กีฬา
100 year

เตะตัดขาเก็งกำไรค่าบาท

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 เม.ย. 2560 06:01 น.
SHARE

ธปท.งัดมาตรการสกัดเงินร้อนต่างประเทศ

ธปท.ออกมาตรการสกัดเงินร้อนจากต่างประเทศหวังเก็งกำไรค่าบาท ประกาศลดวงเงินออกพันธบัตร ธปท.ระยะสั้น 3 เดือน และ 6 เดือน ลงประเภทละ 10,000 ล้านบาท คุยลั่นทุ่ง! ยังมีเครื่องมืออีกเพียบ พร้อมงัดมาใช้เมื่อเหมาะสม

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.พ.ขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. แต่ข้อดีของเศรษฐกิจในเดือน ก.พ.คือ มีความชัดเจนของแนวโน้มการขยายตัวของการส่งออก ซึ่งมาจากการฟื้นตัวของการค้าโลก ซึ่งในปีนี้กลับมาขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา และเห็นได้ชัดว่า การส่งออกของไทยดีขึ้นในทุกหมวด โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 26.6% ทำให้เริ่มเห็นแนวโน้มการส่งออกที่จะดีขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ ขณะที่การนำเข้าเดือน ก.พ.ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยในเดือน ก.พ.ขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.4% และเริ่มเห็นการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นในสินค้าวัตถุดิบและสินค้าทุน

สำหรับภาคการผลิตอุตสาหกรรมในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ยังคงไม่ได้รับอานิสงส์จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากผู้ผลิตส่วนใหญ่ใช้วิธีส่งสินค้าจากสต๊อกที่มีอยู่ก่อน ทำให้ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.พ.ขยายตัวติดลบ 1.5% แต่คาดว่าในช่วงต่อไปจะเริ่มเห็นการผลิตสินค้ากลับมาเพิ่มขึ้น ส่วนการบริโภคภาคเอกชนในเดือน ก.พ.ก็ปรับตัวดีขึ้น โดยดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% และเริ่มเห็นการขยายตัวของสินค้าคงทนต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งเห็นการซื้อสินค้ากึ่งคงทนอีกครั้งหลังชะลอไปในเดือนที่ผ่านมาหลังจากหมดมาตรการช็อปช่วยชาติ

“รายได้เกษตรกรในเดือน ก.พ.ขยายตัวเพิ่มขึ้น 21.8% ดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ของปี แต่รายได้ของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นยังไม่กระจายตัวมากนัก เพราะเป็นการเพิ่มจากราคายางที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก ราคาข้าวแม้ผลผลิตดีขึ้นแต่ราคายังไม่ขึ้น แต่ยังเชื่อว่าจะช่วยขับเคลื่อนการใช้จ่ายของประเทศในอนาคตได้ ประกอบกับตัวเลขหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เริ่มทรงตัว โดยล่าสุดลดลงมาที่ 79% ในไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา ลดลงจาก 83% ในไตรมาสที่ 3 ถือว่าหนี้ครัวเรือนยังสูงอยู่ แต่เริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น”

นายดอน กล่าวต่อว่า ส่วนที่ ธปท.ยังคงเป็นห่วงคือ การลงทุนภาคเอกชนที่ยังขยายตัวติดลบ 0.5% กลับมาขยายตัวลดลงเป็นเดือนที่ 2 ในปีนี้ หลังจากดีขึ้นเล็กน้อยในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา อย่างไร ก็ตาม คาดว่าเมื่อเศรษฐกิจไทยเริ่มขยายตัวได้ดีขึ้นจากการส่งออก และการบริโภคในครึ่งหลังของปี ประกอบกับการลงทุนภาครัฐที่จะเห็นเม็ดเงินลงไปเพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปีเช่นกัน จะทำให้การลงทุนภาคเอกชนเริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้นได้

ขณะที่ภาวะตลาดการเงินของประเทศนั้นพบว่ามีเงินทุนไหลเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในเดือน ก.พ.และ มี.ค.2560 โดยเกินดุลบัญชีเดิน สะพัด 5,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเดือน ก.พ. มาจากดุลการค้าที่เกินดุล 4,000 ล้านเหรียญฯ และดุลบริการบริจาคที่เกินดุล 1,700 ล้านเหรียญฯ ซึ่ง ธปท.ประมาณการว่า ทั้งปีนี้จะมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง 36,900 ล้านเหรียญฯ ซึ่งเงินส่วนนี้จะกดดันต่อค่าเงินบาทในระยะต่อไป นอกจากนั้น ในระยะหลังนักลงทุนต่างประเทศได้ให้ความสนใจลงทุนในตลาดการเงินของไทยอย่างต่อเนื่อง โดย 2 เดือนแรกของปีนี้ มีเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในพันธบัตรไทย 1,790 ล้านเหรียญฯ ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับตัวเลข 2,503 ล้านเหรียญฯในครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าเงินบาทของไทยมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นได้อีก

ทั้งนี้ เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท และลดโอกาส และแรงจูงใจการเข้าเก็งกำไรค่าเงินของนักลงทุนต่างชาติ ที่เอาเงินระยะสั้นเข้ามาพักในตลาดพันธบัตรระยะสั้นของไทย นายดอนกล่าวว่า ธปท.โดยฝ่ายตลาดการเงิน ได้ปรับลดวงเงินการออกพันธบัตรระยะสั้นของ ธปท.ในเดือน เม.ย.อายุ 3 เดือน และ 6 เดือนลง โดยจากเดิมจะมีการออกพันธบัตร ธปท.อายุ 3 เดือน และ 6 เดือน ในวงเงินประเภทละ 40,000 ล้านบาท ลดลงประเภทละ 10,000 ล้านบาท เหลือวงเงินการออกพันธบัตร ธปท.อายุ 3 เดือน 30,000 ล้านบาท พันธบัตรอายุ 6 เดือน 30,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการลดสินค้าในตลาดเงินระยะสั้นของไทยลง ซึ่งจะช่วยลดเงินระยะสั้นจากต่างประเทศที่เข้ามาพักในตลาดการเงินไทยได้ทางหนึ่ง ทั้งนี้ ธปท.จะจับตาทิศทางของค่าเงินบาทต่อเนื่องเพื่อไม่ให้กระทบต่อการส่งออก โดยยังมีเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ดูแลความผันผวนของค่าเงินบาทอีกหลายเครื่องมือ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนนำมาใช้ในเวลาที่เหมาะสม.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอน นาครทรรพเก็งกำไรเศรษฐกิจไทยอุตสาหกรรมส่งออก

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED