ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    วิศวกรคำนวณเพิ่ม การรองรับนํ้าหนัก บนพื้นพระเมรุมาศ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 เม.ย. 2560 05:01 น.
    SHARE

    การก่อสร้างพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่คืบหน้าไปหลายส่วนแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 3 เม.ย. หลังได้รับการเปิดเผยจากนายอารักษ์ สังหิตกุล อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะที่ปรึกษาวิศวกรรมด้านโครงสร้างพระเมรุมาศ ว่า ในการดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทางคณะวิศวกรคำนวณการออกแบบโครงสร้างเพื่อให้พระเมรุมาศสามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น ซึ่งจากเดิมการสร้างพระเมรุมาศพระมหากษัตริย์ และพระเมรุพระบรมวงศานุวงศ์ คำนวณการรองรับน้ำหนัก 300 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

    โดยพระเมรุมาศในหลวงรัชกาลที่ 9 จะมีขนาดใหญ่ จึงต้องเพิ่มน้ำหนักให้สามารถรองรับได้ 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร โดยจะมีการเพิ่มความมั่นคงของโครงเหล็กให้มีขนาดใหญ่และหนาขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากคาดการณ์ว่า หลังจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปิดให้เข้าชมความงดงามพระเมรุมาศ น่าจะมีประชาชนจากทั่วประเทศให้ความสนใจเข้ามาเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ในส่วนอาคารประกอบพระเมรุมาศ อาทิ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร ก็มีการเพิ่มการรองรับน้ำหนักด้วยเช่นกัน

    “การจัดสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบพระเมรุมาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ได้กำหนดการออกแบบเป็น 2 ลักษณะ คือ ในส่วนพระเมรุมาศ จะจัดทำโครงสร้างที่โรงงานภายนอก แล้วนำมาประกอบที่ท้องสนามหลวง โดยมีการเชื่อมยึดโครงสร้างด้วยนอต ขณะที่อาคารประกอบอื่นๆ จะเป็นการประกอบเข้าภายในพื้นที่โดยใช้การต่อเชื่อมกันด้วยไฟฟ้า ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบจะมีความแตกต่างกันที่การถอดประกอบภายหลังเสร็จงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพราะวิธีการใช้นอตยึดจะถอดส่วนประกอบออกได้เลย ส่วนการเชื่อมด้วยไฟฟ้าก็จะต้องใช้ไฟฟ้าตัดส่วนเชื่อมต่อออก” นายอารักษ์กล่าว

    ขณะที่บรรยากาศการเข้ากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตลอดวันที่ 3 เม.ย. มีประชาชนจากทั่วประเทศทยอยเข้ามาต่อคิวอย่างต่อเนื่อง โดยกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบพระบรม มหาราชวัง (กอร.รส.) ได้ยกเลิกจุดเข้าคิวกราบพระบรมศพด้านทิศเหนือของสนามหลวงทั้งหมด และทยอยคืนพื้นที่ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายในวันที่ 10 เม.ย.นี้ เพื่อเตรียมการจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พร้อมกับปรับเปลี่ยนรูปแบบการเข้ากราบพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยประชาชนที่จะมากราบพระบรมศพ จะต้องเดินผ่านจุดคัดกรองที่อยู่รอบระบรมมหาราชวัง ได้แก่ จุดที่ 1 วงเวียน รด. จุดที่ 2 แยกท่าช้าง

    จุดที่ 3 แยกผ่านพิภพ จุดที่ 4 ตรงข้ามโรงแรมรัตนโกสินทร์ ใกล้กับแม่พระธรณีบีบมวยผม และจุดที่ 5 ข้างกระทรวงกลาโหม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจเข้มผู้ที่จะเข้ามาทุกจุด เพื่อความปลอดภัยและความเรียบร้อย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของการแจกอาหาร และน้ำดื่มนั้น เจ้าหน้าที่และกลุ่มจิตอาสา ได้ตั้งจุดบริการอาหารและน้ำดื่มอยู่ที่บริเวณหลังพระแม่ธรณี บีบมวยผม และอีกจุดที่กองสลากเก่า โดยผู้ที่จะเข้ามาภายในสนามหลวง หากต้องการรับประทาน อาหารจะต้องไปที่จุดดังกล่าวเท่านั้น จะไม่มีการแจกอาหารในท้องสนามหลวงแต่อย่างใด ยกเว้นน้ำดื่ม โดยผู้ที่เข้ามาจะต้องเข้าไปในเต็นท์จุดพักคอยในรั้วสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา โดยมีเก้าอี้ให้นั่งเป็นแถวตอนเรียงสี่หันหน้าเข้าพระบรมมหา ราชวัง ด้านทิศใต้สนามหลวง จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะทยอยปล่อยแถวเดินเข้าสู่พระบรมมหาราชวังด้านประตูมณีนพรัตน์ ซึ่ง

    เมื่อถึงเวลา 16.00 น. จะเปลี่ยนไปใช้ประตูวิเศษไชยศรีแทน ซึ่งในระหว่างเข้าคิวในเต็นท์จุดพักคอยนั้น จะมีกลุ่มจิตอาสาแจกจ่ายน้ำดื่มให้คนละ 1 ขวด เมื่อน้ำดื่มหมดแล้วจะมีจิตอาสาคอยเติมน้ำให้ และมีจุดเติมน้ำดื่มกระจายอยู่โดยรอบสนามหลวงอีกด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อลดปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุด

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    พระเมรุมาศการรองรับนํ้าหนักวิศวกรสนามหลวงในหลวงรัชกาลที่ 9

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้