ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ดุลอำนาจอยู่ที่คนเงียบ

    ทีมข่าวการเมือง4 เม.ย. 2560 05:01 น.
    SHARE

    ล็อกเป้าเอาคืนเจ้าตำรับ “อภินิหารกฎหมาย” ซะเลย

    กับมุกที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ “จอมสอย” จากพรรคเพื่อไทย บุกถึงศูนย์บริการประชาชน สำนักเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายรัฐบาล คสช.

    จี้ให้เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นระหว่างปี 2548-2557 และค่าใช้จ่ายที่ส่งบุตรไปศึกษาต่อปริญญาโทและปริญญาเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

    เพื่อตรวจสอบว่ามีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่

    อย่างน้อยก็ทำให้คนนิ่งๆอย่างนายวิษณุต้องเกิดอาการต่อม “หงุดหงิด” กำเริบ ฝากสวดบังสุกุล “อนิจจา วตสังขารา” ให้อีกฝ่าย

    อารมณ์แบบโคตรเซียนกฎหมายที่โดนลูบคม

    ถือเป็นปฏิบัติการประเดิมสงคราม “ย้อนเกล็ด” ของค่ายเพื่อไทย ในจังหวะล้อต่อเนื่องกับอาการขยับของ “นายใหญ่” อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่โพสต์เฟซบุ๊กโวยรัฐบาลทหาร คสช.จ้องใส่ร้าย เล่นงานภาษีหุ้นชินคอร์ปอย่างไม่เป็นธรรม

    ปรามแกมขู่นิ่มๆ “ผมหยุดแล้ว ท่านล่ะเมื่อไหร่จะหยุด”

    ขณะที่อีกด้านก็แว่วข่าวจากทางไกล ให้จับตาการสัประยุทธ์จะยกระดับความเข้มข้นขึ้นนับจากนี้ ปฏิบัติการยั่วท้าทายจากฝ่าย “นายใหญ่” จะพุ่งเข้าใส่ฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทยเป็นระลอก

    หลังยอมนิ่งให้โดนทุบฝ่ายเดียวจนน่วม

    สู้ก็ตาย ไม่สู้ยิ่งตายเร็วกว่า

    ตามรูปการณ์ “นายใหญ่” ขยับ ส่งสัญญาณกระตุกลูกข่าย ในสถานการณ์แบบที่ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.บอกปัด ไม่ขอต่อปากต่อคำกับคิวโวยวายของอดีตนายกฯทักษิณ

    หวั่นเป็น “จุดด่าง” ของการปรองดอง

    แต่เรื่องของเรื่อง ถ้าว่ากันตามรูปการณ์เยี่ยงนี้ โดยเงื่อนไขที่ย้อนแย้งกัน มันคงยากที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบการเดินหน้าฟื้นสามัคคี

    “ทักษิณ” ไม่มีทางยอมเป็น “ฝ่ายเสีย” ทั้งหมดแน่

    และกับสภาพแห่งความเป็นจริงที่ว่า ฝ่ายของอดีตนายกฯทักษิณเป็นขั้วการเมืองใหญ่สุดที่ครองกระแสความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในสนามเลือกตั้ง

    หาก “นายใหญ่” หันหลังให้ ยังไงก็ต้องมีผลต่อเวทีปรองดอง

    เผลอๆอาจต้องล้มกระดานไปตามฟอร์ม

    ที่แน่ๆตามเงื่อนสถานการณ์ปรองดองถ้ามีเหตุพลิกคว่ำพลิกหงาย โฟกัสก็คงจับจ้องไปที่ พล.อ.เฉลิมชัย ในสถานะของ “คนถือดุลอำนาจ” ตัวจริงในกองทัพ

    จะเอายังไงกับ “สัตยาบัน” ที่ประมวลผลแล้ว

    แนวโน้มจะถึงขั้นต้อง “ทุบโต๊ะ” ให้ปรองดองหรือไม่

    หรือจะเลือกหนทางยื้อเลือกตั้งออกไป

    ในห้วงสถานการณ์ที่รัฐบาลของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ก็ลากเกม มาถึงช่วงท้ายๆปลายโรดแม็ป

    เทียบกับรัฐบาลเลือกตั้งก็เกือบครบเทอม

    ถือเป็นห้วงคาบเกี่ยวระยะปลายอำนาจ และตามโปรแกรมโรดแม็ปอยู่ในช่วงรอการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ ที่ล่าสุดมีการเผยแพร่หมายกำหนดการพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในวันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายนนี้

    แน่นอนถ้ารัฐธรรมนูญบังคับใช้ สถานการณ์ภายใต้อำนาจพิเศษจะยิ่งยาก

    เพราะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ

    ท่ามกลางกระแสที่ “นายกฯลุงตู่” ก็ต้นทุนหน้าตักหายไปเยอะ ดาบ ม.44 ชักไม่ขลัง

    สถานการณ์ที่คน “โผงผาง” เสียงเริ่มไม่ดัง

    แต่คนที่เงียบๆอย่าง “บิ๊กเจี๊ยบ” เสียงเข้มขึ้นทุกขณะ.

    ทีมข่าวการเมือง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองสัตยาบันนายใหญ่เลือกตั้ง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้