เพราะคนขับหลับใน รถทัวร์ กทม.-ตราด ไถลตกร่องถนน จนมีผู้เสียชีวิต 3 บาดเจ็บ 22 พ่อเมืองเข้าเยี่ยมคนเจ็บ ขณะนี้ยังรักษาตัว รพ. 12 คน อาการปลอดภัยแล้ว พบไม่คาดเข็มขัดนิรภัย หนึ่งในผู้บาดเจ็บบอกรถขับเซไปมา ก่อนถึงตัวเมืองตราด...
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เดินทางไปยังโรงพยาบาลตราด พร้อมนายฐิตนันท์ อุดมสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารปรับอากาศ สายกรุงเทพฯ-ตราด เกิดอุบัติเหตุพุ่งตกลงไปในร่องกลางถนน ในพื้นที่อ.เขาสมิง จ.ตราด เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีก 22 ราย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้มอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นรายละ 2,000 บาท พร้อมถุงยังชีพจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดตราด
นายบดินทร์ ตระการกิต อายุ 27 ปี หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ได้นั่งรถทัวร์โดยสารคันเกิดเหตุบริเวณใกล้กับหน้าห้องน้ำ ออกมาจากสถานีขนส่งเอกมัยประมาณ 22.00 น. ซึ่งระหว่างทางได้นั่งหลับมาเกือบตลอดทาง จนมาถึงประมาณพื้นที่ จ.จันทบุรี กำลังจะเข้า จ.ตราด เริ่มรู้สึกว่ารถทัวร์โดยสารเริ่มมีอาการแปลกๆ มีการขับเซไปมา กระทั่งอีกประมาณ 10 กม.จะถึงตัวเมืองตราด ซึ่งขณะนั้นกำลังนั่งหลับได้ยินเสียงดังโครม ก่อนรถทัวร์พลิกตะแคงไถลกับพื้น ซึ่งเหตุการณ์เกิดรวดเร็วมาก และภายในรถทัวร์โดยสารก็มืดมาก โดยตนได้รับบาดเจ็บบริเวณขาข้างขวา มีบาดแผลฉกรรจ์นอนกองอยู่กับพื้น และเห็นผู้โดยสารทุบกระจกและปีนออกมา ตนจึงพยายามพยุงตัวปีนตามออกมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล
ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า ผู้โดยสารบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยได้กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน จนถึงขณะนี้มีผู้บาดเจ็บที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล รวม 12 ราย ซึ่งอยู่โรงพยาบาลตราด 7 ราย โรงพยาบาลกรุงเทพตราด 5 ราย ซึ่งทุกรายอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว และจากการสอบถาม นายคัมภีร์ มณีอ่อน อายุ 40 ปี พนักงานขับรถโดยสารคันดังกล่าว ซึ่งได้รับบาดเจ็บกระดูกไหปลาร้าหัก ยอมรับว่าหลับใน และพบว่าผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย จึงทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงขอฝากเตือนผู้ที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
...
ส่วนพนักงานขับรถ ทางบริษัทควรเข้มงวดให้พนักงานขับรถเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการขับรถโดยสารสาธารณะ ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือทราบว่ารถคันดังกล่าวมีประกันภัยอยู่แล้ว ซึ่งจะได้รับผิดชอบการรักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ส่วนผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือจากบริษัทประกันรายละ 300,000 บาทในเบื้องต้น.