กีฬา
100 year

จีเอ็มโอ@วิทยาศาสตร์

สะ-เล-เต4 เม.ย. 2560 05:01 น.
SHARE

ในอดีตเรามักได้รับข้อมูลพืชจีเอ็มโอไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้นับแต่เริ่มมีการปลูกพืชจีเอ็มโอเชิงพาณิชย์ เมื่อปี 2538...ถึงวันนี้กว่า 20 ปี ยังไม่มีอะไรชี้ชัด มีผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ สัตว์ หรือสิ่งแวดล้อม หรือไม่ แค่ไหน อย่างไร

ทัศนะของรัฐบาล 28 ประเทศทั่วโลก มองเกษตรกรรมคือวิทยาศาสตร์ ต้องมีพัฒนาการด้วยวิทยาการสมัยใหม่...คนไทยกลับไม่มองจุดนี้ แต่ไปมองเรื่องของไสยศาสตร์แทน พืชชนิดนี้เลยเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศที่ยอมรับวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์

ทั้งที่เราเริ่มศึกษาพืชจีเอ็มโอมาตั้งแต่ปี 2535 ช่วงแรกผลิใบของพืชชนิดนี้ ก่อนทั่วโลกเขาจะทำเชิงพาณิชย์เสียอีก แถมวิจัยก่อนประเทศอื่นๆในอาเซียน ซ้ำยังช่วยเหลือทางวิชาการหลายประเทศ สุดท้าย พ.ร.บ.ความ ปลอดภัยทางชีวภาพของเรายังไม่ไปถึงไหน แม้แต่รัฐบาลอำนาจพิเศษยังไม่กล้าแหยม

ภาพที่ออกมาคนทั่วไป รวมถึงคนไทยมักมองพืชจีเอ็มโอในแง่ลบ ไม่ต่างจากปุ๋ยเคมี ในขณะที่คนอื่นเขาไปไกลแล้ว...ข้อมูลล่าสุดจาก ISAAA องค์กรด้านการเกษตรไม่หวังผลกำไร ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรทั้งรัฐเอกชนทั่วโลก ระบุวันนี้กว่า 28 ประเทศทั่วโลกมีการปลูกพืชจีเอ็มโอกว่า 1,123 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่าจากปี 2539 ที่เริ่มปลูกจริงจังแค่ 10.6 ล้านไร่

เพิ่มมูลค่าผลผลิตจากเดิมได้กว่า 5,250 พันล้านบาท หรือเพิ่มกำไรได้ถึง 68% บรรเทาความยากจนให้เกษตรกรกว่า 65 ล้านคน ลดการบุกรุกพื้นที่ป่าได้ถึง 825 ล้านไร่ ช่วยลดค่ายากำจัดศัตรูพืชไปกว่า 584,000 ตัน หรือลดการใช้สารเคมีได้ 37% และประหยัดพื้นที่เพาะปลูกไปได้ 950 ล้านไร่

ละตินอเมริกา อาเซียน แอฟริกา ปลูกพืชจีเอ็มโอเพิ่มขึ้น 4 ปีติดต่อกัน จนแซงหน้าประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศชั้นนำอื่นอีก 8 ประเทศ มีพื้นที่ปลูกถึง 606.8 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 54% ของพื้นที่ปลูกทั่วโลก

ภูมิอากาศแปรปรวนทั่วโลก ประชากรมนุษย์เพิ่ม ความต้องการอาหารมีแต่จะเพิ่มทุกขณะ สวนแรงงานภาคเกษตรที่ลดลง ซ้ำร้ายพื้นที่ทำเกษตรถูกเจียดมาทำที่อยู่อาศัย พืชชนิดนี้จะเป็นทางเลือกไหม คงต้องดูใจผู้มีอำนาจจะมองเกษตรกรรมเป็นวิทยาศาสตร์ได้แค่ไหน.

สะ–เล–เต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หน้ามองฟ้า เท้าหยั่งดินสะ–เล–เตจีเอ็มโอพืชจีเอ็มโอปลูกพืชจีเอ็มโอ

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED