหารือที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยฝ่ายไทยได้ขอความร่วมมือฝ่ายกัมพูชาให้แจ้งเตือนผู้ประกอบการรถเข็นล้อเลื่อนชาวกัมพูชาห้ามไม่ให้นำรถเข็นล้อเลื่อนที่ดัดแปลงจนใหญ่เกินขนาดเข้ามาบรรทุกสินค้าในประเทศไทย เนื่องจากเป็นสาเหตุทำให้การจราจรติดขัดและเป็นการละเมิดกฎหมายจราจรทางบกของไทย โดยร้องขอให้ จนท.ตม.ปอยเปต ของกัมพูชาประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการชาวเขมรได้รับรู้โดยทั่วกัน และให้รีบปรับเปลี่ยนรถเข็นล้อเลื่อนขนาดใหญ่ทำให้เล็กลงเพื่อการขนส่งสินค้าให้คล่องตัว จะได้ไม่ทำให้การจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ซึ่งทางฝ่าย จนท.ตม.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้ให้ความร่วมมือและรับปากจะไปแจ้งเตือนผู้ประกอบการชาวกัมพูชาตามที่ ตม.ไทยเสนอแนะมา และขณะ จนท.กำลังหารือกันบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก็ได้พบกรรมกรชาวเขมรเข็นรถเข็นล้อเลื่อนขนาดใหญ่ที่ทำจากโครงเหล็ก มีแผงข้าง กว้างประมาณ 2.20 เมตร ยาว 5 เมตร โดยใช้ล้อรถยนต์ 6 ล้อมาเป็นล้อเลื่อน เข็นข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย จึงได้ร่วมกันตรวจสอบจากนั้น จนท.จึงร่วมกันแจ้งผู้ประกอบการชาวเขมรห้ามไม่ให้นำรถเข็นลากเลื่อนขนาดใหญ่เข้ามาในประเทศไทย ทำให้ผู้ประกอบการชาวเขมรต้องเข็นรถเข็นลากเลื่อนขนาดใหญ่กลับออกไปทันที
พ.ต.ท.เบญจพล เผยว่า หลังจากกรรมการหอการค้าจังหวัดสระแก้ว และผู้ประกอบการรถขนส่งสินค้าออกไปกัมพูชาได้มาร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนจากรถเข็นล้อเลื่อนกัมพูชาซึ่งดัดแปลงจนใหญ่เกินขนาด ทำให้เกิดความล่าช้าในการขนส่งสินค้าออกไปกัมพูชา เมื่อมาตรวจสอบดูก็พบว่าชาวกัมพูชาได้มีการดัดแปลงรถเข็นล้อเลื่อนจนใหญ่เกินขนาด บางคันใหญ่ว่ารถ 6 ล้อของไทย ซึ่งมีกว่า 100 คัน จึงได้ประสานความร่วมมือไปยัง ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา และได้มาดูร่วมกันพบว่าเป็นไปตามที่ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าร้องเรียนมา จึงได้หารือร่วมกับฝ่ายกัมพูชา แจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการชาวกัมพูชาแก้ไขรถเข็นล้อเลื่อนให้เล็กลง เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจรและสามารถเข็นได้อย่างคล่องตัว ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีการจับกุมใดๆ เพียงแต่ขอความร่วมมือเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและให้โอกาสผู้ประกอบการชาวกัมพูชาได้แก้ไขปรับปรุง ถือเป็นการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาร่วมกันบริเวณชายแดน.