ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 24 เม.ย.60 ปิดที่ 1,564.66 จุด ลดลง 5.36 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 37,923.31 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 409.28 ล้านบาท
หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด CPF ปิด 26.25 บาท ลบ 1 บาท, KBANK ปิด 185.50 บาท ลบ 3.50 บาท , AOT ปิดที่ 41 บาท ลบ 25 บาท,SUPER ปิดที่ 1.55 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง และ PTT ปิด 389 บาท ลบ 1 บาท
บล.โนมูระ พัฒนสิน มองหุ้นไทยปรับฐานสวนทางตลาดหุ้นภูมิภาค ตอบรับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสครั้งแรก ที่ “เอ็มมานูเอล มาครอง” ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่มีแนวทางสายกลาง ชนะ“มาริเน เลอแปง” ซึ่งมีแนวทางขวาจัดและต้องการนำฝรั่งเศสออกจากสหภาพยุโรป
ขณะที่นักลงทุนยังขายทำกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์ แม้งบไตรมาส 1 โดยรวมดี มองว่าเป็นการขายหุ้นแบงก์เพื่อโยกไปลงทุนหุ้นกลุ่มอื่น ส่วนตัวเลขส่งออกไทยเดือน มี.ค.ที่ขยายตัว 9.2% จากปีก่อน และงวดไตรมาส 1 โต 4.9% สูงสุดในรอบ 4 ปี บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว
ประเมินทิศทางตลาดระยะสั้นมีโอกาสรีบาวน์ เนื่องจากเป็นช่วงสุดท้ายของการปรับฐาน โดยงบไตรมาส 1 ที่กำลังจะทยอยประกาศภาพรวมน่าจะสดใส โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี แต่หุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคยังไม่ดีมากนัก ส่วนกลุ่มท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องจากปลายปีก่อน
แนะกลยุทธ์เก็งกำไรเล่นรอบ ในช่วง 2–3 สัปดาห์ ก่อนประกาศงบไตรมาส 1 ในหุ้นที่คาดว่าจะ turnaround แนะนำหุ้น PSTC–RS– MAJOR–BRR–BLAND และปิโตรเคมีอย่าง PTTGC–IRPC–IVL และ GCAP ที่มีลุ้นถูกเพิ่มน้ำหนักในดัชนี MSCI ที่จะประกาศรอบใหม่กลางเดือนหน้า
ปิดท้าย “ฉัตรแก้ว เกราะทอง” ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี กล่าวในงานสัมมนา “เติมพอร์ตลงทุนด้วยหุ้นดีแบรนด์ดังระดับโลก” ว่า มองหุ้นไทยเริ่มฟื้นครึ่งหลังปีนี้ จากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้ 9-10% จากปีก่อน
...
นอกจากนี้ เชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป คาดว่าจะปรับตัวขึ้นเพียงปีละ 3 ครั้ง และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อตลาดหุ้นไทย แนะกลยุทธ์ทยอยลงทุนหุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภครายตัว โดยดูพื้นฐานของหุ้นเป็นหลัก!!
อินเด็กซ์ 51