แม่น้ำโขงร่ำไห้ ทุนทึ้งโกยประโยชน์

Share :
line-share-logo

นับเนื่องจากประเด็นร้อน “แม่น้ำโขง” ที่ “ลุงตู่” ตอบนักข่าวเรื่องระเบิดแก่งแม่น้ำโขงเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เสมอเหมือนกับว่า...จะเมินเสียงค้านจากนักอนุรักษ์

จี้ไปที่ประเด็นปวดหัวใจที่บอกว่า...“การระเบิดร่องน้ำในแม่น้ำโขง ทำคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว...การดำเนินการอะไรก็ต้องมีการสมยอมกันทั้ง 4 ประเทศ ไม่ใช่อยู่ที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง อีกทั้งแม่น้ำโขงก็ไม่ใช่ของประเทศไทยเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศไม่ใช่หรือ แล้วถ้ามีการดำเนินการจะเสียประโยชน์ตรงไหน”

เพียรพร ดีเทศน์ ในฐานะที่ทำงานอนุรักษ์และติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2545 บอกว่า ผ่านมาถึงปลายเดือนเมษายน วันนี้สถานการณ์ถือว่าร้อนฉ่าทีเดียว โดยเฉพาะที่แม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนไทย-ลาว จังหวัดเชียงราย ตรงข้ามแขวงบ่อแก้ว เมื่อกองเรือของคณะสำรวจชาวจีน จำนวน 7 ลำ

เข้าเขตดินแดนไทยเพื่อดำเนินการสำรวจ... “ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง”

ปมร้อนที่ว่านี้สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ให้ความเห็นชอบ แผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ค.ศ. 2015-2025 เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง และการดำเนินงานเบื้องต้น (งานศึกษาสำรวจออกแบบ)...นับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว คณะสำรวจชาวจีนมาทำงานบนเรือ 55 คน และมีเจ้าหน้าที่ไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปด้วย 4 คนเพื่อสังเกตการณ์บนเรือใหญ่ 2 ลำ ขนาด 450 ตันกรอส คือ เรือจาฟู่ 3 เรือฉีตง 9 และเรือยนต์เล็ก ดำเนินการบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และแก่งคอนผีหลง (ผาพระ)

กำหนดการสำรวจไว้ทั้งหมด 15 จุดบริเวณพรมแดนระยะทาง 96 กิโลเมตร

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลว่า การสำรวจนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ที่จีนต้องการเดินเรือขนาดใหญ่ จากท่าเรือซือเหมา ลงมาหลวงพระบาง ซึ่งเวลานี้ไทยมีท่าเรือเชียงแสน และท่าเรือเชียงของ ซึ่งจริงๆแล้วการเดินเรือในแม่น้ำโขงนั้น อย่าว่าแต่เรือ 500 ตัน หากจีนจะนำเรือขนาดใหญ่ถึง 1,000 ตัน ล่องจากยูนนานลงมาถึงหลวงพระบาง ก็สามารถทำได้ แต่ต้องบริหารจัดการน้ำที่ระบายจากเขื่อนในจีน

ซึ่งเขื่อนจิงหง ที่เชียงรุ้ง สิบสองปันนา อยู่ห่างจากพรมแดนไทย ที่อำเภอเชียงแสน เพียง 340 กิโลเมตรเท่านั้น...“การค้าขายทางน้ำกับจีนนั้น เพียงพอแล้วที่ท่าเรือเชียงแสน หากระเบิดแก่งอีกจะเกินความจำเป็นสำหรับไทย”

นิวัฒน์ ร้อยแก้ว (ครูตี๋) ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ แสดงความกังวลใจต่อโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ที่คณะสำรวจจีน กำลังดำเนินการศึกษาอยู่บริเวณพรมแดนไทยลาว ว่า เรื่องนี้เกิดตั้งแต่ปี 2543 หลังจากมีข้อตกลงการเดินเรือเสรีระหว่าง 4 ประเทศ ได้แก่ จีน พม่า ลาว ไทย

จีนได้มีการระเบิดแก่งปรับปรุงร่องน้ำโขงทางตอนบน คือเหนือสามเหลี่ยมทองคำไปแล้ว 10 แก่งใหญ่ แต่ติดอยู่ที่พรมแดนไทยลาวที่แก่งคอนผีหลง

ครูตี๋บอกว่าสิบกว่าปีที่ผ่านมาคนเชียงของเห็นชัดเจนว่าเกิดผลกระทบหลายอย่าง การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ การพังทลายของตลิ่ง ตะกอนทรายที่เกิดทับถมและขวางแม่น้ำโขง...จากตลิ่งพังทางตอนบน การผันผวนของระดับน้ำที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งขณะนี้โครงการปรับปรุงร่องน้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง เป็นการเริ่มใหม่ของเฟสที่ 2...ที่ต้องขีดเส้นใต้ไว้คือ “โครงการนี้ใช้งบประมาณจากจีน” ทั้งหมด

นักอนุรักษ์ในท้องถิ่นเห็นว่าสิ่งที่ควรดำเนินการทันที คือ ทำการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการระเบิดแก่งและการเดินเรือขนาดใหญ่ ระหว่างจีนลงมาประเทศท้ายน้ำตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง เผชิญปัญหาอย่างไรบ้าง

“แปลงเกษตรริมน้ำเสียหายเนื่องจากเขื่อนจีนระบายน้ำกะทันหัน ไก...สาหร่ายแม่น้ำโขง ไม่เกิดเนื่องจากน้ำแห้ง–ท่วม ผิดฤดูกาลกระทบวงจรน้ำขึ้นลงตามฤดูกาล และกระทบวงจรการอพยพของปลาธรรมชาติ ฯลฯ เหล่านี้คือรูปธรรมที่ชาวแม่น้ำโขงเผชิญมาตลอด”

การศึกษาที่บริษัทเอกชนจีนกำลังดำเนินอยู่ คือ การสำรวจออกแบบ ทางเทคนิค เรื่องชลศาสตร์ ฯลฯ เพื่อระเบิดแก่ง ปรับปรุงร่องน้ำ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องศึกษาคือ ระบบนิเวศแม่น้ำโขงบริเวณ 96 กิโลเมตรนี้ มีคุณค่าต่อประชาชนอย่างไร เพื่อให้เกิดข้อมูลรับรู้ร่วมกัน การเร่งดำเนินการสำรวจโดยจีนแบบนี้ เป็นไปแบบมืดๆ คือ...ไม่รู้เขารู้เรา เราต้องมีข้อมูลก่อนว่า เราจะเสียอะไรบ้าง หากระเบิดแก่งออกไป

ทุกวันนี้จีนจะระบายน้ำจากเขื่อนจิงหง ก็ไม่เคยเปิดเผยข้อมูลให้กับเรา ทางการไทยไม่เคยได้รับข้อมูลจากจีน...เจ้าท่าเชียงรายต้องถามจากคนเรือจีน ทางการจีนไม่แจ้งข้อมูลใดๆ ทั้งที่การกักเก็บและระบายน้ำจากเขื่อนจะกระทบประเทศไทย

ในฤดูแล้ง ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง ที่สามเหลี่ยมทองคำ 95% เป็นน้ำจากประเทศจีนโดยตรง (ข้อมูลจากกรมทรัพยากรน้ำ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง) จีนมีเขื่อนสร้างไปแล้ว 7 แห่งบนแม่น้ำโขง

ครูตี๋บอกว่า เวลานี้ประชาชนรู้สึกเจ็บใจ เพราะจีนมาลัดขั้นตอน เข้าเขตแดนไทยมาสำรวจออกแบบ โดยไม่ศึกษาผลกระทบความเสียหาย สิ่งนี้ไทยจำเป็นต้องทบทวน ให้เกิดกระบวนการที่โปร่งใส พิจารณาทุกอย่างให้รอบคอบ

งานวิจัยหลายแห่งชี้ให้เห็นบทบาทและอิทธิพลของจีนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบน ที่สามารถควบคุมแม่น้ำโขงได้อย่างเบ็ดเสร็จ จากเขื่อนที่สร้างกักเก็บน้ำ จีนมีอำนาจเหนือแม่น้ำโขง การเดินเรือ การระเบิดแก่ง ก็เป็นส่วนหนึ่งในการควบคุม และยังมีโครงการเขื่อนบากแบง (ลงทุนก่อสร้างโดยบริษัทจีน และอาจขายไฟฟ้าให้แก่ไทย) ที่จะสร้างกั้นแม่น้ำโขง ในแขวงอุดมไซ ลาว ก็จะช่วยบริหารน้ำยกระดับน้ำโขงให้เรือจีนสามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น ด้วยเขื่อนมี navigation lock...ให้เรือผ่านได้

คำถามสำคัญมีว่า...หากระเบิดแก่งแม่น้ำโขง แล้วไทยได้อะไร? สำหรับเรือจีน สินค้าจีนที่ค้าขายกับไทย ถึงแม้ไม่ระเบิดแก่ง ทุกวันนี้เรือก็สามารถค้าขายได้ถึงท่าเรือเชียงแสน และสามารถใช้เส้นทางรถ R3 จากคุนหมิง เข้าลาว ข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4

ที่น่าสังเกตคือ ในสัปดาห์เดียวกันเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560 มีรายงานข่าวว่านายเหริน ยี่เซิง กงสุลใหญ่ประจำ จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ จากประเทศจีนหลายราย

เช่น ธนาคารแห่งประเทศจีน บริษัทในเครือไชน่าเพาเวอร์ บริษัทในเครือไชน่าฮาเบอร์ บริษัทในเครือชิโนไฮโดร ฯลฯ ประมาณ 10 ราย เดินทางไปยังศาลากลาง จ.เชียงราย เพื่อพบปะหารือกับผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย และหอการค้า จ.เชียงราย

หนึ่งในหัวข้อที่หารือกันโดยกรณีของบริษัทในเครือไชน่าเพาเวอร์ซึ่งปัจจุบันลงทุนด้านการผลิตไฟฟ้าร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ของไทย จำนวน 7 โครงการและกำลังเจรจากันอีก 2 โครงการ ขณะที่เครือชิโนไฮโดรมีชื่อเสียงด้านการสร้างเขื่อน...ทำให้เริ่มสงสัยว่า ที่กำลังไหลลงมาตามแม่น้ำโขง อาจไม่ใช่แค่เรือจีน แต่หมายถึงการขายไฟฟ้าจากเขื่อนแม่น้ำโขง เงินกู้ และโครงการอื่นๆอีกหรือไม่?

ปัญหาแม่น้ำโขงขณะนี้กำลังเรื้อรัง ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาข้ามพรมแดน โครงการเขื่อนไซยะบุรีก็กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ในฐานะคดีแรกที่เป็นเรื่องของการลงทุนข้ามพรมแดนและจะสร้างผลกระทบถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

“แม่น้ำโขง” คือชีวิต คืออู่ข้าวอู่น้ำของผู้คนริมเส้นทางน้ำ...กำลังถูกรุมทึ้งด้วยกลุ่มทุนเข้ามากอบโกยผลประโยชน์.

อ่านเพิ่มเติม...