โผล่อีกราย! พ่อเลี้ยงพาลูกชายวัย 2 ขวบ 1 เดือน ส่ง รพ.อุบลฯ แจ้ง จนท.เด็กจมน้ำ แพทย์ยืนยันสิ้นใจก่อนมาถึง ตรวจสภาพศพพบมีพิรุธช้ำตามตัวและหน้าตา ตำรวจเรียกแม่แท้ๆ-พ่อเลี้ยง ให้ปากคำเพิ่ม กลับปิดมือถือหนีหายคู่

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 6 พ.ค. 60 พ.ต.ท.ธีรเจต ต่อน้อย สว.สส.สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 อุบลราชธานี ว่ามีเด็กชายวัย 2 ขวบ เข้ารับการรักษาเนื่องจากการจมน้ำ และเสียชีวิตในโรงพยาบาลราชเวชอุบลราชธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำร่างเก็บรักษาในห้องดับจิตของโรงพยาบาล รอเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังรับแจ้งจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบพร้อม พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุบลราชธานี เข้าตรวจสอบ

ภายในห้องดับจิตด้านหลังโรงพยาบาล พบร่างของ ด.ช.ไก่ อายุ 2 ปี 1 เดือน บริเวณท้องของเด็กมีร่องรอยฟกช้ำหลายจุด และบริเวณหน้าผากด้านขวาปูดบวมมีรอยช้ำ มีความผิดปกติไม่เหมือนจากการจมน้ำ จึงได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลอุบลราชธานี นำส่งแผนกนิติเวชโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

สอบถามเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. นายจิรันตน์ ปันสวน (พ่อเลี้ยง) อายุ 24 ปี ชาวระยอง นำ ด.ช.ไก่ เข้ามารับการรักษาด้วยอาการหมดสติ ไม่มีสัญญาณชีพ คาดจะเสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาลแล้ว โดยพ่อเลี้ยงให้การว่าเด็กจมน้ำก่อนเข้ารับการรักษา จากการประเมินคนไข้พบว่า เด็กเสียชีวิตก่อนที่จะถึงโรงพยาบาล ไม่สามารถยื้อชีวิตของเด็กได้ ต่อมา นายจิรันตน์ จึงขอตัวออกไปรับแม่ของเด็กที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี แล้วกลับเข้ามาพร้อมกับ น.ส.แวว (นามสมมติ) อายุ 24 ปี แม่ของเด็ก  

ด้าน น.ส.น้อย (นามสมมติ) อายุ 21 ปี น้าสาวของ ด.ช.ไก่ ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ขณะที่กำลังทำงานที่โรงงาน น.ส.แวว พี่สาว ได้โทรเข้ามาบอกให้ทำใจว่าหลานชายจมน้ำเสียชีวิต ขอให้ไปรอที่โรงพยาบาล หลังจากรับเรื่องจึงได้แจ้งให้ นายฮัมดัน (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี พ่อของเด็กทราบ แล้วรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที กระทั่งพ่อแท้ๆ มีปากเสียงกับแม่ของเด็ก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลต้องเข้าระงับเหตุ ต่อมาพี่สาวและสามีใหม่ก็หลบหนีออกไปจากโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามติดต่อกลับมาให้ปากคำ แต่ก็ปิดเครื่อง ไม่สามารถติดต่อได้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบสภาพศพของเด็ก พบว่ามีพิรุธหลายประการ ทั้งเรื่องของรอยฟกช้ำตามร่างกายและใบหน้า เวลาเกิดเหตุที่แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลขัดแย้งกันกับที่ญาติแจ้ง เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวชอย่างละเอียดอีกครั้ง.