สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเป็นองค์ประธานในพิธี “กงเต๊ก” ที่ “เจ้าสัวเจริญ-คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี” พร้อมครอบครัวจัดอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เปิดตัวพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใหญ่ที่สุดในโลก ฝีมือนักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยศิลปากรและกลุ่มศิลปิน Street Art ที่มาจากหลายสถาบัน
เมื่อวันที่ 12 เม.ย. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้องค์กรภาคเอกชน ตลอดจนมูลนิธิ สมาคมต่างๆร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นนายเจริญ-คุณหญิงวรรณาสิริวัฒนภักดีและครอบครัว เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพิธีกงเต๊กถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมิน ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
เวลา 13.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ร.อ. ม.จ. ปุสาณ สวัสดิวัตน์ เป็นผู้แทนพระองค์เสด็จเปิดมณฑลพิธี ที่บริเวณลานหน้ามุขด้านทิศเหนือในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประกอบด้วย ปะรำพิธีกงเต๊ก ที่มีโต๊ะบูชาพระสัมมา สัมพุทธเจ้า โต๊ะบูชาพระมหาโพธิสัตว์ สะพานโอฆสงสาร โต๊ะบนหัวสะพานและท้ายสะพาน ขันสาคร 1 ธงพุ่ม ฉลองเครื่องแบบจอมทัพอากาศ หอสรงดวงพระวิญญาณ โต๊ะประดิษฐานรูปพญายม เครื่องอุปโภคกระดาษสำหรับเผาอุทิศถวาย ฯลฯ
...
เมื่อ พล.ร.อ.ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ เสด็จเข้าสู่มณฑลพิธี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูป และประทับพระเก้าอี้ ณ ทิมคด ทิศตะวันออกของพระที่นั่ง พระสงฆ์จีน 89 รูป สวดพระพุทธมนต์ อัญเชิญพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาประทับ พระสงฆ์จีนประพรมน้ำพระพุทธมนต์รอบมณฑลพิธี เสร็จแล้วพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (เย็นเต็ก) ประธานสงฆ์จีนอ่านประกาศการบำเพ็ญกุศลกงเต๊ก พร้อมบรรจุคำประกาศซึ่งมีพระปรมาภิไธยถวายลงในเทวทูตม้า จากนั้นเจ้าพนักงานเชิญเทวทูตม้าเข้าถวายทรงอธิษฐาน แล้วประทานให้เจ้าพนักงานนำไปเผา พระสงฆ์จีนสวดพระพุทธมนต์ถวาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระมหาโพธิสัตว์
เวลา 14.00 น. พระสงฆ์จีน 21 รูป ขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พล.ร.อ.ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ เสด็จตามพระสงฆ์จีนขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประกอบพิธีประกาศอัญเชิญดวงพระวิญญาณเสด็จมาสถิตในธงพุ่ม พระสงฆ์จีน 21 รูปขึ้นสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทอีกครั้ง โดยมี พล.ร.อ.ม.จ. ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ม.จ.มงคลเฉลิม ยุคล และ พล.ท.ม.จ. เฉลิมศึก ยุคล ตามพระสงฆ์จีนขึ้นบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เชิญเครื่องทองน้อยและธงพุ่มดวงพระวิญญาณลงมาประดิษฐานหน้ามณฑลพิธี เพื่อทำพิธีสรงน้ำดวงพระวิญญาณ
เสร็จแล้วเวลา 15.00 น. พระสงฆ์จีนทำพิธีสวดสังวัธยายสุขาวดีวยูหสูตร จบแล้วเวลา 16.00 น. พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล เสด็จยังท่าราชวรดิฐ ประกอบพิธีลอยกระทงพร้อมเครื่องสังเวย ประกอบด้วย แอปเปิล องุ่น ส้ม ลำไย กีวี เห็ดหอม เห็ดหูหนูขาว เห็ดแชมปิญอง ดอกไม้จีน วุ้นเส้น ปล่อยลูกปลาหมอและลูกปลาดุก ชนิดละ 500 ตัว มีพระสงฆ์จีน 15 รูป สวดพระพุทธมนต์ปล่อยชีวิตสัตว์ เจ้าพนักงานเผาเทวทูตม้า กระดาษเงิน กระดาษทอง
ต่อมาเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีพระสงฆ์จีน 21 รูป สวดพระพุทธมนต์เชิญเสด็จดวงพระวิญญาณลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นสมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯตามลงมาประทับที่ทิมคดตะวันออก ทรงร่วมข้ามสะพานโอฆสงสาร ส่งดวงพระวิญญาณพร้อมกับพระราชวงศ์และเจ้าภาพข้ามสะพาน ทั้งนี้ระหว่างเสด็จฯเชิญดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรยทาน ลงในขันสาครที่หัวสะพานและท้ายสะพาน เมื่อเชิญดวงพระวิญญาณข้ามสะพานครบ 3 รอบ พระสงฆ์จีน 21 รูป เชิญดวงพระวิญญาณเสด็จขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาททางบันไดหน้า พระที่นั่งด้านตะวันตก แล้วสมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯกลับ
