สุขสันต์วันสงกรานต์ สวัสดีปีใหม่ไทยครับ ท่านผู้อ่าน “ไทยรัฐ” ที่เคารพทุกท่าน ขออำนวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง ประสบแต่ความสุขสมหวังทุกประการ ได้อยู่กับครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้าในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์นี้

เทศกาลสงกรานต์ สมัยนี้เขาเรียกว่า Water Festival หรือ เทศกาลแห่งน้ำ ฟังดูเป็นสากล ที่ผ่านมามีแต่การสาดน้ำเริงระบำเพลงร็อก ไม่ค่อยเข้ากับความเป็นมาของ ประเพณีสงกรานต์ สักเท่าไหร่ แต่นักท่องเที่ยวฝรั่งต่างชาติฟังแล้วเข้าใจ

นางสงกรานต์ ปีนี้ชื่อ กิริณีเทวี หนึ่งใน 7 ธิดาของ ท้าวกบิลพรหม ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่อัญเชิญ พระเศียรท้าวกบิลพรหม แห่ไปรอบเขาพระสุเมรุเป็นเวลา 60 นาที แล้วนำกลับไปประดิษฐานไว้ที่เดิม เพื่อไม่ให้โลกนี้ลุกเป็นไฟ นางกิริณีเทวี จะเสด็จไสยาสน์หลับเนตรมาเหนือหลังกุญชร ทำไมต้องนอนหลับมาบนหลังช้างก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นตำนานที่จารึกไว้ที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ผมยังไม่เคยไปดูจารึกนี้ ใครรู้วันหลังช่วยส่งมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

ในจารึกเล่าตาม พระบาลีฝ่ายรามัญ ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีรวยทรัพย์แต่อาภัพบุตรคนหนึ่ง ตั้งบ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุราที่มีบุตรสองคน วันหนึ่งนักเลงสุราได้ต่อว่าจนเศรษฐีน้อยใจ จึงได้ไปบวงสรวง พระอาทิตย์ พระจันทร์ และตั้งจิตอธิษฐานอยู่กว่าสามปีก็ยังไร้วี่แววจะมีบุตร จนวันหนึ่ง พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ (วันสงกรานต์ก็คือวันที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ) ท่านเศรษฐีได้พาบริวารไปที่ต้นไทรริมน้ำ พอไปถึงก็เอาข้าวสารลงล้างน้ำ 7 ครั้ง แล้วหุงบูชาอธิษฐานขอบุตรกับรุกขเทวดาในต้นไทรนั้น

รุกขเทวดา รู้สึกเห็นใจเศรษฐีมาก จึงเหาะขึ้นสวรรค์ไปเข้าเฝ้า พระอินทร์ ในที่สุด พระอินทร์ ก็ประทานบุตรองค์หนึ่งนามว่า “ธรรมบาล” ลงไปปฏิสนธิในครรภ์ของภรรยาเศรษฐี เมื่อคลอดออกมาเศรษฐีตั้งชื่อบุตรว่า “ธรรมบาลกุมาร” และได้ไปปลูกปราสาทไว้ใต้ต้นไทรให้อยู่อาศัยจน ธรรมบาลกุมาร โตขึ้น ก็ได้เรียนรู้ภาษานก เรียนรู้ไตรเภทจนจบตอนอายุ 7 ขวบ และทำตัวเป็นอาจารย์บอกมงคลต่างๆแก่คนทั้งหลาย

...

เมื่อท้าวกบิลพรหม รู้ข่าวที่ธรรมบาลกุมาร มีชื่อเสียงเป็นที่นับถือของมนุษย์ จะด้วยความอิจฉาหรืออย่างไรไม่ทราบได้ ท้าวกบิลพรหม ก็เหาะลงมาเพื่อถามปัญหากับ ธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ ถ้าธรรมบาลกุมารสามารถตอบได้ ท้าวกบิลพรหมก็จะตัดเศียรตัวเองบูชา แต่ถ้าตอบไม่ได้ ก็จะตัดเศียรธรรมบาลกุมารแทน

คำถาม ท้าวกบิลพรหม มีดังนี้ “ตอนเช้าศรีอยู่ที่ไหน ตอนเที่ยงศรีอยู่ที่ไหน และตอนค่ำศรีอยู่ที่ไหน” ฟังคำถามแล้ว ธรรมบาลกุมาร ขอเวลา 7 วัน เพื่อหาคำตอบ

(คำว่า “ศรี” ผมเปิดพจนานุกรมดูแล้ว มีความหมายดีงามทั้งสิ้น เช่น ความสง่างาม ความเปล่งปลั่ง ความงาม ความน่ารัก ความเจริญ ความร่ำรวย ความสำเร็จ ความยิ่งใหญ่)

ธรรมบาลกุมาร คิดยังไงก็คิดไม่ออกจนเข้าสู่วันที่ 6 จึงลงจากปราสาทไปนอนเล่นใต้ต้นตาล บังเอิญบนต้นตาลมี นกอินทรี 2 ผัวเมีย ทำรังอยู่ นางอินทรีถามสามีว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ใด สามีตอบว่า จะไปกินศพธรรมบาลกุมาร เพราะตอบคำถามท้าวกบิลพรหมไม่ได้ นางอินทรีถามว่า คำถามท้าวกบิลพรหมคืออะไร สามีเล่าให้ฟัง นางอินทร์ก็ตอบไม่ได้ สามีจึงเฉลยว่า “ตอนเช้าศรีอยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุกเช้า ตอนเที่ยงศรีจะอยู่ที่อก คนจึงเอาเครื่องหอม
ประพรมที่อก ตอนเย็นศรีจะอยู่ที่เท้า คนจึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน” ธรรมบาลกุมารได้ฟังแอบจำไว้แล้วนำไปตอบท้าวกบิลพรหมในวันรุ่งขึ้น

ท้าวกบิลพรหม เมื่อแพ้ก็ทำตามคำพูด เรียกธิดาทั้ง 7 มาประชุมพร้อมกันบอกว่า จะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร ถ้าตั้งไว้บนแผ่นดิน ไฟจะไหม้โลก ถ้าโยนขึ้นฟ้า ฝนก็จะแล้ง ถ้าทิ้งลงมหาสมุทร น้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้ง 7 นำพานมารองรับ จากนั้นให้นำเศียรเวียนขวารอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วเก็บรักษาไว้ที่ ถ้ำคันธุลี ใน เขาไกรลาศ วันสงกรานต์ทุกปี ธิดาทั้ง 7 ก็ผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่นี้เรียกว่า “นางสงกรานต์”

ก็เก็บตำนาน “นางสงกรานต์” มาเล่าสู่กันฟังเพลินๆในวันหยุดสงกรานต์ครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”