เมื่อคุณตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะเลิกกับเขาเพื่อให้พ้นจากความทุกข์ของการเป็นกิ๊ก คุณต้องเตรียมตัวสำหรับการบอกเลิกอย่างจริงจัง อย่ายึกยัก อย่าเสียดาย เพราะหากคุณลังเลแม้เพียงนิดเดียว คุณมีสิทธิล้มเหลวและกลับไปสู่ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อสุขภาพจิตของคุณ และเมื่อกลับเข้าไปแล้ว การจะลุกขึ้นเดินออกจากความสัมพันธ์นี้อีกครั้งก็จะยากขึ้นๆ จงอย่ากลัวความเจ็บปวด บอกตัวเองไปเลยว่าเจ็บปวดแน่ๆ แต่ความเจ็บปวดมันจะไม่อยู่ตลอดไป มันจะจางลงและหายไป ลองนึกถึงตอนที่คุณหกล้ม ตอนที่เจ็บที่สุดก็คือตอนที่ล้มนั่นเอง จากนั้นอาจจะชา แล้วก็เจ็บแปลบๆ ต่อมาอาจรู้สึกตึงๆ ที่แผล และแผลจะตกสะเก็ดและหายไปในที่สุด คุณไม่ต้องไปเร่งให้มันหายเร็วๆ ความเจ็บปวดที่ใจก็เช่นเดียวกัน คุณจะเศร้า เสียใจ หงอยเหงา ไม่รู้จะทำอะไร รู้สึกว่าความสุขจากการมีใครสักคนมันหายไปกะทันหัน แต่แล้วทุกอย่างจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลง แล้วคุณจะกลับมาเป็นคนเดิม พร้อมเดินหน้าต่อไปค่ะ
ดังนั้น ขั้นแรก ให้สงสารตัวเองให้มากกว่าสงสารเขา อย่ากลัวการอยู่คนเดียว อย่ากลัวการไม่มีใคร เมื่อพร้อมแล้ว ให้นัดหมายวันเวลาที่จะเจอกัน ซึ่งควรเป็นสถานที่เปิดสาธารณะ เช่น ร้านอาหาร หรือห้างสรรพสินค้า ยิ่งคนเยอะยิ่งดี คุณจะได้ไม่แพ้ใจตัวเอง น้ำหูน้ำตาแตก จากนั้น คุณต้องเป็นฝ่ายเริ่มพูด เพราะคุณจะเป็นคนคุมเกมได้ หากเขาเริ่มพูดก่อน คุณอาจใจไขว้เขวอีก สิ่งที่จะพูดคือบอกความรู้สึกของคุณในความสัมพันธ์นี้ ขอให้ทำความเข้าใจตรงนี้ดีๆ ให้พูดถึงความรู้สึกของคุณ ไม่ใช่พูดเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับคุณสองคน หากพูดถึงเรื่องราวว่าตอนนั้นตอนนี้เขาทำอะไรให้คุณเสียใจ เขาจะโมโหเพราะถูกต่อว่าและจะจบลงด้วยการโต้แย้งทะเลาะกันต่อไปไม่จบสิ้น ให้คุณพูดถึงความรู้สึกของคุณ เช่น คุณรู้สึกไม่สบายใจในความสัมพันธ์นี้ เพราะคุณรู้สึกผิด หรือรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ่อยๆ และนั่นทำให้คุณตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตและความสัมพันธ์ของคุณเสียใหม่ เวลาพูดคุมเสียงให้ดี พูดแบบผู้ใหญ่สองคนคุยกัน พูดสั้นๆ อย่าเยิ่นเย้อ อย่าลืมว่าคุณไม่ได้อยู่ในการประชุมหารือหรือเจรจาต่อรองกับเขา คุณมาเพื่อบอกการตัดสินใจและความต้องการของคุณ ดังนั้น เมื่อบอกความรู้สึกของคุณอย่างชัดเจนตรงไปตรงมาแล้ว ก็ทิ้งท้ายแบบเท่ๆอย่างในละครว่า “เราเลิกกันเถอะ” หรือ “เราเป็นเพื่อนกันเถอะ” อย่าลืมจับมือกัน และยิ้มให้กัน แล้วรีบปลีกตัวออกมาโดยเร็ว อย่านั่งอ้อยอิ่งต่อรอดูหน้าเขา หรือหวังให้เขาง้องอน
...
ขั้นต่อมา ยากกว่าตอนบอกเลิก นั่นคือตอนที่เรากลับมาสู่สภาพที่เคยชิน ที่ต้องมีเขา ตอนนี้แหละค่ะทั้งเศร้าทั้งหงอย ลองปิดโทรศัพท์สักวันหนึ่งและเอาไปเก็บไว้ให้ไกลหูไกลตา นึกเสียว่าทำโทรศัพท์หาย หาอะไรทำทันทีอย่าปล่อยให้ตัวเองว่าง หลายคนอาจบล็อกหรือลบการติดต่อทุกทาง แต่ครูเคทว่าการทำอย่างนั้นจะยิ่งทำให้เราสองจิตสองใจและโหยหา หัดดำเนินชีวิตในช่วงเลวร้ายนี้โดยไม่มีเขาจะดีกว่า เอาชนะใจตัวเองที่จะไม่ติดต่อกลับไปหาเขาอีก ถ้าเหงาจริงๆ ลองเอาเบอร์เพื่อนๆ มาไล่ดู ลองโทรหาเพื่อนที่ไม่ได้คุยกันนาน ลองออกไปเปลี่ยนทรงผม หรือลองแต่งหน้าสไตล์ใหม่ๆ ไปออกกำลังกาย ไปเรียนวาดรูป ทำอาหาร คุณอาจจะมีเรื่องราวใหม่ๆ ที่ทำให้ชีวิตไม่น่าเบื่อ และคุณอาจจะได้เจอคนน่ารักคนใหม่เร็วกว่าที่คิดก็ได้
สุดท้าย อย่าโกรธตัวเอง อย่าซ้ำเติมตัวเองว่าทำไมโง่ ยอมเป็นกิ๊กเขา ฯลฯ มันเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่เกิดขึ้นตามจังหวะชีวิตของคุณเท่านั้น พลาดไปแล้ว ก็แค่ลุกขึ้น ยิ้มกับตัวเอง แล้วเดินต่อ และห้ามโกรธเขา หรือโกรธโชคชะตา ให้อภัยตัวเองและให้อภัยเขาด้วย อะไรมันจะเกิดมันก็เกิด คุณควบคุมมันไม่ได้ มันเกิดขึ้นมาแล้วมันก็จะจางหายไป อย่าซีเรียส
ใครมีปัญหา ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือเข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