จากนั้น ม.จ.มงคลเฉลิม ยุคล เสด็จเป็นประธานประกอบพิธีโยคะตันตระ (ทิ้งกระจาด) โดยคณะเจ้าภาพได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำตาล น้ำดื่ม และขนมขบเคี้ยว 500 ชุด มอบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพระบรมมหาราชวัง พระสงฆ์จีน 10 รูป บนพระที่ดุสิตมหาปราสาทสดับปกรณ์ พล.ท. ม.จ. เฉลิมศึก ยุคล ทรงทอดผ้าไตร กรวดน้ำ กราบถวายบังคมที่หน้าพระโกศพระบรมศพ แล้วเสด็จไปยังบริเวณลานสนามหญ้าข้างพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ท่าราชวรดิฐ เสด็จไปทรงเผากระดาษเงิน กระดาษทอง วังไกลกังวลจำลอง ประกอบด้วย พระตำหนักเปี่ยมสุข พระตำหนักน้อย พระ ตำหนักปลุกเกษม พระตำหนักเอิบเปรม เอมปรีย์ ศาลาเริง ซุ้มเกือกม้า ทะเลน้อย ศาลาอมรวาริน ศาลจุกสาคร ศาลเจ้าแม่ทับทิม ทะเลน้อย และเรือนข้าราชบริพาร พร้อมด้วยหุ่นข้าราชบริพารใกล้ชิดที่เสียชีวิตไปแล้ว 7 คน ได้แก่ ม.ล.อัศนี ปราโมช อดีตองคมนตรี นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ อดีตองคมนตรี ม.ล.ทวีสันต์ ลดาวัลย์ อดีตเลขาธิการพระราชวัง นายแก้วขวัญ วัชโรทัย อดีตเลขาธิการพระราชวัง นายขวัญแก้ว วัชโรทัย อดีตรองเลขาธิการพระราชวัง นายวิญญู ชื่นอารมณ์ อดีต ผอ.กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง นายกวี อังศวานนท์ อดีตประธานกรรมการบริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ และอดีตนักดนตรีประจำวง อ.ส.วันศุกร์ รวมทั้งฝูงสุนัขทรงเลี้ยง พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ พระยาช้างเผือกประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เรือใบมด ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงใช้ในการแข่งขันเรือใบในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 พร้อมเครื่องมือสร้างเรือใบ รถยนต์พระที่นั่งจี๊ปรุ่นแกรนด์แวนกอนปี 1983 ทะเบียน 1ด-0999 รถยนต์พระที่นั่งโรลส์รอยซ์ รุ่น แฟนธอม 6 ทะเบียน ร.ย.ล.972, รถยนต์พระที่นั่งเมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่นมายบัค ทะเบียน ร.ย.ล.1 รถยนต์พระที่นั่งโฟล์คสวาเกน รุ่นทรานสปอร์เตอร์ ทะเบียน 1ด-0929, กล้องส่องทางไกล, วิทยุสื่อสาร แผนที่ กล้องถ่ายรูป ยี่ห้อแคนนอน รุ่น 30ดี พร้อมเลนส์ 24-105 มม. ทรัมเป็ต, แซ็กโซโฟน หุ่นคุณทองแดง จากนั้นเสด็จกลับ
...
ขณะที่บรรยากาศที่พระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวันมีประชาชนจากทั่วสารทิศ เดินทางมารอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีนางมาเรีย กุสตาวา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโมซัมบิกประจำประเทศไทย พร้อมกงสุลกิตติมศักดิ์ เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยในสมุดหลวง หน้าพระบรม ฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 21,494 คน รวม 160 วัน มี 6,043,286 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,510,048.75 บาท รวม 160 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 493,861,941.01 บาท
ที่ท้องสนามหลวง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.และคณะ เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยและให้กำลังใจกำลังพลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชนในการเข้าถวายสักการะพระ บรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยมี พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส. พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะ ประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่และการบริการโดยรอบพระบรมมหาราชวัง พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.อคฝ.บรรยายสรุป
จากนั้น ผบ.ทบ.ได้เข้าตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเต็นท์จุดบริการต่างๆ พร้อมกับทักทายประชาชนที่นั่งรอคิวในจุดพักคอยและกล่าวว่าเป็นที่น่าพอใจในแผนการดำเนินงานของ กอร.รส. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มีการสลับหมุนเวียนกำลังพลและเจ้าหน้าที่ไม่ให้เกิดความเหนื่อยล้า เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พร้อมจัดกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยให้ติดตามด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด วางมาตรการจัดการพื้นที่อย่างรัดกุม
...
