สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รักและคิดถึง วันนี้เรามาเจอกันตรงกับวันสำคัญอีกวันหนึ่งของประเทศไทยเรา นั่นคือ วันฉัตรมงคล หลายคนรอคอยวันนี้เพราะปีนี้วันฉัตรมงคลตรงกับวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม เมื่อรวมกับเสาร์อาทิตย์ที่ 6 และ 7 ก็เท่ากับว่าเราจะได้หยุดยาวพักผ่อนกันเต็ม ๆ 3 วัน แต่ว่าหลายคนก็ต้องฝันค้างนะคะ เพราะเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติให้ปรับเปลี่ยนวันหยุดราชการของประเทศไทยครั้งใหม่ โดยมีการประกาศเพิ่มวันหยุดราชการขึ้นมา 2 วัน คือ วันที่ 28 กรกฎาคม และวันที่ 13 ตุลาคม ให้ถือว่าเป็นวันหยุดราชการ และขณะเดียวกันก็ได้ประกาศยกเลิกวันหยุดราชการเดิมหนึ่งวัน คือ วันที่ 5 พฤษภาคม จะไม่จัดว่าเป็นวันหยุดอีกต่อไป มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2560 โดยรายละเอียดก็คือ วันที่ 28 กรกฎาคม เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และวันที่ 13 ตุลาคม เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนวันหยุด 5 พฤษภาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคล ทางคณะรัฐมนตรีมีมติให้ยกเลิกวันดังกล่าว เพราะวันฉัตรมงคลถือเป็นวันขึ้นครองราชย์ของแต่ละรัชกาลนั่นเองค่ะ ก็เท่ากับว่า ปีนี้ฉัตรมงคลเราไม่หยุดกันนะคะ ก็เตรียมพักผ่อนกันแค่เสาร์และอาทิตย์เท่านั้นนะคะคุณผู้อ่าน

ภาษาไทยของคุณครูลิลลี่ครั้งนี้จึงขอหยิบเอาวันหยุดราชการที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่าง วันฉัตรมงคล มาพูดถึงกันเสียหน่อยนะคะ เริ่มกันที่ข้อสงสัยของหลาย ๆ คนเกี่ยวกับการอ่านออกเสียงวันสำคัญวันนี้ ว่าออกเสียงอย่างไรกันแน่ ฉัด-มง-คน หรือ ฉัด-ตระ-มง-คน อันนี้เราไปเปิดดูพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานกันเลยดีกว่า เปิดไปที่คำว่า ฉัตร นะคะ คำว่า ฉัตร เป็นคำนาม แปลว่า เครื่องสูงชนิดหนึ่งมีรูปคล้ายร่วมที่ซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้น ๆ ชั้นบนมีขนาดเล็กกว่าชั้นล่าง ลดหลั่นกันไปโดยลำดับ สำหรับแขวน ปัก ตั้ง หรือ เชิญเข้ากระบวนแห่เป็นเกียรติยศ ส่วนคำว่า ฉัตรมงคล นั้น สามารถอ่านได้ทั้ง ฉัด-มง-คน และ ฉัด-ตระ-มง-คน ค่ะ ไม่ผิด หมายถึงพระราชพิธีฉลองพระมหาเศวตฉัตร ทำในวันที่ตรงกับวันบรมราชาภิเษกค่ะ

...

คุณครูลิลลี่ไปค้นประวัติวันสำคัญวันนี้มาฝากค่ะ วันฉัตรมงคล เริ่มมาจากพระราชพิธีฉัตรมงคลก่อนนะคะ ซึ่งพระราชพิธีนี้เริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยทรงมีพระดำริว่า วันที่พระองค์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกนั้น เป็นมหามงคลสมัยซึ่งประเทศทั้งปวงที่มีพระเจ้าแผ่นดินย่อมนับถือวันนั้นเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาล แต่ในกรุงสยามมิได้มีการนักขัตฤกษ์อันใด ครั้งนี้วันบรมราชาภิเษกของพระองค์ตรงกับสมัยที่เจ้าพนักงานได้สมโภชเครื่องราชูปโภคแต่เดิมมา ควรที่จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตรให้เป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติ จึงได้ทรงพระราชดำริจัดการพระราชกุศลพระราชทานชื่อว่า ฉัตรมงคล นี้ขึ้น การพระราชพิธีฉัตรมงคลเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มนั้น มีสวดมนต์เลี้ยงพระ เวียนเทียนสมโภชพระมหาเศวตฉัตร ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และพระที่นั่งไพศาลทักษิณค่ะ

เพิ่มเติมกันอีกสักนิดนะคะ ตามที่บอกไว้ข้างต้น วันฉัตรมงคลเป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 และดำรงพระอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช" เนื่องจากยังมิได้ทรงผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาอยู่ ณ ทวีปยุโรป จนกระทั่งทรงบรรลุนิติภาวะ จึงได้เสด็จนิวัตประเทศไทย ดังนั้นรัฐบาลไทยและพสกนิกร จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตรหรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณครูลิลลี่อยากทิ้งท้ายไว้ในไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ก็คือพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนั้นที่ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" คิดถึงพ่อสุดหัวใจจากทุกดวงใจของชาวไทยทั้งประเทศ สวัสดีค่ะ

instagram : kru_lilly

facebook : ครูลิลลี่