ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สมการปรองดองยังไม่ลงตัว

    สายล่อฟ้า4 เม.ย. 2560 05:01 น.
    SHARE

    ปรองดองเริ่มมองเห็นภาพ...ใครเป็นใคร

    บันไดก้าวไปสู่ความปรองดองกำลังทำให้ทีมงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยการเปิดรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆกำลังจะงวดเข้าไปทุกที

    ข้อมูลที่ได้จากข้อเสนอแนะน่าจะพอมองเห็นข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมได้ว่าควรจะกำหนดกรอบความปรองดองออกมาอย่างไร

    แต่นั่นจะทำให้เกิดความปรองดองได้หรือไม่...เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    เพราะกรรมวิธีที่ดำเนินการอยู่นั้นเป็นเพียงแค่ผลแห่งการปฏิบัติที่เป็นทางการมากกว่าที่จะเข้าถึงปัญหาซึ่งเป็น “ต้นตอ” จริงๆของความขัดแย้ง

    เป็นที่รู้กันดีว่าอะไรคือตัวปัญหาจริงๆซึ่งจะต้องไปแก้กันตรงนั้น...เพียงแต่จะใช้วิธีการอย่างไรหากต้องการผลสัมฤทธิ์

    ล่าสุดได้โผล่ตัวออกมาแล้วคือ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่เก็บตัวเงียบมานานได้โพสต์ข้อความให้ปรากฏออกมาแล้ว

    การแสดงตัวตนที่ทำให้เห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีการระบุเอาไว้หลายประเด็น

    “ไม่เพียงแต่ผมคนเดียว ครอบครัวก็ตกเป็นเหยื่อของการกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสี ถูกกระทำมาโดยตลอด”

    เป็นการย้อนถึงความเป็นไปที่เกิดขึ้นต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา แต่เป็นเรื่องการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลเองทั้งสิ้น

    ล่าสุดเรื่องภาษีหุ้นชินคอร์ป หากมีการกระทำผิดจริงแล้วรัฐบาลที่มาจากผลพวงของการรัฐประหาร 2-3 รัฐบาลที่ผ่านมาย่อมต้องเอาผิดไปนานแล้ว คงไม่ปล่อยไว้กระทั่งหมดอายุความจึงค่อยใช้อภินิหารทางกฎหมายมาเล่นงานแบบนี้

    “ขอเรียนว่าในหลักการของกฎหมายสากลจะต้องไม่มีการใช้อำนาจหรืออภินิหารใดๆ นอกเหนือจากการใช้ความเที่ยงตรงและเป็นธรรมในการสั่งฟ้องหรือตัดสินคดี”

    “ต้องออกจากประเทศไทยที่รักสุดชีวิตมาร่วม 11 ปี ต้องจากบ้านที่เคยอยู่ จากครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่ง เนื่องจากรัฐประหาร จากนั้นยังถูกใส่ร้ายป้ายสีรวมถึงถูกกลั่นแกล้งด้วยการตั้งคณะบุคคล ซึ่งเป็นปฏิปักษ์มาตรวจสอบ”

    “ขอให้ทุกฝ่ายโปรดตัดผมออกจากการสมการปรองดองไปได้เลย ไม่ต้องมาเสนออะไรให้เพื่อช่วย”

    “สุดท้ายผมอยากจะบอกว่าผมหยุดแล้ว...ท่านล่ะ เมื่อไรจะหยุดสักที อย่ารักชาติ รักสถาบัน เพียงแค่คำพูดกันเลยครับ”

    ก็จับความเอามาเข้าสู่ประเด็นที่เป็นจริงมากกว่าความจริงที่ไม่พยายามพูดถึง เพราะการสร้างความปรองดองนั้นต้องพุ่งเป้าไปถึงต้นตอของปัญหา

    เมื่อมีการแสดงตัวตนออกมาอย่างนี้ก็พอจะมองเห็นแล้วว่าจะต้องทำอย่างไรกันต่อไป โดยเฉพาะ คสช. ที่มีอำนาจพิเศษอยู่ในขณะนี้

    มาตรการภาษีที่ใช้กฎหมายมาเป็นตัวกำกับนั้นแม้จะมองต่างมุมกัน แต่ผลที่เกิดขึ้นนั้นในแง่การเมืองน่าจะส่งผลพอสมควร

    มิฉะนั้น นายทักษิณ ชินวัตร คงไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างที่ปรากฏ เพราะมันได้แทงทะลุเข้าไปถึงความเป็นไปต่างๆได้

    หากมองในมุมของ คสช. ถือว่าเป็นการรุกทางการเมืองสำคัญที่ทำให้อีกฝ่ายแทบจะหมดประตูหมดเกมเล่นไปเลยก็ว่าได้

    ทว่านั่นเป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์เท่านั้น แต่ต่อจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นเป็นเรื่องที่จะต้องจับตากันดูต่อไป

    เพราะที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ยังไม่มีใครเชื่อว่า “ผมหยุดแล้ว”...


    “สายล่อฟ้า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าปรองดองทักษิณ ชินวัตรภาษีหุ้นชินคอร์ป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้