นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้ ปตท.ได้เตรียมงบลงทุนในส่วนของธุรกิจน้ำมันไว้วงเงิน 14,000 ล้านบาท โดยในส่วนนี้จะใช้งบประมาณ 5,000 ล้านบาทในการขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มอีก 130 แห่ง แบ่ง เป็นสถานีบริการน้ำมันขนาดเล็ก 80 แห่ง ขนาดใหญ่ 50 แห่ง ซึ่งขณะนี้ ปตท.มีปั๊มน้ำมันรวมทั้งสิ้น 1,535 แห่ง ส่วนงบที่เหลือจะใช้ในการปรับปรุงและขยายคลังเก็บน้ำมันที่พระโขนง สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ พร้อมสร้างคลังเก็บน้ำมันใหม่ที่ลำปาง

ขณะที่การปรับโครงสร้างบริษัท โดยการแยกหน่วยธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกออกมาให้อยู่ในความดูแลของบริษัทลูก พีทีทีโออาร์ จำกัดนั้น ล่าสุดได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้บรรจุเรื่องดังกล่าวลงในวาระการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 เม.ย.นี้ เพื่อขอมติของผู้ถือหุ้น ซึ่งการแยกธุรกิจครั้งนี้ ทำให้มีความชัดเจนเรื่องธุรกิจที่ต้องมีการแข่งขัน และการดูแลด้านความมั่นคงของพลังงาน ช่วยให้สามารถขยายธุรกิจไปลงทุนในต่างประเทศได้คล่องตัว และเมื่อแยกออกมาชัดเจนแล้วในส่วนการขายน้ำมันให้หน่วยงานรัฐ ก็จะเป็นการเปิดให้แข่งขันเสรี ช่วยเพิ่มความชัดเจน โปร่งใสในการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ปตท.ในสายตาสาธารณชน ส่วนความคืบหน้าการดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาเงื่อนไขและรูปแบบธุรกิจ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในกลางปีนี้

ด้านนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 เม.ย.นี้ กรมจะนำร่องเปิดร้านหนูณิชย์ พาชิม จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ ราคาไม่เกินจานละ 35 บาท ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน และเพิ่มทางเลือกในการบริโภคอาหารปรุงสำเร็จในราคาประหยัด โดยในเบื้องต้นจะเปิด 158 ร้านในปั๊ม ปตท.ทั่วประเทศ.

...