ข่าว
100 year

“ประยุทธ์” ดันเต็มสูบ “อีอีซี”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 เม.ย. 2560 06:01 น.
SHARE
ต้ังเป้าแจ้งเกิดครบทุกภาคเชื่อมประชาคมโลก

“นายกรัฐมนตรี” ประกาศแสนยานุภาพประเทศไทย แจ้งเกิด “อีอีซี” ในภาคตะวันออก เป็นแห่งแรก ก่อนจะขยายการพัฒนาพื้นที่ให้ครอบคลุมครบทุกภาค เพื่อดึงนักลงทุนทั้งจากคนไทยและทั่วโลกให้เข้ามาลงทุน และเชื่อมต่อกับประชาคมโลก เผยประชุมนัดแรกอนุมัติลงทุนเมืองการบินภาคตะวันออก 2 แสนล้านบาท โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน 158,000 ล้านบาท

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรก ที่สนามบินอู่ตะเภาว่า รัฐบาลดำเนินการพัฒนาโครงการอีอีซีเพื่อต้องการรองรับอนาคต สร้างฐานการลงทุนขนาดใหญ่และการสร้างเทคโนโลยีให้กับประเทศเพื่ออนาคตของเยาวชนไทย ซึ่งการลงทุนในอีอีซีจะต้องให้ประชาชนในพื้นที่และนอกพื้นที่ได้รับประโยชน์ อีอีซีจะเป็นก้าวแรกที่จะเปลี่ยนประเทศไทยให้มีรายได้สูงขึ้น และในวันข้างหน้าก็จะเกิดระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันตก ภาคเหนือ และภาคใต้ ตามมาครบทุกภาค เชื่อมต่อกับเศรษฐกิจประชาคมโลก ซึ่งถ้าไม่ทำวันนี้อนาคตก็จะไม่มี

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันในที่ประชุมฯ ถึงความตั้งใจที่จะเร่งพัฒนาอีอีซีให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยที่ประชุมฯเห็นชอบตามข้อเสนอของกองทัพเรือ ให้ประกาศพื้นที่ 6,500 ไร่ ของสนามบินอู่ตะเภาเป็นเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือเรียกว่า เมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งจะระดมการลงทุนดังนี้ คือ เพิ่มทางวิ่ง (รันเวย์) มาตรฐานอีก 1 ทางวิ่ง วงเงิน 8,000 ล้านบาท การลงทุนในกลุ่มอาคารผู้โดยสารและการค้า เพื่อรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 15 ล้านคนใน 5 ปี, 30 ล้านคนใน 10 ปี และ 60 ล้านคนใน 15 ปี วงเงินรวม 200,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยานในลักษณะเขตการค้าเสรี เพื่อประกอบอุตสาหกรรมและการค้าเชื่อมโยงกับสนามบิน, การลงทุนในกลุ่มขนส่งทางอากาศ ทั้งคาร์โก้ สินค้าทางไปรษณีย์ และคลังสินค้าเทคโนโลยีสูง, การลงทุนในกลุ่มธุรกิจซ่อมเครื่องบิน เพิ่มเติมจากศูนย์ซ่อมการบินไทยในปัจจุบัน และการลงทุนในกลุ่มศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรอากาศยานและธุรกิจการบิน ซึ่งในอนาคตอาจจะมีอีก 3 กิจกรรมในพื้นที่ใกล้เคียงคือ กลุ่มธุรกิจท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ, ศูนย์การแพทย์เฉพาะด้าน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศ โดยที่ประชุมฯได้เห็นชอบให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 โดยกองทัพเรือเป็นผู้รับผิดชอบ

ขณะเดียวกันยังเห็นชอบโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คือ สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิและอู่ตะเภา วงเงิน 158,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลเร่งให้เกิดการประมูลให้ได้ภายในปีนี้ เพื่อแก้ปัญหาความแออัดของสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ โดยรถไฟจะมีความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาวิ่งจากสนามบินสุวรรณภูมิถึงอู่ตะเภาประมาณ 45 นาที หรือไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งผู้โดยสารสามารถเดินทางสู่ 3 สนามบินได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้า และเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ศึกษาความเหมาะสมให้รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกสามารถเชื่อมโยง 3 สนามบินโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังเห็นชอบแนวทางการพัฒนาของเขตเทคโนโลยีระดับโลกของประเทศไทย 2 แห่ง คือ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกพื้นที่ 350 ไร่ ที่วังจันทร์วัลเล่ย์ จ.ระยอง และเขตนวัตกรรมดิจิทัลภาคตะวันออกพื้นที่ 800 ไร่ ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

นายคณิศยังกล่าวถึงความคืบหน้าของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อีอีซีด้วยว่า ขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวทางคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว จะส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในสัปดาห์หน้าและรัฐบาลจะเร่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยเร็วที่สุด เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้โดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีลงนามการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (เอ็มโอยู) การพัฒนาอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์จำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานระยะที่ 1 ระหว่างกองทัพเรือกับบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาศูนย์ขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ระยะที่ 1 ระหว่างกองทัพเรือและบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และ 3.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศ ระหว่างกองทัพเรือและสถาบันการบินพลเรือน ขณะที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซีไอ) ร่วมกับภาคเอกชน สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 50 หน่วยงาน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาอีอีซีลงทุนเอ็มโอยูเศรษฐกิจ

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้