ตอนที่แล้วพูดถึงว่าทำไมคนเราถึงยอมไปเป็นกิ๊กเขา และแนะสัญญาณเตือนสติ ถามตัวเองว่าได้เวลาลุกขึ้นปฏิวัติตัวเอง เลิกเป็นเบอร์สองของใครสักที (อ่านเพิ่ม: ไม่อยากเป็นกิ๊กเขาค่ะ! )
ก่อนจะเลิกหรือไม่เลิก ขอให้ตั้งสติมองเหตุการณ์และความรู้สึกในปัจจุบัน (ไม่ใช่อดีตอันแสนหวาน) เพื่อตรวจสอบสถานการณ์จริง โดยลองสำรวจความจริงดังต่อไปนี้
1. วัดระดับความสุข/ทุกข์
ด้วยการเขียนความรู้สึกออกมา แบ่งกระดาษเป็นสองด้าน คือ ด้านความรู้สึกดีๆ กับด้านความรู้สึกเสียใจ น้อยใจและเจ็บปวด (ย้ำว่าเขียนเฉพาะเหตุการณ์ปัจจุบันเท่านั้น วันนี้ถึง 1-3 เดือนที่ผ่านมา อดีตนานกว่านั้นไม่ต้องเขียน) เช่น ลองวีคเอนด์ครั้งที่แล้วเขาไปต่างประเทศกับเบอร์หนึ่ง (ไม่ต้องใส่เหตุผลว่าเขาไปทำไม) เขียนแค่ว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับการที่เขาสองคนไปต่างประเทศด้วยกัน เช่น เหงา จิตตก รู้สึกเป็นส่วนเกิน อิจฉาอยากให้เขาพาเราไปบ้าง ฯลฯ เขาซื้อของมาฝากคุณจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นของอย่างเดียวกันกับที่เขาซื้อฝากลูกน้องของเขา คุณรู้สึกผิดหวังนิดๆ ฯลฯ (อย่างนี้ใส่ไว้ในช่องความรู้สึกเสียใจ) หรือ เมื่อวันเกิดคุณที่ผ่านมา เขาใช้เวลาอยู่กับคุณและซื้อของขวัญวันเกิดให้คุณ ทำให้คุณรู้สึกดีใจ รู้สึกมีคุณค่าสำหรับเขา (อย่างนี้ใส่ไว้ในช่องความรู้สึกดีใจ) พยายามเขียนเหตุการณ์และความรู้สึกออกมาให้มากที่สุด แยกเป็นข้อๆ กี่ข้อก็ได้ เมื่อเสร็จแล้ว ให้กลับไปอ่านทีละข้อ แล้วให้คะแนน 0 ดีใจ/เสียใจน้อยที่สุด ถึง 10 ดีใจ/เสียใจมากที่สุด จากนั้นลองรวมคะแนนแต่ละด้าน นำคะแนนรวมด้านดีใจ ลบด้วยคะแนนรวมด้านเสียใจ หากผลลัพธ์เป็นบวก ก็แสดงว่าคุณยังอยู่ในช่วงอินเลิฟยังทนไหว หากคะแนนติดลบ คือความสุขน้อยกว่าความทุกข์ อย่างนี้อย่าทนเป็นกิ๊กเขาต่อไปเลยค่ะ คุณมีเกียรติมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้นัก
...
2. ฟังว่าใจของเรารู้สึกอย่างไรที่แท้จริง
ด้วยการสังเกตร่างกายของเราว่าพักนี้คุณมีอาการคิดวกวนแต่เรื่องของเขา นอนไม่ค่อยหลับ หรือหลับๆ ตื่นๆ เบื่ออาหารหรือกินมากขึ้น น้ำหนักลด/น้ำหนักขึ้นมากกว่าปกติ ไม่มีสมาธิ ทำงานพลาดบ่อย ลืมนู่นลืมนี่ ใจน้อยบ่อย ร้องไห้บ่อย รู้สึกหดหู่ใจ ถ้ามีอาการเหล่านี้สัก 2-3 ข้อ ก็เป็นสัญญาณบอกเตือนว่าคุณมีความเครียดอันเกิดจากความสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กนี่แล้วล่ะค่ะ
3. สังเกต patterns ของความสัมพันธ์ในปัจจุบัน หลังจากที่พ้นช่วงอินเลิฟไปแล้ว
ให้สังเกตว่าคุณและเขาเริ่มมีปากเสียงกันในเรื่องต่างๆ ซ้ำๆ กัน มีปัญหาทีไรก็งัดเอาเรื่องเดิมๆ ขึ้นมาพูด คุณมักจะรู้สึกว่าเขาเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องดังกล่าว บางทีก็หลบหายไปสักพัก และคุณอยากจะได้คำตอบที่ทำให้คุณเชื่อมั่น จากนั้นเมื่อมีความไม่เข้าใจกันบ่อยขึ้นๆ คุณเริ่มถอดใจและเริ่มคิดถึงการเลิกกัน แต่ในใจลึกๆ คุณก็ยังคิดที่จะให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนตอนรักกันใหม่ๆ คุณจึงรู้สึกไม่ดีกับตัวเองว่าไม่น่าพาตัวเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์อย่างนี้เลย แต่ในที่สุดเพื่อปลอบใจตัวเอง คุณก็ตัดสินใจที่จะให้โอกาสทั้งเขาและตัวคุณในการพิสูจน์ความรักด้วยการกลับมาคุยกันใหม่ ให้สังเกตว่าวงจรนี้วนเวียนกลับไปมาบ่อยครั้งขึ้นหรือไม่ ถ้าบ่อย แสดงว่าได้เวลาที่คุณต้องตัดสินใจหยุดความสัมพันธ์นี้แล้วล่ะค่ะ เพื่อตัวคุณเอง ยื้อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ลองสำรวจใจตัวเองดูนะคะ ถ้าได้เวลาที่ต้องเลิกกันจริงๆ ก็ต้องตัดสินใจให้แน่วแน่ แน่นอนค่ะว่ามันเจ็บปวด ไม่มีใครอยากเจ็บปวด แต่ลองเลือกดูกับการเจ็บปวดสุดๆ เฮือกเดียว แล้วมันก็จะผ่านไป กับการเจ็บไปเรื่อยๆ สะสมจนด้านชา คุณอยากให้ความสัมพันธ์แบบกิ๊กของคุณเป็นอย่างไร หากตัดสินใจที่จะหยุดความสัมพันธ์นี้ จะหยุดอย่างไรให้ความเจ็บมันผ่านไปเร็วที่สุด ติดตามต่อในสัปดาห์หน้าค่ะ
ใครมีปัญหา ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 08-1458-1165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