ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายงานนโยบายการเงิน ฉบับเดือน เม.ย.ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานเรื่อง “พัฒนาการของตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือและนัยต่อเสถียรภาพระบบการเงิน” ระบุว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนการผิดนัดชำระหนี้ของตั๋วแลกเงิน (B/E) ประเภทที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ของผู้ออกตราสารบางรายในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากข้อมูลได้ระบุว่าพัฒนาการในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงินของไทย เนื่องจากมีขนาดเล็ก มีสัดส่วนเพียง 7.4% ของมูลค่าตราสารหนี้ภาคเอกชนทั้งหมด ขณะที่มูลค่าของตราสาร ตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ที่ผิดนัดชำระหนี้คิดเป็นเพียง 0.08% ของมูลค่าตราสารหนี้ภาคเอกชนทั้งหมด นักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในตลาดนี้มีศักยภาพและอยู่ในวงจำกัด ที่มีศักยภาพรองรับความเสี่ยงได้ และหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตลาดสามารถแยกแยะตราสารตามระดับความเสี่ยงได้ดีขึ้น ถือเป็นพัฒนาการที่ดีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาหนี้ระยะสั้นของภาคธุรกิจที่สูงเกินไป ขณะที่ผู้ออกตราสารหนี้ก็ควรระมัดระวังความเสี่ยงจากการใช้หนี้ระยะสั้นเป็นแหล่งเงินทุน ฯลฯ.