ข่าว
100 year

เกียรติและศักดิ์ศรี

บี บางปะกง2 เม.ย. 2560 05:01 น.
SHARE

เรียน คุณบี บางปะกง ที่นับถือ

คุณบีและแฟนลูกหนังคงได้สัมผัสประเด็นร้อนในวงการลูกหนังไทยไปแล้วเมื่อโค้ชมหาชนอย่าง ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ขอยุติบทบาทหัวหน้าโค้ชทีมชาติเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา การประกาศขอลาออกจากการสวมหัวโขนในนามหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทยของโค้ชซิโก้ในครั้งนี้ หากมองในแง่ของเกมลูกหนังและวัฏจักรที่เป็นจริงของวงการนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาและเป็นวิถีทาง เพราะในแนวปฏิบัติสำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการลูกหนังระดับโลกเมื่อทีมไม่ประสบความสำเร็จ คนแรกที่แสดงสปิริตความรับผิดชอบคือผู้จัดการทีมหรือโค้ชนั่นเอง

แต่ในส่วนลึกๆที่นำไปสู่การตัดสินใจฮาราคีรีตนเองของโค้ชซิโก้นั้น ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับตัวเขาเอง แต่ถ้ามองในเชิงลึก ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจคงหนีไม่พ้นจากแรงกดดันอันมาจากผลงานในศึกลูกหนังโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียล่าสุดที่เขานำทีมช้างศึกแพ้คาบ้านต่อทีมเศรษฐีน้ำมันซาอุดีอาระเบีย 0 ต่อ 3 ตามด้วยโดนนักเตะปลาดิบอัดเละ 4 ต่อ 0

การพ่ายแพ้ของทีมช้างศึกทั้งสองนัดล่าสุดดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการปิดประตูตายของทีมชาติไทยในการที่จะเข้าสู่ศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซีย ที่สำคัญในสัปดาห์ที่แล้วสื่อมวลชนสายกีฬาตลอดจนแฟนลูกหนังต่างแสดงทัศนะไปในลักษณะที่หลากหลาย แต่มีข้อสังเกตของผู้คนในวงการที่เห็นว่าน่าจะเป็นช่องทางให้เกิดปรากฏการณ์การแสดงความรับผิดชอบของโค้ชส่วนหนึ่งว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่มาจากคำสัมภาษณ์ของผู้นำลูกหนังไทยผ่านสื่อมวลชนจนเป็นข่าวใหญ่ดังอย่างที่กราวกีฬาไทยรัฐ ประจำวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2560 พาดหัวข่าวว่า “บอลไทยแพ้ยับ สมยศอายผมรับไม่ได้”

ในแง่ของเกียรติและศักดิ์ศรีนั้นลูกผู้ชายไทยมักจะมีความเชื่อว่า” ฆ่าได้หยามไม่ได้” หรือเพราะความเชื่อดังกล่าวซิโก้จึงยอมถอย และจากผลงานที่ทีมช้างศึกไทยไม่ประสบความสำเร็จในศึกลูกหนังโลกนั้น ก่อนหน้านี้แรงกดดันตกอยู่ที่ซิโก้และทีมงาน แต่วันนี้เมื่อเขาถอยและเป็นวันที่ขุนพลช้างศึกขาดแม่ทัพ แน่นอนภาระและความกดดันจากนี้ไปย่อมตกอยู่กับนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯและสภากรรมการทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การกำหนดยุทธศาสตร์และหาทางออกเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าจึงเป็นบทบาทหน้าที่ที่จะต้องเร่งดำเนินการ แต่สิ่งที่จะเป็นจุดบ่งชี้ว่าจากนี้ไปวงการฟุตบอลไทยจะมีทิศทางอนาคตเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการจัดหาหัวหน้าโค้ชคนใหม่จะเป็นไทยหรือเทศคงจะสอดคล้องกับที่นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์ SSF เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีความตอนหนึ่งว่า “การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าไม่ใช่สิ่งที่น่าเสียหาย และการเดินป่าต้องหานายพรานที่ชำนาญทาง การเลือกโค้ชทีมชาติที่เคยประสบความสำเร็จพาทีมไปฟุตบอลโลกมาแล้ว เป็นสิ่งที่ควรจะพิจารณา”

อย่างไรก็ตาม วันนี้เมื่อโค้ชซิโก้ยอมหักไม่ยอมงอและเขาผู้ได้ชื่อว่าโค้ชมหาชนและเป็นผู้ที่มีส่วนให้วงการลูกหนังไทยกลับมามีสีสันและบูมสุดๆในรอบ 5 ถึง 6 ปีที่ผ่านมาได้แสดงสปิริตยอมถอดหัวโขนและถอยจากไป จะชั่วคราวหรือตลอดไปก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าแฟนลูกหนังยังคงให้กำลังใจและจดจำผลงานที่ได้ทำมาเป็นอย่างดี

สิ่งที่จะฝากซิโก้ต่อการตัดสินใจครั้งนี้ให้คิดเสียว่า “ขาดทุนคือกำไร” ดังที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานแนวคิดในการทำงานสำหรับผู้ที่มีหน้าที่ในภาระงานต่างๆ.

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร

บี บางปะกง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตะลุยฟุตบอลโลกบี บางปะกงในหลวงรัชกาลที่ 9โค้ชซิโก้ฟุตบอลโลก

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้