วิษณุแย้มจ่อใช้ม.44 ย้ายผู้ว่าฯรองปลัดมท. ยันถ้าผิด-ไม่อุ้ม
คดีค้ากามเด็กหญิงเมืองสามหมอกลามไม่หยุด พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับ 6 ตำรวจพัวพันซื้อบริการ เป็นระดับ พ.ต.ท. ร.ต.อ. และ ด.ต. สังกัด ภ.จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนอีก 3 นายยศ จ.ส.ต. ส.ต.อ. และ ส.ต.ต. โรงพักกองก๋อย หลัง ผบช.ภ.5 รุดสอบ ปากคำ ส.ต.ต.ด้วยตัวเองก่อนซัดทอดกราวรูด ร่วมกันรุมโทรมผู้เสียหายในรีสอร์ต ด้านรองปลัดมหาดไทยย้ำกระบวนการสอบสวนพ่อเมืองแม่ฮ่องสอนติดร่างแหค้าประเวณีทำตามพยานหลักฐานตรงไปตรงมา ไม่ช่วยเหลือกันแน่นอน
ยังเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจกรณีตำรวจจับ ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ ผบ.หมู่ ป.สภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน น.ส.ปิยวรรณ หรือเมย์ สุขมา อายุ 26 ปี และ น.ส.ปิยทัสน์ หรือฟ้า ภาพเทียนสุวรรณ อายุ 28 ปี ข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ หลังถูกนางพิม (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ร้องเรียนว่า ล่อลวงบังคับลูกสาวและหลานสาวไปขายบริการให้กับนายตำรวจ และข้าราชการระดับสูง มีการพาดพิงไปถึงนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน กระทั่งกระทรวงมหาดไทยสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่นายสืบศักดิ์ออกมาปฏิเสธ ล่าสุด นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.อุตรดิตถ์ อดีต ผวจ.แม่ฮ่องสอน โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันความบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อบริการเด็ก
ต่อมาวันที่ 29 เม.ย. นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณี ผวจ.แม่ฮ่องสอนถูกกล่าวหาพัวพันซื้อบริการเยาวชนว่า หลังจากลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาคราชการ ภาคประชาชน รวมถึง ผวจ.แม่ฮ่องสอน และเจ้าของรีสอร์ตที่ปรากฏเป็นข่าวมาให้ปากคำ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังอยู่ระหว่างสืบสวนหาข้อเท็จจริง ทั้งจากพยานบุคคลและพยานเอกสารต่างๆที่เป็นข้ออ้างอิงเรื่องวันและเวลาต่างๆ จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะอาจมีประเด็นที่ต้องสอบปากคำเพิ่มเติม ต้องใช้เวลา
...
“ได้รายงานผลการสอบในเบื้องต้นให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่มีการสอบเพื่อช่วยเหลือกันอย่างแน่นอน ผิดถูกว่ากันไปตามพยานหลักฐาน หากสามารถชี้แจงข้อสงสัยได้อย่างชัดเจน ก็ไม่มีปัญหา นโยบายของนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก็ชัดเจนว่าผิดถูกอย่างไรก็ให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย สังคมไม่ต้องแคลงใจ” นายประยูรกล่าว
ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เวลา 15.30 น. วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้อำนาจมาตรา 44 ย้าย ผวจ.แม่ฮ่องสอน หลังถูกกล่าวหาซื้อประเวณีเด็กว่า การย้ายข้าราชการออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราว สามารถใช้กฎหมายปกติได้ แต่กระบวนการมีความซับซ้อนต้องใช้เวลา ที่ผ่านมาเคยออกคำสั่งมาตรา 44 รองรับกรณีเช่นนี้ไว้แล้ว เป็นเหมือนกฎหมายแม่ เมื่อมีความจำเป็นสามารถออกคำสั่งได้ทันที โดยไม่ต้องอ้างมาตรา 44 โดยอำนาจนายกรัฐมนตรี ส่วนควรจะใช้กับผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนหรือไม่นั้น ต้องรอดูการรายงานจากต้นสังกัดก่อน ถ้าไม่สามารถใช้อำนาจตามปกติได้อาจขอให้ใช้ช่องทางนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานเข้ามา เข้าใจว่ายังอยู่ในระหว่างตรวจสอบ ถ้าพบว่ามีความจำเป็นต้องโยกย้ายเพื่อประโยชน์การสอบสวนก็สามารถเสนอเรื่องเข้ามาได้ เชื่อว่าภายใน 2 วันนี้จะมีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว
ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนขยายผลคดีค้ากามเด็กหญิง สายวันเดียวกัน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 เดินทางไปที่ บก.ภ.จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อสอบปากคำตำรวจที่ถูกซัดทอดพัวพันคดีดังกล่าว ยศ ส.ต.ต.สังกัด สภ.กองก๋อย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นพลขับให้อดีตรอง ผบช.ภ.5 ท่านหนึ่ง หลังจากผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นตำรวจที่ใส่เหล็กจัดฟัน รวมถึงมีรอยสักที่หัวไหล่และเป็นคนให้พรรคพวกรุมโทรมผู้เสียหายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง เบื้องต้น ส.ต.ต.ให้การว่า ซื้อบริการกับแม่เล้าที่จัดส่งเด็กสาวมาให้ อีกทั้งยังซัดทอดถึง จ.ส.ต. และ ส.ต.อ.โรงพักเดียวกันร่วมด้วย
ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกหมายจับตำรวจทั้ง 3 นาย ในข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภรรยาของตนโดยขู่เข็ญและใช้กำลังประทุษร้ายโดยหญิงอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้หญิงเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง นอกจากนี้ ยังขอหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกคดีที่ต่างกรรมต่างวาระกันอีก 3 นาย เป็นนายตำรวจ 2 นาย ยศ พ.ต.ท. กับ ร.ต.อ. และอีกคนยศ ด.ต. ทั้งหมดสังกัดบก.ภ.จ.แม่ฮ่องสอน
ด้านนายสบธนา อั๋นประเสริฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวว่า มีกลุ่มสาววัยรุ่นยังคงเดินเร่ขายบริการตามถนนคนเดิน อ.ปาย และ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ว่า ถนนคนเดินเป็นถนนแห่งวัฒนธรรมคนที่ไปเที่ยว จ.แม่ฮ่องสอน หรือ อ.ปาย มีจุดประสงค์การท่องเที่ยวคือท่องเที่ยวธรรมชาติ ชมศิลปวัฒนธรรม และการมีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเองที่ชื่นชอบ ธรรมชาติ ความเงียบสงบ หรือเรียกว่าพวกฮิปเตอร์ ส่วนมากที่ปายมีนักท่องเที่ยวอยู่ 3 ส่วน ส่วนใหญ่จะเป็นจีนไทยและกับฝรั่งอย่างละ 30 เปอร์เซ็นต์ ฝรั่งที่ไปจะเป็นพวกแบ็กแพ็กเกอร์ ไม่มีแนวโน้มในการซื้อบริการตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ส่วนคนจีนจะมาเป็นกลุ่มและเป็นคู่ ที่ปายจะไม่มีทัวร์จีนลง ส่วนนักท่องเที่ยวไทยนิยมไปเที่ยวตามสไตล์ของตัวเอง นิยมชมเมืองถ่ายภาพเป็นที่ระลึก คิดว่าก็คงไม่แสวงหาส่วนนั้นอยู่ดี ขอยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก เปิดเผยว่า กรณีการล่อลวงและบังคับให้เด็กและเยาวชนหญิงค้าประเวณีใน จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีข้าราชการตำรวจพัวพันกับการเป็นธุระจัดหา และพาดพิงถึงข้าราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหนึ่งในผู้ซื้อบริการจากการค้าประเวณีเด็กและเยาวชนดังกล่าว กลุ่มองค์กรด้านเด็กและสตรียืนยันว่าการค้าและการซื้อประเวณีเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะในลักษณะที่เด็กและเยาวชนถูกล่อลวงบังคับหรือไม่ก็ตามเป็นสิ่งที่สังคมต้องไม่ยอมรับให้เกิดขึ้นโดยปราศจากบทลงโทษที่จริงจังและเข้มงวด จึงขอเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้
...
ประกอบด้วย 1.ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดการดำเนินคดีเพื่อเอาผิดทางกฎหมายผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยไม่ชักช้า 2.ในการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ข้าราชการระดับสูงถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในคดีนี้ สามารถ ทำคู่ขนานไปกับการดำเนินการทางอาญาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่การตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่ควรเป็นกระบวนการตรวจสอบเฉพาะภายในของหน่วยงานด้วยกันเอง แต่ควรจัดตั้งเป็นคณะกรรมการที่มีบุคคลภายนอก โดยเฉพาะตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคมด้านการคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรีร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อความเป็นกลาง โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เสียหายและคนในสังคม
3.ในระหว่างที่มีการสอบสวนดำเนินคดีให้กระทรวงมหาดไทยย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาออกจากการปฏิบัติราชการในพื้นที่เดิม เพื่อลดโอกาสที่ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงจะสามารถใช้อำนาจหรืออิทธิพลจากตำแหน่งหน้าที่ เข้าไปแทรกแซงหรือขัดขวางกระบวนการทางอาญาและการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่กำลังดำเนินอยู่ และ 4.ให้กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องจัดให้มีกระบวนการคุ้มครองพยานผู้เสียหายที่มีประสิทธิภาพ ทั้งพยานที่เป็นเด็ก เยาวชน ครอบครัว และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้ปลอดพ้นจากโอกาสที่อาจถูกข่มขู่ คุกคาม หรือทำร้าย