ด้าน พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพตามปกติ กอร.รส.จึงจัดทำแผนดูแลประชาชน โดยเน้นย้ำเรื่องการจัดกำลังพลหมุนเวียนในการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัยในพื้นที่สนามหลวง จัดทีมแพทย์ พยาบาลคอยดูแลสุขภาพของประชาชน เพราะช่วงนี้สภาพอากาศในพื้นที่ค่อนข้างร้อนจัด โดยเฉพาะโรคลมร้อน ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่คอยสังเกตอาการของผู้ที่รอคิว หากพบว่ามีอาการผิดปกติ เช่น อากาศร้อนจัด แต่เหงื่อไม่ออก ให้สันนิษฐานว่าอาจเป็นโรคฮีตสโตรกได้ จะทำให้ทีมแพทย์เข้าให้การช่วยเหลือได้ทันที ส่วนของพื้นที่ด้านทิศเหนือสนามหลวง กอร.รส.ได้ปรับพื้นที่เสร็จแล้ว โดยในวันที่ 1 พ.ค. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะทยอยนำเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้ามา เพื่อเตรียมพื้นที่ในการจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 12 พ.ค.
นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ดำเนินโครงการจัดทำหนังสือและซีดีบทเพลงแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อรวบรวมจัดทำทำเนียบ จัดเก็บรักษาบทเพลงเทิดพระเกียรติและบทเพลงแสดงความอาลัยต่อในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่มีความไพเราะ เหมาะสม สมพระเกียรติ อย่างเป็นระบบ ให้เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและสมบัติของชาติ
อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมกล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้คัดเลือกบทเพลงเทิดพระเกียรติเรียบร้อยแล้ว เป็นเพลงไทยลูกทุ่ง 99 บทเพลง เพลงไทยสากล 99 บทเพลง รวม 198 บทเพลง และประสาน อ.ประยงค์ ชื่นเย็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง กรรมการบริหารสมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย สมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย ดำเนินการขอลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ศิลปินทุกคนและค่ายเพลงต่างๆ ยินดีมอบลิขสิทธิ์ให้เพื่อแสดงความอาลัยต่อในหลวง ร.9 หนังสือและซีดีบทเพลงแสดงความอาลัยครั้งนี้ คาดว่าเดือนมิถุนายนจะแล้วเสร็จและจะแจกจ่ายในงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
...
ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นำโดยนางลักขณา คุณาวิชยานนท์ ผู้อำนวยการหอศิลปฯ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ กรรมการมูลนิธิหอศิลปฯ พร้อมศิลปิน สตรีทอาร์ต ได้แก่ Mue Bon.Kanaet กิตตินนโท TK31 ABI เปิดตัวพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดสูง 34 คูณ 25 เมตร หรือขนาด 850 ตารางเมตร สูงราวตึกแถว 12 ชั้น ใช้เทคนิคการแปะโปสเตอร์ โดยใช้กระดาษและกาวลาเท็กซ์ หรือวีตพาสติ้ง (Wheat Pasting) หรือ พุท อัพ (Put Up) หนึ่งในโครงการ “น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน” ที่มูลนิธิหอศิลปฯ จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกพระอัจฉริยภาพ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะองค์อัครศิลปินและพระมหากรุณาธิคุณ ในฐานะองค์อุปถัมภ์งานด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าว และพากันนำโทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเก็บไว้
นายคเณศ นิ่มวัฒน์ หรือ เพชร อายุ 29 นักศึกษาระดับปริญญาโท คณะจิตรกรรม ประติ-มากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตัวแทนกลุ่มศิลปิน Street Art กล่าวว่า พระ บรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช้เวลาดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. โดยมีเพื่อนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยช่างศิลป วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กว่า 200 คนมาช่วยลงสี ตนกับเพื่อนได้ช่วยกันติดตั้งจนแล้วเสร็จเมื่อประมาณ 02.00 น. วันที่ 12 เมย.นี้เอง ส่วนที่ติดตั้งยากที่สุดคือส่วนพระพักตร์ เพราะมีรายละเอียดเยอะที่สุด